“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้วิญญาณที่สิงอยู่ในซากศพนี้หันมามองคุณ”
ผมเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่มือของหมวดก้องชะงักค้างอยู่เหนือเชือกไนลอนที่ใช้มัดข้อมือร่างหญิงสาวนิรนาม ศพนี้ถูกทิ้งไว้ในโกดังร้างท้ายตลาดสด กลิ่นสาบเน่าปนกลิ่นธูปไหม้เกรียมอบอวลไปทั่วบริเวณจนแทบจะกลืนกินลมหายใจของผู้ที่ย่างกรายเข้ามา
“ริน... นายบอกผมทีว่านี่ไม่ใช่ฝีมือคน” หมวดก้องกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า สัญชาตญาณตำรวจสายสืบที่ผ่านคดีมานับไม่ถ้วนกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจนิยามได้
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที สายตาของผมจดจ้องไปยังรอยไหม้รูปอักขระประหลาดที่ประทับอยู่บนผิวหนังซีดเผือดบริเวณหัวใจ มันไม่ใช่รอยสัก แต่มันเป็นรอยแผลที่ถูกกระทำด้วยความแค้นและอาคมชั้นต่ำ ความเจ็บปวดจากการสูญเสียพี่สาวเมื่อสิบปีก่อนแล่นริ้วขึ้นมาในอกอีกครั้ง... ความรู้สึกไร้อำนาจที่เฝ้ากัดกินจิตใจผมมาตลอดนับตั้งแต่คืนที่พิธีกรรมนั้นพรากทุกอย่างไป
“คนน่ะทำครับหมวด... แต่คนที่มีจิตใจเป็นเดรัจฉาน” ผมย่อตัวลงต่ำ กวาดสายตามองไปรอบๆ โกดัง ในสายตาคนทั่วไปที่นี่ว่างเปล่า แต่ในสายตาของผม ร่องรอยของพลังงานสีดำทมิฬยังคงวนเวียนราวกับควันไฟที่ยังไม่จางหาย
หญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้น... เธอไม่ได้จากไปอย่างสงบ ดวงตาที่เบิกโพลงของศพไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะเธอยัง 'ติดค้าง' และในมุมมืดของเสาต้นที่สามจากจุดที่ศพวางอยู่ ผมเห็นร่างเงาเลือนลางของหญิงสาวคนเดิมกำลังยืนกอดอกแน่น ร้องไห้ไร้เสียง น้ำตาที่ร่วงหล่นลงพื้นกลับกลายเป็นหยดเลือดสีเข้มข้น
ผมลุกขึ้นยืน เดินเลี่ยงหมวดก้องไปหาเงานั้นช้าๆ “คุณต้องการอะไร”
หมวดก้องทำหน้าฉงน “นายคุยกับใครริน? ตรงนั้นไม่มีใครเลยนะ”
ผมไม่หันไปมองคู่คิด เพราะเวลานี้ความสนใจทั้งหมดของผมถูกดึงดูดด้วยวิญญาณสาวที่เริ่มขยับตัว ร่างโปร่งแสงของเธอพุ่งเข้ามาประชิดตัวผมในชั่วพริบตา ความเย็นเยียบทะลุผ่านผิวหนังเข้าไปถึงกระดูก เธอยื่นมือที่สั่นเทาชี้ไปยังกระเป๋ากางเกงของหมวดก้อง ก่อนจะกรีดร้องด้วยเสียงที่ดังสนั่นในโสตประสาทของผมเพียงผู้เดียว
*‘เขา... คือคนที่จับมือคนฆ่า... เขาอยู่กับมัน...’*
หัวใจผมกระตุกวูบ ผมหันขวับไปมองหมวดก้องทันที ชายตรงหน้ายังคงถือไฟฉายส่องสำรวจหลักฐานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่บางอย่างในท่าทางของเขา... วิธีการจับปืนที่ดูระแวดระวังผิดปกติ หรือแม้แต่รอยเปื้อนสีดำจางๆ บนแขนเสื้อเชิ้ตที่เขาเพิ่งพับขึ้น
“หมวดครับ” ผมเรียกน้ำเสียงนิ่งสนิท “เมื่อเย็นก่อนมาที่นี่ หมวดไปที่ไหนมาบ้าง”
หมวดก้องหยุดชะงัก มือที่กำลังเก็บหลักฐานใส่ถุงพลาสติกแข็งทื่อ “ผมไปรายงานตัวที่กองบัญชาการ... นายถามทำไม?”
“งั้นเหรอครับ” ผมก้าวเข้าหาเขา พลางเหลือบมองเงาของหญิงสาวที่ค่อยๆ เลือนหายไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันธูปที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแสบจมูก
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตูโกดัง แสงไฟฉายสาดเข้ามาหลายทางพร้อมกัน เสียงปืนถูกขึ้นลำดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความมืดมิดของคืนเดือนดับ หมวดก้องขมวดคิ้วแน่น เขารีบดึงผมให้หลบหลังเสา ก่อนจะกระซิบด้วยเสียงที่สั่นระริก
“พวกนั้นไม่ใช่ตำรวจ... ริน... นายกำลังลากผมเข้าสู่เรื่องบ้าอะไรเนี่ย?”
ยังไม่ทันที่ผมจะตอบ กลุ่มคนชุดดำนับสิบชีวิตก็ปรากฏตัวขึ้น หนึ่งในนั้นคือชายร่างท้วมที่สวมชุดขาวสะอาดตาผิดกับบรรยากาศในโกดังแห่งนี้ เขาก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ อาจารย์คง... ชายที่ผมตามหามาตลอดสิบปีเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับพี่สาว กำลังก้าวเข้ามาพร้อมสร้อยประคำอาถรรพ์ในมือที่เรืองแสงสีม่วงน่าสะพรึงกลัว
ชายคนนั้นหยุดเดินแล้วจ้องมองมาที่ผม ราวกับรู้ว่าผมกำลังยืนอยู่ที่นี่ “ในที่สุด... สุนัขล่าเนื้อที่น่ารำคาญก็มาถึงที่ตายด้วยตัวเอง”
ความลับที่ผมพยายามปกปิดมาตลอดกำลังจะถูกเปิดเผย และดูเหมือนหมวดก้องเองก็ไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์อย่างที่เขาพยายามแสดงออกมาตั้งแต่วินาทีแรกที่เราเริ่มทำคดีนี้ร่วมกัน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในหน้าแรกของคดีปริศนานี้ หวังว่ารอยอาฆาตนี้จะทำให้ทุกท่านอยากรู้บทต่อไปครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 1
ศพไร้ญาติในคืนเดือนดับ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!