“หยุดการคำนวณเสียที เรย์... นายกำลังพยายามแกะรอยฝีเท้าของพระเจ้าอยู่หรือไง?”
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าของดร.เอเลน่าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องแล็บใต้ดิน อุปกรณ์โฮโลแกรมฉายแสงสีฟ้าครามกระทบกับกรอบแว่นของผมจนเกิดเงาสะท้อนระยิบระยับ ผมไม่ได้หันไปมองเธอ สายตาของผมยังคงจดจ้องอยู่กับบรรทัดโค้ดนับล้านที่ไหลผ่านจอประสาทตาเสมือนจริง นิ้วมือขยับรัวบนแป้นพิมพ์แสงเพื่อปรับแต่งค่าตัวแปรในสมการความน่าจะเป็นครั้งที่หนึ่งหมื่นแปดพันสองร้อยสี่สิบเก้า
“ไม่ใช่พระเจ้าหรอกครับอาจารย์” ผมตอบกลับโดยไม่ละสายตา “แค่เศษเสี้ยวของข้อผิดพลาดที่ระบบพยายามปกปิดไว้”
ผมกดปุ่ม ‘Execute’ ร่างกายสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อกราฟแท่งสีแดงพุ่งสูงขึ้นจนแตะเพดานค่าขีดจำกัดสูงสุด ตัวเลขทศนิยมตำแหน่งที่สิบสองถึงสิบห้าเริ่มเต้นเร่า มันไม่ใช่การสุ่ม แต่มันคือ ‘รูปแบบ’... รูปแบบที่ซ้ำรอยเดิมอย่างน่าขนลุก ทุกนาโนวินาทีที่ผ่านไป ค่าความเบี่ยงเบนในระบบนิเวศจำลองนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นอิสระ แต่มันกำลัง ‘ย้อนกลับ’ ไปสู่จุดตั้งต้นเสมอ
“นายเห็นมันแล้วสินะ” น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป คราวนี้แฝงไปด้วยความเวทนาที่ผมไม่ต้องการ
ผมหันกลับไปมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่ตรงทางเข้าห้องแล็บ เสื้อกาวน์สีขาวของเธอดูยับย่นเหมือนผ่านการใช้งานมานับศตวรรษ ในมือของเธอถือถ้วยกาแฟที่เย็นชืด ซึ่งเธอมักจะอุ่นมันด้วยเครื่องเร่งอนุภาคขนาดเล็กเสมอ เธอไม่ได้มองมาที่ผม แต่มองผ่านเลยไปยังผนังเหล็กกล้าที่ไร้รอยต่อ
“ทำไมเลขชุดนี้ถึงปรากฏขึ้นมาใหม่ครับ?” ผมถามพลางชี้นิ้วไปที่จอโฮโลแกรม “ในฐานะนักวิเคราะห์ ผมมั่นใจว่าอัลกอริทึมการกระจายตัวของเวลาควรจะเป็นเส้นตรง แต่ดูนี่สิ... ค่าความหนาแน่นของพลังงานในช่วงเวลา 08:12:05 น. เมื่อวาน กับวันนี้ มันคือค่าเดียวกันเป๊ะ ทั้งที่ควรจะมีค่าความผันผวนของความร้อน (Thermal Fluctuation) เข้ามาแทรกแซง”
ดร.เอเลน่าเดินเข้ามาใกล้ แสงจากหน้าจออาบไล้ใบหน้าที่ดูอ่อนล้าแต่คมคายของเธอ เธอวางมือลงบนไหล่ผม แรงกดนั้นหนักอึ้งเกินกว่าจะเป็นเพียงการปลอบประโลม
“เรย์... จักรวาลนี้มันไม่ได้สมบูรณ์แบบหรอก แต่มันกำลังถูก ‘รีไซเคิล’” เธอกระซิบ “นายไม่ได้กำลังวิเคราะห์ข้อมูล แต่นายกำลังอ่านบันทึกความตายของเวลาที่ถูกเขียนทับซ้ำไปซ้ำมา”
ผมขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่าอย่างไร?”
“สมมติฐานเดิมที่ว่าเราเป็นอิสระนั้นพังทลายลงแล้ว” เธอเดินไปที่หน้าต่างกระจกนิรภัยที่มองออกไปเห็นเมืองหลวงนีโอ-อาร์คคาเดีย ซึ่งประดับด้วยแสงไฟนีออนสว่างไสวเหมือนในทุกๆ ค่ำคืนที่ผมจำความได้ “ลองนับจำนวนครั้งที่รถบรรทุกขนส่งขยะคันนั้นขับผ่านหน้าตึกซิ นายจะพบว่ามันขับผ่านจุดเดิมด้วยความเร็วเดิม ในจังหวะเดิม ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังเต้นระบำอยู่บนแผ่นเสียงที่ตกร่อง”
ผมเริ่มตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ ข้อมูลดิบในฐานข้อมูลถูกเรียกมาเปรียบเทียบทีละชุด... หนึ่งชุด, สองชุด, สามชุด... สิบชุด... ผมหยุดกึกเมื่อพบว่าเหตุการณ์ในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกจำลองซ้ำทุกประการโดยมีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.0001%
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ ‘กรงขัง’
“เราติดอยู่ในลูปงั้นหรือครับ?” ผมถาม เสียงของผมแหบแห้ง
“เราไม่ได้แค่ติดอยู่ในลูป เรย์” เธอกล่าวพร้อมกับหยิบเหรียญโลหะสีเงินขึ้นมาดีดเล่น “เราเป็นเพียง ‘สัญญาณรบกวน’ ที่ระบบพยายามจะกำจัดทิ้งให้หมดไปในทุกรอบการหมุน แต่รอบนี้... นายกลับพบวิธีอ่านโค้ดของมันเข้าเสียก่อน”
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศภายในห้องแล็บก็เปลี่ยนไป เสียงพัดลมระบายความร้อนที่เคยครางหึ่งๆ กลับเงียบกริบลงอย่างฉับพลัน ไฟในห้องเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีแดงฉาน ระบบรักษาความปลอดภัยของแล็บส่งเสียงหวอแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก
*ติ๊ง!*
หน้าจอโฮโลแกรมทุกบานที่เคยแสดงกราฟวิเคราะห์กลับกลายเป็นสีดำสนิท ก่อนจะมีตัวอักษรสีทองวิ่งขึ้นมากลางอากาศราวกับรหัสลับที่ปลดล็อกตัวเอง
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนที่ไม่ได้รับอนุญาตในโครงสร้างความจริง - กำลังประเมินระดับภัยคุกคาม]
[วิเคราะห์ความน่าจะเป็นในการกำจัดเป้าหมาย: 99.99% (สถานะ: เริ่มดำเนินการ)]
[ภารกิจระดับ SSS ปรากฏ: "จุดจบของสถาปนิกผู้ลบล้างเวลา" - จงเอาชีวิตรอดจากหน่วยกวาดล้างข้อมูลในอีก 60 วินาที]
ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำหลายสายปรากฏขึ้นจากอากาศที่ว่างเปล่า พวกมันไม่มีรูปร่างที่ชัดเจน แต่ละตัวถืออาวุธที่ดูเหมือนเส้นแสงที่บิดเบี้ยว ดร.เอเลน่าชักปืนพกพลังงานออกมาจากใต้เสื้อกาวน์ ดวงตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยวที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
“เรย์ ฟังผมให้ดีนะ” เธอตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณเตือน “นี่คือจังหวะเดียวที่ระบบจะเปิดช่องโหว่ในช่วงรอยต่อของลูป หากนายอยากจะจำสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ทั้งหมด นายต้องยอมให้ตัวเองถูกลบ... และ ‘เขียนใหม่’ ในขณะที่การเชื่อมต่อยังทำงานอยู่”
“ถ้าผมถูกลบ ผมจะยังมีชีวิตอยู่หรือครับ?” ผมตะโกนถาม มือคว้าคีย์บอร์ดแสงเตรียมพร้อมสำหรับการแฮ็กครั้งสุดท้าย
“นายจะไม่ตาย... แต่นายจะกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับโลกใบนี้”
เธอกระโดดไปบังหน้าผมขณะที่หน่วยกวาดล้างพุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธแสงที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างให้กลายเป็นละอองธุลี ทว่าก่อนที่คมมีดแสงเล่มแรกจะถึงตัวเธอ ประตูกระจกนิรภัยด้านหลังก็ระเบิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างชายสวมหน้ากากสีเงินที่ก้าวเข้ามา ท่ามกลางควันไฟที่ตลบอบอวล ชายผู้นั้นจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะรู้จักผมดี... ดีเกินกว่าที่คนแปลกหน้าควรจะรู้จัก
เขายกมือขึ้นชี้มาที่หน้าอกผม “เรย์ อย่าเชื่อสิ่งที่มันบอก... เวลาที่แท้จริง ไม่ได้เริ่มจากจุดที่เราถูกลบ แต่มันเริ่มจากจุดที่เรากล้าที่จะ ‘สังหาร’ อดีตของตัวเอง”
ผมชะงักไป ความทรงจำบางอย่างที่เลือนลางผุดขึ้นมาในหัวเหมือนฟิล์มที่โดนความร้อน... ภาพของผมในวัยเด็กที่ถือคัมภีร์รหัสลับ และเสียงกระซิบจากชายสวมหน้ากากคนเดิมที่เคยพูดประโยคนี้เมื่อหลายปีมาแล้ว... หรืออาจจะเป็นเมื่อหลายล้านรอบที่แล้ว
ระบบแจ้งเตือนกะพริบถี่ขึ้นเป็นสีม่วงเข้ม ภารกิจระดับ SSS เริ่มต้นขึ้นแล้ว และทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือการกระโดดลงไปในกองเพลิงแห่งความเป็นจริงที่บิดเบี้ยว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกของมหากาพย์ครั้งนี้นะครับ
ควอนตัมคอร์
อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้ลบล้างเวลา•ตอนที่ 1
สัญญาณรบกวนในความสมบูรณ์แบบ
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้ลบล้างเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
