เสียงแก้วคริスタルกระทบกันเบาๆ ในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางมหานคร ทว่ามันกลับบาดลึกดั่งเศษแก้วที่กรีดลงบนหัวใจของใครบางคน...
"ระวังหน่อยสิ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิด ขณะที่ชินอ๋องเฟยหลง—หรือในนามปัจจุบันคือประธานกลุ่มบริษัทหลงซื่อผู้ทรงอิทธิพล—ปัดเศษไวน์แดงที่กระเด็นโดนเสื้อสูทราคาแพงออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกราบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความเบื่อหน่าย งานเลี้ยงต้อนรับนักลงทุนต่างชาติคืองานสังคมหน้า6หน้าหลังที่เขาเกลียดชังเป็นทุนเดิม ยิ่งบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเสแสร้งและเสียงหัวเราะปลอมเปลือก ยิ่งทำให้เขารู้สึกราวกับถูกจองจำในกรงทองที่ตนเองเป็นผู้สร้างขึ้นมา
กระนั้น ความอึดอัดนั้นกลับมลายหายไปในพริบตา เมื่อประตูบานคู่แกะสลักทองคำด้านหน้าห้องโถงเปิดออก
เสียงพูดคุยที่เคยเซ็งแซ่ค่อยๆ เงียบเสียงลงทีละน้อย ราวกับอากาศในห้องถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ร่างระหงในชุดราตรีสีดำสนิทปักดิ้นเงินระยิบระยับก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่กดขี่ให้คนรอบข้างต้องยอมสยบ ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ทว่าแววตาคู่คมกลับเยียบเย็นและไร้ซึ่งความรู้สึกราวกับรูปสลักน้ำแข็ง
หลินฟางเซียน...
ชื่อนั้นกรีดซ้ำลงในความทรงจำที่เฟยหลงพยายามฝังกลบมันมาตลอดสามปีเต็ม สามปีที่เขาเคยคิดว่าการขับไล่สตรีโง่เงี่ยงี่เง่าคนหนึ่งออกไปจากชีวิต จะทำให้เขาได้รับอิสรภาพกลับคืนมา ทว่าในวินาทีนี้ หัวใจที่ด้านชามานานกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางอก
"นั่น... คุณฟางเซียน ประธานบริหารกองทุนฟลอเรนซ์กรุ๊ปไม่ใช่หรือ?" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง
"ใช่ ผู้หญิงคนนั้นแหละที่กว้านซื้อหุ้นของหลงซื่อในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนก่อน น่ากลัวจริงๆ สวยแต่ดุราวกับดอกกุหลาบมีพิษ"
เฟยหลงไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกต่อไปแล้ว โลกทั้งใบของเขาหดแคบลงเหลือเพียงสตรีตรงหน้า ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยซุกตัวร้องไห้อยู่ใต้ร่างของเขา ผู้หญิงที่เคยใช้สายตาวอนขอความรักจากเขาอย่างน่าสมเพช แต่วันนี้... เธอกลับยืนอยู่ ณ จุดที่สูงส่งจนเขากลายเป็นเพียงแค่ฝุ่นละอองใต้รองเท้าส้นสูงคู่สวยนั้น
ฟางเซียนปรายตามองมาทางเขาชั่วเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความรัก ความแค้น หรือแม้กระทั่งความเกลียดชังหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่เย็นชาเสียยิ่งกว่าการทำร้ายกันด้วยคำพูดนับร้อยพัน
ความเจ็บปวดแปลบปلاบแล่นริ้วขึ้นมาจากขั้วหัวใจ เฟยหลงรู้สึกหายใจไม่อิ่ม มือหนาที่ถือแก้วไวน์สั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เขาไม่สามารถควบคุมมันได้ ภาพวันวานอันโหดร้ายย้อนกลับมาทิ่มแทง วันที่เธอกอดเอกสารหย่าร้างทั้งน้ำตา วันที่เขาผลักไสไล่ส่งเธอออกไปจากคฤหาสน์โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง... เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ แต่ในยามนี้ เขากลับตระหนักได้อย่างชัดเจนแล้วว่า ตนต่างหากคือผู้ที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปอย่างแท้จริง
ฟางเซียนเดินผ่านเขาไป ราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ กลิ่นกายหอมหวานเย้ายวนที่คุ้นเคยลอยผ่านปลายจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายให้ตื่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
เฟยหลงหมุนตัวตามร่างบางนั้นไปทันที สติสัมปชัญญะของเขาขาดผึ่ง เขาไม่สนใจสายตาของผู้คนนับร้อยที่กำลังมองมา ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปประชิดตัวเธอ พร้อมกับเอמהสเสียงแหบพร่าที่สั่นเครืออย่างปิดไม่มิด
"ฟางเซียน..."
ร่างระหงชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย เธอยังคงยืนนิ่ง ไม่ยอมหันกลับมามองสบตาเขา ทว่ามุมปากสีชาดกลับยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน เป็นรอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจของเขาให้แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี
"กรุณาเรียกฉันว่า 'คุณหลิน' ด้วยค่ะ ท่านประธานหลง..."
น้ำเสียงหวานใสที่เคยเอמהสคำว่ารัก กลับราบเรียบและห่างเหินราวกับคนแปลกหน้า เธอกล่าวต่อโดยไม่แม้แต่จะปรายตาแล "เพราะเราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันมานานมากแล้ว... หวังว่าคุณคงจะมีความจำที่ดีพอที่จะไม่ลืมใบหย่าใบนั้นนะคะ"
พูดจบ เธอก็ก้าวเดินต่อไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้เฟยหลงยืนแข็งค้างอยู่กลางงานเลี้ยง ราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ท่ามกลางผู้คนนับร้อย ความเร่าร้อนในอดีตที่เคยมีร่วมกัน ความเย้ายวนบนเตียงที่เขาเคยเสพสมอย่างไร้ความปรานี ย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาในรูปแบบของความทรมานที่แสนสาหัส
ชายหนุ่มกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนได้กลิ่นคาวเลือด ความรู้สึกอยากครอบครอง บดขยี้ และกักขังเธอกลับมาไว้ใต้ร่างพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอเดินหนีเขาไปได้ง่ายๆ แน่
ทว่า ในขณะที่เฟยหลงกำลังจะก้าวตามเธอไปเพื่อฉุดรั้งตัวเธอนั้นเอง สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่ง วิ่งเข้ามาควชายกระโปรงของฟางเซียนด้วยรอยยิ้มสดใส
"คุณแม่ครับ... คุณลุงคนนั้นเสียงดังจังเลย ทำไมเขาถึงมองแม่แปลกๆ ล่ะครับ?"
โลกทั้งใบของเฟยหลงคล้ายหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อดวงตาสีดำสนิทของเด็กชายวัยราวๆ สองขวบเศษคนนั้นเงยขึ้นสบตากับเขา... ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และรอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน พุ่งกระแทกเข้าใส่หัวใจของอดีตสวามีผู้ไร้หัวใจจนแหลกสลายไม่เป็นชิ้นดี
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความเจ็บปวดและสะใจครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
จักรพรรดินีจำแลงกับองครักษ์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 1
รอยแผลที่ถูกชำระ
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีจำแลงกับองครักษ์ผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
