นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับพยานปากเอกที่มองไม่เห็น•ตอนที่ 3

ตรรกะปะทะสัญชาตญาณ

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"รอยยิ้มนั้น... ไม่ได้เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อหลังเสียชีวิตครับคุณเรนิษา มันคือปฏิกิริยาเคมีจากสารเร่งการเกร็งตัวที่ถูกฉีดเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางต่างหาก" ศรัณย์เอ่ยแย้งขึ้นทันที เสียงรองเท้าหนังขัดเงาของเขาหยุดกึกสนิทลงเบื้องหน้าโครงกระดูกและร่างไร้ลมหายใจในห้องชันสูตรจำลอง กลิ่นฟอร์มาลีนและสารเคมีคละคลุ้งผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศที่ตั้งไว้ต่ำกว่ายี่สิบองศาเซลเซียส แต่นั่นก็ยังไม่เย็นเท่ากับบรรยากาศความตึงเครียดระหว่างเขากับหญิงสาวผู้ยืนกอดอกพิงชั้นวางอุปกรณ์สแตนเลสอยู่มุมห้อง นิ้วเรียวยาวของศรัณย์ขยับปรับแว่นสายตา เลนส์ใสสะท้อนแสงไฟนีออน ขณะที่สมองส่วนหน้ากำลังประมวลผลข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างรวดเร็ว ในฐานะโปรไฟล์เลอร์ผู้ยึดมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ ทุกปรากฏการณ์ต้องมีสมการมารองรับ ไม่มีที่ว่างให้กับสิ่งลี้ลับหรือสัญชาตญาณไร้ที่มา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเหตุการณ์สยดสยองตรงหน้า—ภาพดวงตาสดใสไร้วิญญาณที่จู่ๆ ก็เบิกโพลงขึ้นพร้อมมุมปากที่ฉีกยิ้มกว้างถึงใบหูเมื่อครู่—เพิ่งจะผ่านพ้นไปหมาดๆ เรนิษาไม่สะทกสะท้านต่อท่าทีเคร่งเครียดของชายหนุ่ม เธอละสายตาจากคราบสารเคมีบนพื้น เลื่อนมาสบตากับเขาด้วยแววตานิ่งสงบ เยือกเย็น แต่ลุ่มลึกราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนทุกข้อแก้ตัวทางวิทยาศาสตร์ของเขา "คุณศรัณย์กำลังใช้ทฤษฎีกลศาสตร์ของกล้ามเนื้อมาอธิบายความอาฆาตมาดร้ายที่ถูกบันทึกไว้ในคลื่นสมองช่วงสุดท้ายของเหยื่อสินะคะ" เรนิษาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเย้าหยวนจางๆ "แต่บางครั้ง... วิทยาศาสตร์ก็เดินทางไปช้ากว่าความจริงก้าวหนึ่งเสมอค่ะ" "มันไม่ใช่เรื่องของความช้าหรือเร็วครับ แต่มันคือเรื่องของความน่าเชื่อถือทางสถิติและกระบวนการพิสูจน์" ศรัณย์ถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยอ่อน เขาย่อตัวลงใช้คีมปลายแหลมหยิบเศษผลึกสีขาวชิ้นเล็กๆ ที่ร่วงอยู่ใกล้ซอกมุมปากของร่างไร้ลมหายใจขึ้นมาพิจารณา "ผลวิเคราะห์เบื้องต้นระบุว่านี่คือเกลือแร่ชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างน้ำลายกับสารประกอบฟอสเฟตในกระบวนการดองศพ มันทำให้เกิดแรงดันภายในช่องปากและดึงมุมปากให้ยกขึ้นตามกลไกฟิสิกส์ธรรมดาครับ ไม่มีวิญญาณ อาฆาตมาดร้าย หรือปาฏิหาริย์ใดๆ ทั้งสิ้น" ศรัณย์อธิบายพร้อมกับส่งตัวอย่างเข้าสู่เครื่องสเปกโตรมิเตอร์พกพาบนโต๊ะทำงาน เสียงการทำงานของระบบประมวลผลภายในเครื่องดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป็นระบบ เป็นระเบียบ และมีเหตุผลรองรับชัดเจนตามแบบฉบับที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิตการทำงานในหน่วยสืบสวน ทว่า... ในขณะที่เขากำลังรอผลลัพธ์เพื่อตอกย้ำทฤษฎีของตนเอง เรนิษากลับเดินเข้ามาใกล้ ร่างเพรียวบางหยุดยืนอยู่เหนือไหล่ของเขา กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าหลังฝนตกโชว์เข้ามาแตะจมูก ท่ามกลางกลิ่นฉุนของสารเคมี มือเรียวบางเอื้อมออกไปแตะเบาๆ ที่หน้าจอแสดงผลของเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ ก่อนที่เธอจะกดปุ่มรีเซ็ตระบบด้วยความเร็วที่ศรัณย์ไม่ทันได้ท้วงติง! "เฮ้! คุณทำอะไรน่ะ?" ศรัณย์ชะงัก เลิกคิ้วสูงด้วยความไม่พอใจ ความย้ำคิดย้ำทำของเขาเริ่มประท้วงเมื่อระเบียบวิธีวิเคราะห์ถูกขัดจังหวะ "ข้อมูลกำลังประมวลผลอยู่ การขัดขวางกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แบบนี้ทำให้เสียเวลา-" "ลองมองข้ามตัวเลขบนหน้าจอแล้วใช้ประสาทสัมผัสของคุณดูบ้างสิคะ โปรไฟล์เลอร์มือหนึ่ง" เรนิษาตัดบทด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เธอยื่นปลายนิ้วไปจิ้มลงบนอากาศว่างเปล่าเหนือโต๊ะชันสูตรห่างจากศพราวหนึ่งเมตร "ลองฟังเสียงรอบตัวให้ดี... เสียงฝีเท้าคู่ที่สามในห้องนี้ไม่ได้มาจากพื้นคอนกรีต แต่มันสะท้อนมาจากผนังเหล็กด้านขวาต่างหาก" ศรัณย์ขมวดคิ้วแน่น เขากำลังจะอ้าปากแย้งว่าในห้องนี้มีเพียงเขากับเธอและระบบปรับอากาศ แต่แล้ว... ขนทั่วร่างของเขาก็ลุกชันขึ้นอย่างกะทันหัน กริ๊ก... เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นจากทิศทางที่เรนิษาชี้! ดวงตาสีเข้มของศรัณย์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาหันขวับไปมองตามทิศทางนั้นทันที ระบบตรรกะในหัวเริ่มรวนเรเมื่อประสาทสัมผัสของเขาเองเริ่มจับสัญญาณบางอย่างได้ ท่อระบายอากาศสแตนเลสขนาดใหญ่ที่อยู่สูงจากพื้นสามเมตรกำลังสั่นไหวอย่างช้าๆ แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้เกิดจากลมของเครื่องปรับอากาศ แต่มันเกิดจาก 'น้ำหนัก' ที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในท่อแคบๆ นั้นต่างหาก! ศรัณย์กัดริมฝีปากล่างเบื้องต้น มือขวาเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้สูทโดยสัญชาตญาณ ความเฉียบคมและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่เคยหลับใหลไปนับตั้งแต่เหตุการณ์สูญเสียคู่หูในอดีต ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทีละน้อยอย่างรวดเร็ว "ท่อระบายอากาศ... มีคนแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วและอุปกรณ์ส่งสัญญาณชีพจรไว้ใต้โครงศพ" เรนิษากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาคู่สวยเป็นประกายคมกริบท่ามกลางความสลัว "และไอ้ผลึกสีขาวที่คุณเพิ่งเก็บขึ้นมาเมื่อกี้... มันไม่ใช่เกลือแร่ธรรมชาติอย่างที่เครื่องมือของคุณคำนวณหรอกค่ะ แต่มันคือ 'ตัวรับสัญญาณไมโครเวฟ' ที่กระตุ้นให้เส้นประสาทบนใบหน้าของศพขยับตามคำสั่งระยะไกล" ศรัณย์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองที่เคยยึดมั่นในทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์แบบตรงไปตรงมาถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขาหันกลับมามองหน้าจอเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ที่ตอนนี้แสดงผลใหม่อีกครั้ง หลังจากที่เรนิษาแอบปรับค่าความถี่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าให้ต่ำลง และผลลัพธ์ที่ปรากฏบนหน้าจอก็ทำให้เขาต้องพูดไม่ออก—กราฟแสดงคลื่นความถี่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ยืนยันสมมติฐานของหญิงสาวได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ ศรัณย์ปฏิเสธทฤษฎีของเรนิษาโดยสิ้นเชิงในตอนแรก ด้วยความเชื่อมั่นในตรรกะและหลักการอันแข็งแกร่งของตนเอง แต่ในวินาทีนี้ หลักฐานเชิงประจักษ์กลับตบหน้าเขาอย่างจัง สิ่งที่หญิงสาวลึกลับคนนี้พูด... มีมูลความจริงทุกประการ และมันล้ำหน้ากว่ากระบวนการสืบสวนรูปแบบเดิมๆ ที่เขารู้จักไปไกลโข "คุณ... รู้ได้อย่างไร?" ศรัณย์ถามเสียงแผ่ว ความสงสัยผสมผสานกับความทึ่งฉายชัดผ่านแววตาคู่คม เรนิษาไม่ตอบคำถามนั้นทันที เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้น่ากลัวเหมือนศพบนพื้น แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่าง ก่อนที่เธอจะก้าวเข้าไปใกล้ร่างไร้ลมหายใจบนพื้นอีกก้าวหนึ่ง แล้วเอ่ยกระซิบเบาๆ จนแทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องจักร "เพราะฉันเคยอยู่ในห้องทดลองเดียวกับที่สร้าง 'เครื่องมือ' ชิ้นนี้ขึ้นมายังไงล่ะคะ..." ฉับพลัน ไฟนีออนทั่วทั้งห้องชันสูตรก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วพริบตา ทิ้งให้เสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางความเงียบงัน และก่อนที่ศรัณย์จะทันได้ควักไฟฉายออกมา เสียงกระซิบเย็นเยียบจากลำโพงอินเตอร์คอมที่ควรจะถูกตัดไฟไปแล้ว ก็ดังขึ้นติดๆ กันด้วยน้ำเสียงสังเคราะห์ที่น่าขนลุก *"ยินดีต้อนรับสู่การทดสอบบทที่สาม... โปรไฟล์เลอร์ศรัณย์ และคุณหนูเรนิษา ตอนนี้ประตูนิรภัยถูกล็อกตายด้วยระบบชีวมิติเรียบร้อยแล้ว และแก๊สพิษกำลังจะปล่อยลงมาในอีกหนาววินาที... ขอให้โชคดีนะครับ"* ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับพยานปากเอกที่มองไม่เห็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%