"แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ถึงกล้ามาเสนอหน้าขวางทางพวกเรา 'กิลด์เขี้ยวอสูร' ในดันเจี้ยนชั้นที่สิบแห่งนี้!"
เสียงคำรามต่ำดังสะท้อนก้องไปตามผนังหินชื้นแฉะของหุบเขาหมอกทมิฬ ชายร่างยักษ์ในชุดเกราะเหล็กกล้าสีดำสนิทนามว่า 'กรามเหล็ก' พุ่งตัวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าอาร์คด้วยสายตาอาฆาต มือหนาของเขาบีบด้ามขวานยักษ์จนเส้นเลือดปูดโปน เรย์จิที่ยืนอยู่ข้างหลังขยับตัวทำท่าจะพุ่งเข้าไปประจันหน้า แต่ทว่า... มือเรียวบางของอาร์คกลับยื่นออกไปขวางเอาไว้เบาๆ
อาร์คไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงอยู่ในชุดนักบวชสีขาวสะอาดตาที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศอันดิบเถื่อนของกิลด์ระดับท็อปนี้แม้แต่น้อย ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสคู่นั้นกวาดมองพื้นที่รอบข้างอย่างเงียบเชียบ ราวกับกำลังคำนวณโครงสร้างของธรรมชาติที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
"เราแค่ผ่านมาทำเควสต์หาวัตถุดิบค่ะ ไม่ได้มีความคิดจะแย่งชิงพื้นที่ล่าของใคร" อาร์คตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าก้องกังวานด้วยความมั่นใจ ไม่มีความประหม่าแม้แต่น้อย
"คำแก้ตัวของไอ้พวกกระจอก!" กรามเหล็กแค่นหัวเราะ เหยียดปากมองดูทีมของอาร์คด้วยความสมเพช "ในดินแดนนี้ 'ความแข็งแกร่ง' คือกฎเพียงข้อเดียว ใครขวางทางก็ต้องโดนกำจัด! ลุยมันซะ!"
ลูกสมุนอีกห้าคนของกิลด์เขี้ยวอสูรพุ่งตัวเข้าใส่ทันทีเหมือนฝูงหมาป่าหิวโหย เรย์จิที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปชักดาบใหญ่ขึ้นมาเตรียมพร้อม "อาร์ค! ถอยไปข้างหลัง ฉันจะจัดการพวกเศษสวะนี่เอง!"
"ไม่จำเป็นค่ะเรย์จิ... ยืนอยู่เฉยๆ แล้วจับตาดูให้ดี" อาร์คกระซิบเบาๆ ก่อนจะสะบัดคทาสั้นในมือเพียงครั้งเดียว สัญลักษณ์วงเวทย์สีฟ้าครามจางๆ ปรากฏขึ้นที่พื้นดินใต้เท้าของเหล่าผู้รุกรานในระยะห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร
*เปรี้ยง!*
อาร์คไม่ได้ร่ายเวทมนตร์โจมตีใส่ศัตรูโดยตรง แต่เขากลับใช้เวท 'แรงกระแทกเบา' พุ่งเข้าใส่จุดอ่อนของเสาหินที่ค้ำยันเพดานถ้ำอยู่เบื้องบน เศษหินก้อนยักษ์ที่ถูกกัดเซาะจากความชื้นมานานนับปีสั่นไหวและร่วงหล่นลงมาตามจังหวะที่อาร์คคำนวณไว้ราวกับสถาปนิกผู้คุมงาน
"ถอยเร็ว! มันทำอะไรบางอย่าง!" หนึ่งในลูกสมุนตะโกนขึ้นด้วยความตระหนก แต่ทุกอย่างสายเกินไป พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกมันยุบตัวลงตามแผนการดัดแปลงสภาพแวดล้อมที่อาร์คเพิ่งวางกลไกไว้เมื่อสิบนาทีก่อน
เสียงกรีดร้องสลับกับเสียงหินถล่มดังระงม กิลด์ขาใหญ่ที่เคยโอหังกลับต้องกลายมาเป็นเหยื่อของกับดักธรรมชาติที่อาร์คสร้างขึ้นเพียงแค่ใช้ทักษะพื้นฐานของนักบวชสายซัพพอร์ตผสานกับความรู้เรื่องฟิสิกส์ในเกม
"มองเห็นไหมคะเรย์จิ?" อาร์คพูดขึ้นพลางปรับแว่นสายตา "การใช้กำลังอาจจะแก้ปัญหาได้ แต่มันต้องใช้พลังงานมากเกินไป... การใช้ 'เงื่อนไข' ของโลกใบนี้จัดการกับศัตรูต่างหาก คือวิธีที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพที่สุด"
ทว่า ในขณะที่ฝุ่นควันเริ่มจางลง กรามเหล็กที่รอดพ้นจากก้อนหินมาได้ด้วยการกดใช้ทักษะ 'โล่สะท้อน' ก็พุ่งทะยานผ่านกองเศษหินมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม เขาไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เรย์จิ แต่เป้าหมายของเขาคือ 'อาร์ค' นักบวชที่ดูเหมือนจะอ่อนแอที่สุดในกลุ่ม
เรย์จิหน้าถอดสี "อาร์ค ระวัง!"
อาร์คหันไปเผชิญหน้ากับคมขวานที่กำลังจะบดขยี้ร่างของเขา แววตาของเขายังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว เขาไม่ได้หลบ แต่กลับกดใช้สกิลสุดท้ายที่ซ่อนเอาไว้— 'เขตแดนแห่งการย้อนกลับ'
จังหวะที่คมขวานห่างจากใบหน้าเพียงนิ้วเดียว เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังกระหึ่มขึ้นในโสตประสาทของทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น
[ประกาศจากระบบ: ผู้เล่นอาร์ค ได้ปลดล็อกเงื่อนไขลับ 'ผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังความโกลาหล']
[ตรวจพบค่าสถานะความฉลาดเกินขีดจำกัด พลังงานแฝงกำลังตื่นขึ้น...]
[คำเตือน: บอสลับ 'ผู้เฝ้าประตูแห่งหุบเขาหมอก' ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการสั่นสะเทือนของหินถล่ม! ระดับความยาก: SSS]
กรามเหล็กชะงักค้าง ขวานของเขาร่วงหล่นจากมือเมื่อเบื้องหลังของอาร์ค... ผืนดินที่เคยดูเหมือนกำแพงถ้ำธรรมดา กลับเริ่มปริแตกออกจนเผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานขนาดมหึมาที่กำลังลืมตาขึ้นจ้องมองพวกเขาทุกคนด้วยความกระหายเลือด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่ติดตามการเดินทางของอาร์คและทีมนะคะ พรีสต์สายลุยจะพาไปลุ้นต่อในตอนหน้าค่ะ!
เซียนกลยุทธ์สายซัพพอร์ต กับทีมดิบเถื่อนที่ไม่รู้จักคำว่าแพ้•ตอนที่ 6
การปะทะครั้งแรกกับกิลด์ขาใหญ่
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์สายซัพพอร์ต กับทีมดิบเถื่อนที่ไม่รู้จักคำว่าแพ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!