“คุณกำลังจะบอกว่า คุณจะทำลายทุกอย่างที่ผมสร้างมา เพียงเพราะผมพยายามปกป้องคุณงั้นเหรอคะธาม?”
มินตราแค่นหัวเราะ เสียงของเธอยังสั่นพร่าด้วยความตระหนก มือที่ถือแก้วไวน์สั่นไหวจนของเหลวสีแดงเข้มกระฉอกออกมาเปื้อนปลายนิ้ว เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าที่ยืนตระหง่านอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แววตาของเขาเย็นชาดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
ธามไม่ได้ตอบในทันที เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายของความกดดันแผ่กระจายไปทั่วห้องทำงานที่เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ เขาค่อยๆ วางเอกสารปึกนั้นลงบนโต๊ะ ก่อนจะประสานมือเข้าหากันอย่างใจเย็น
“ปกป้องผม?” ธามทวนคำ น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าบาดลึก “คุณใช้วิธีการทำลายจริยธรรมของบริษัท และดึงรินรดาเข้ามาเกี่ยวข้องในเกมสกปรกนี้ เพื่อบอกว่านั่นคือการปกป้องผมหรือครับมินตรา ผมว่าเรานิยามคำว่าความหวังดีต่างกันเกินไป”
มินตราเม้มปากแน่น ความโกรธแค้นในแววตาถูกแทนที่ด้วยความร้าวราน “ธาม... คุณก็รู้ว่าที่ฉันทำไปทั้งหมด เพราะฉันไม่อยากให้คุณต้องแปดเปื้อนกับความทรงจำแย่ๆ ในอดีต ผู้หญิงคนนั้น... รินรดา เธอไม่มีทางเข้าใจโลกที่คุณยืนอยู่หรอกครับ เธอเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความอ่อนแอที่คุณควรทิ้งมันไว้ข้างหลัง”
“นั่นไม่ใช่หน้าที่ของคุณที่จะตัดสินครับ” ธามเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าเธอ ระยะห่างที่เคยมีช่องว่าง กลับกลายเป็นความบีบคั้นที่ทำให้หายใจไม่ออก “ผมให้โอกาสคุณแก้ไขบัญชีพวกนี้ตั้งแต่วันที่ผมเริ่มระแคะระคาย แต่สิ่งที่คุณตอบแทนความไว้ใจของผม คือการแอบส่งอีเมลพวกนั้นไปให้รินรดา คุณต้องการให้เธอเจ็บปวด เพื่อที่เธอจะเดินจากไป... ใช่ไหมครับ?”
มินตรานิ่งอึ้ง หัวใจของเธอหล่นวูบ เธอไม่คิดว่าธามจะสืบจนรู้ความจริงทั้งหมด แต่ในเมื่อถูกตีต้อนจนมุม เธอก็ไม่คิดจะซ่อนเร้นความในใจอีกต่อไป
“ใช่ค่ะ!” เธอตะโกนก้อง เสียงนั้นก้องสะท้อนไปมา “ฉันทำ! เพราะฉันไม่อยากเห็นคุณต้องเสียใจซ้ำสองเพราะผู้หญิงคนเดิมที่เคยทิ้งคุณไปตอนที่คุณไม่มีอะไรเลย ธาม... ฉันอยู่ข้างคุณมาตลอดสิบปี แล้วทำไมสายตาของคุณถึงไม่เคยมองมาที่ฉันเลยแม้แต่วินาทีเดียว!”
ธามถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาของเขาหม่นแสงลงราวกับกำลังนึกย้อนไปถึงความหลังที่เจ็บปวด “เพราะความรักไม่ใช่การกักขังครับมินตรา และยิ่งคุณทำลายสิ่งที่ผมรักมากที่สุด... นั่นยิ่งทำให้ผมรู้ว่า เราไม่เคยรู้จักกันจริงๆ เลย”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเย็นชาที่ธามแผ่ออกมาเปรียบเสมือนกำแพงสูงใหญ่ที่ปิดตายความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคน มินตราทรุดตัวลงบนเก้าอี้ด้วยความหมดแรง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลอาบแก้ม เธอรู้ดีว่าคำพูดของเธอกำลังกลายเป็นอาวุธที่ฆ่าตัวตาย
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของโถงทางเดินหน้าห้องทำงาน รินรดาที่ตั้งใจจะมาส่งเอกสารสำคัญให้ธามยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น เธอได้ยินทุกอย่าง... ทุกคำพูดที่แทงลึกถึงหัวใจ
มือที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทา เธอพยายามตั้งสติ แต่ภาพความทรงจำที่ว่าธามเคยถูกทอดทิ้งในอดีต และความลับเรื่องอีเมลปริศนาที่เธอได้รับมาตลอด กลายเป็นคำตอบที่ชัดเจนจนไม่เหลือที่ว่างให้แก้ตัว เธอไม่ได้โกรธมินตรามากเท่ากับที่โกรธตัวเอง... ที่ไม่เคยถามเขาให้ชัดเจนตั้งแต่แรก
รินรดาก้าวถอยหลังเบาๆ พยายามไม่ให้เกิดเสียง เธอหันหลังกลับหมายจะหนีจากสถานที่แห่งนี้ แต่ทว่า...
“คุณรินรดาครับ?”
เสียงทุ้มต่ำของธามดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน เขาเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่เมื่อสายตาของเขาประสานกับแววตาที่สั่นไหวของหญิงสาว เขาก็ชะงักไปทันที
รินรดาพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูเจ็บปวดเกินกว่าจะมอง “ฉัน... ฉันแค่จะมาส่งเอกสารค่ะ เห็นว่าพวกคุณกำลังคุยกันอยู่... ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
เธอหันหลังเดินหนีไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รอคำตอบ ธามทำท่าจะก้าวตาม แต่แล้วเขาก็หยุดชะงักเมื่อเห็นบางอย่างตกอยู่บนพื้นทางเดิน... มันคือสมุดบันทึกเล่มเล็กที่รินรดามักจะพกติดตัวไว้เสมอ
เขาก้มลงเก็บสมุดเล่มนั้นขึ้นมา ทว่าเมื่อเปิดหน้าสุดท้ายออก มือของเขาก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที ข้อความในนั้นไม่ได้เขียนถึงการทำงาน หรือเรื่องราวทั่วไป แต่มันคือรายชื่อของสถานพยาบาลที่เขาเคยรักษาตัวในอดีต พร้อมกับบันทึกข้อความที่เขียนด้วยลายมือสั่นๆ ว่า...
‘ฉันเป็นคนส่งอีเมลพวกนั้นเอง... เพราะฉันอยากให้คุณเป็นอิสระจากความเจ็บปวดของฉัน... ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนก็ตาม’
ธามนิ่งงันไป ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน สิ่งที่มินตราทำเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า... ความรักที่ยอมเสียสละแม้กระทั่งตัวเองเพื่อให้คนที่รักได้ไปต่อ
เขากำสมุดเล่มนั้นแน่นจนกระดาษยับย่น ในวินาทีที่เขากำลังจะวิ่งตามรินรดาไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อก็ดังขึ้น สายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเขารับสาย เสียงปลายสายที่ตอบกลับมานั้นทำให้ธามต้องหยุดยืนสนิทอยู่กับที่
“สวัสดีครับธาม... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ดูเหมือนความลับที่คุณพยายามปกป้องไว้ จะไม่ได้มีแค่เรื่องบริษัทแล้วล่ะ... เพราะตอนนี้รินรดา กำลังเดินเข้าไปหาคนที่ถือปืนรอเธออยู่ในลิฟต์ตัวนั้นแล้ว”
หัวใจของธามเหมือนถูกกระชากออกจากอก เขาหันมองไปยังลิฟต์ตัวที่อยู่สุดทางเดิน ซึ่งประตูกำลังปิดสนิทลงช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของหญิงสาวที่เขารักที่สุด กำลังก้าวเข้าไปเผชิญกับอันตรายที่เขาเป็นต้นเหตุ
หวังว่าเรื่องราวที่ผมร้อยเรียงจะทำให้ท่านผู้อ่านสัมผัสถึงความเจ็บปวดและรักที่พยายามส่งผ่านออกมาได้นะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ สายลมแผ่วเบา
ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ•ตอนที่ 31
ช่องว่างที่ห่างออกไป
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดหวนคืนสู่รอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!