นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับพยานปากเอกที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 1

รอยนิ้วมือบนความว่างเปล่า

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"อย่าแตะต้องขอบหน้าต่างเด็ดขาดครับ สารวัตร" น้ำเสียงนุ่มทุบแต่เด็ดขาดดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในคฤหาสน์โบราณย่านชานเมือง ศรัณย์ขยับถุงมือยางสีดำสนิทบนเรียวมือก่อนจะดึงหน้ากากอนามัยขึ้นจัดกระชับ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสภาพห้องนอนที่ถูกปิดตายจากภายในอย่างพินิจพิจารณา หัวใจของเขายังคงเต้นระรัวด้วยจังหวะที่คุ้นเคย—จังหวะแห่งความตื่นตัวยามเผชิญหน้ากับความตายและความลับที่มนุษย์พยายามซ่อนเร้น สารวัตรวิชัยผู้รับผิดชอบคดีหันมามองนักโปรไฟล์เลอร์หนุ่มด้วยแว่นตาที่ฝ้าขึ้นเล็กน้อยจากความกดดัน เขายกมือขึ้นลูบท้ายทอยอย่างจนปัญญา "คุณศรัณย์... หน้าต่างก็ปิดตาย กลอนลงกลอนเหล็กดัดจากข้างใน ประตูห้องก็ล็อกซ้อนสองชั้น ไม่มีร่องรอยการงัดแงะแม้แต่น้อย รอยเท้าบนพรมก็มีแค่รอยของผู้ตายคนเดียว ชายหนุ่มนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงโดยไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือสารพิษในแก้วกาแฟ... ถ้าไม่ใช่ผีสางเทวดาทำ แล้วคุณจะอธิบายการฆาตกรรมครั้งนี้ว่ายังไง?" ศรัณย์ไม่ตอบทันที อาการย้ำคิดย้ำทำเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เขาต้องขยับนาฬิกาข้อมือให้เข้าที่ถึงสามครั้งก่อนจะเริ่มก้าวเดินอย่างเป็นระบบ การเดินของเขาถูกคำนวณไว้แล้ว—ก้าวละเจ็ดสิบเซนติเมตร ทิ้งน้ำหนักลงที่ส้นเท้าเพื่อไม่ให้รบกวนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์บนพื้น นี่คือโลกที่เขาคุ้นเคย โลกที่ขับเคลื่อนด้วยตรรกะ กฎฟิสิกส์ และพฤติกรรมมนุษย์ที่มักทิ้งร่องรอยไว้เสมอ แม้เจ้าตัวจะพยายามลบมันมากแค่ไหนก็ตาม ปมในใจเรื่องการสูญเสียคู่หูเก่าในปฏิบัติการที่ผิดพลาดเมื่อปีก่อนยังคงเป็นรอยแผลเป็นที่เตือนใจเขาว่า *ความประมาทเพียงนิดเดียว คือความแตกต่างระหว่างความเป็นกับความตาย* ดังนั้น ศรัณย์จึงไม่เคยปล่อยให้รายละเอียดใดหลุดรอดจากสายตา เขาก้มลงใช้ไฟฉายอัลตราไวโอเลตส่องกราดไปตามพื้นไม้ปาร์เกต์ ลวดลายแสงสีฟ้าสะท้อนให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้าง แต่ไม่มีรอยเท้าแปลกปลอม ไม่มีสารคัดหลั่ง ไม่มีรอยลากจูง ทุกอย่างสมบูรณ์แบบเกินไป... และความสมบูรณ์แบบนี่แหละ คือรอยนิ้วมือที่ไร้ตัวตนของผู้กระทำผิด "ไม่มีทางที่อาชญากรรมจะไร้ร่องรอยหรอกครับสารวัตร" ศรัณย์กล่าวเรียบๆ ขณะจดบันทึกย่อลงในสมุดเล่มเล็กด้วยลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อย "กฎข้อแรกของนิติวิทยาศาสตร์บอกเราไว้เสมอว่า ทุกการสัมผัสย่อมทิ้งร่องรอยแลกเปลี่ยน (Locard's Exchange Principle) เพียงแต่... เรากำลังมองหาในที่ที่ผิด หรือใช้เครื่องมือที่ไม่ถูกต้องต่างหาก" ทันใดนั้นเอง บรรยากาศอุณหภูมิรอบตัวก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเข้ามาทางช่องระบายอากาศทั้งที่หน้าต่างปิดสนิท ประตูไม้เนื้อแข็งส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ราวกับมีใครกำลังก้าวเข้ามา ร่างระหงในชุดโค้ทสีเทาเข้มยืนพิงกรอบประตูอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ เรนิษาก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ กลิ่นอายความเยือกเย็นแผ่ออกมาจากตัวเธอราวกับกระแสไฟฟ้าสถิต ดวงตาสดใสแต่ลุ่มลึกคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้องเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มจางๆ "คุณกำลังพยายามใช้ตรรกะทางกายภาพมาแก้ปัญหาที่อยู่นอกเหนือกฎฟิสิกส์เดิมๆ อีกแล้วนะศรัณย์" เสียงใสราวกับกระดิ่งเงินเอ่ยขึ้น ทำเอาสารวัตรวิชัยสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ขณะที่ศรัณย์เพียงแค่เหลือบมองเธอด้วยความคุ้นเคย เรนิษาคือหญิงสาวผู้รอดชีวิตจากการทดลองลับระดับชาติ เธอกล่าวอ้างเสมอว่าตนเองมี 'สัมผัส' ที่ถูกปลุกเร้าจากการดัดแปลงพันธุกรรม ทำให้เธอสามารถมองเห็น 'ร่องรอยพลังงาน' และเศษเสี้ยวเหตุการณ์ที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ—สิ่งที่คนธรรมดาเรียกว่าความว่างเปล่า แต่สำหรับเธอ มันคือภาพฉายสามมิติที่ชัดเจนยิ่งกว่าวิดีโอวงจรปิด ศรัณย์ถอนหายใจเบาๆ "ผมเชื่อในหลักฐานที่พิสูจน์ได้ เรนิษา ไม่ใช่ภาพหลอนจากประสาทสัมผัสของคุณ" "งั้นเหรอคะ?" เรนิษาก้าวเข้าไปใกล้เตียงนอนของผู้ตายมากขึ้น เธอไม่ได้สวมถุงมือ แต่ปลายนิ้วเรียวกลับยกขึ้นแตะลอยๆ เหนือหมอนของผู้ตายห่างออกไปเพียงหนึ่งเซนติเมตร ดวงตาของเธอดำสนิทขึ้นชั่วขณะ "ถ้าคุณมั่นใจในตรรกะนัก... ลองก้มลงมองใต้ฐานเตียงสิคะ ตรงมุมซ้ายสุดที่คุณยังไม่ได้ส่องไฟดูนั่นแหละ" ศรัณย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้เขาจะเคลือบแคลงในที่มาของความสามารถเธอดังเดิม แต่เคมีและความเชื่อใจที่สั่งสมผ่านการร่วมเป็นร่วมตายมาหลายคดี ทำให้เขาย่อตัวลงแล้วสอดไฟฉายส่องลงไปใต้โครงเตียงไม้สักทอง แสงสีขาวสว่างวาบเผยให้เห็นวัตถุบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน มันไม่ใช่มีด ไม่ใช่ปืน... แต่เป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋วที่ต่อเข้ากับระบบควบคุมหน้าต่างอัตโนมัติของห้อง พร้อมกับเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่เขียนตัวเลขชุดหนึ่งเอาไว้ด้วยหมึกสีดำสนิท: *[ 0.0000 / SSS-Protocol ]* ทันทีที่แสงไฟกระทบกับแผงวงจร หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าโปร่งใสขนาดจิ๋วก็เด้งขึ้นกลางอากาศตรงหน้าศรัณย์โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเขาคนเดียว *[ ตรวจพบเป้าหมาย: คดีปริศนาห้องปิดตาย (ระดับความยาก: SSS) ]* *[ ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมกำลังเริ่มต้น... ทำการประเมินความเข้ากันได้ของโฮสต์: 98.4% ]* *[ คำเตือน: ผู้บงการเบื้องหลังกำลังเฝ้าดูท่านผ่านมุมกล้องวงจรปิดในห้องนี้... และมันกำลังเริ่มต้นนับถอยหลัง ]* ศรัณย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สัญชาตญาณนักโปรไฟล์เลอร์ร้องเตือนภัยสีแดงฉานในหัว สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วดุจคอมพิวเตอร์ ขณะที่เรนิษาหันมาสบตาเขาด้วยแว่นตาที่สะท้อนแสงไฟกระพริบสีแดงจากตัวอุปกรณ์ปริศนานั้น ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไร เสียงกริ่งเตือนภัยไฟไหม้ทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับประตูห้องที่กระแทกปิดล็อกลงเองอย่างแรงด้วยระบบอัตโนมัติจากภายนอก ไฟฟ้าทั้งหมดในคฤหาสน์ดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานจากหลอดไฟสำรองฉุกเฉินที่สาดส่องลงบนใบหน้าของทั้งคู่ และในความมืดมิดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังก้าวขึ้นบันไดมาช้าๆ ทีละก้าว... ทีละก้าว... มุ่งตรงมายังห้องที่พวกเขาถูกขังอยู่ ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับพยานปากเอกที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%