"ถ้าคุณยังคำนวณอัตราการยุบตัวของพิกัดช้ากว่านี้อีกแค่ศูนย์จุดสามวินาที สมองกลชีวภาพในหัวของคุณคงระเบิดกลายเป็นโกโก้ครั้นช์ไปนานแล้วครับ เรย์"
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงแววเหนื่อยหน่ายดังขึ้นท่ามกลางเสียงหอนหวีดของกระแสข้อมูลดิจิทัลที่กำลังพัดถล่มโครงสร้างมหานครนีโอ-เวนเทียจนแทบปริแตก ท้องฟ้าเหนือศีรษะไม่ได้ถูกย้อมด้วยสีครามของธรรมชาติอีกต่อไป หากแต่ถูกแทนที่ด้วยม่านหมอกสีม่วงเข้มข้น ประจุไฟฟ้าสถิตนับล้านโวลต์วิ่งพล่านตัดผ่านตึกระฟ้าทรงเรขาคณิตจนเกิดประกายไฟสีครามสว่างวาบไปทั่วทิศทาง
เรย์หอบหายใจถี่รัว เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย นิ้วเรียวยาวทั้งสองข้างยังคงรัวแป้นพิมพ์โฮโลแกรมตรงหน้าด้วยความเร็วสูงจนเกิดภาพติดตา หน้าต่างสถานะสีแดงฉานนับร้อยหน้าต่างเด้งขึ้นมาเตือนสิทธ์การเข้าถึงระดับวิกฤต เสียงสัญญาณเตือนภัยดัง *ติ๊ด... ติ๊ด...* ถี่กระชั้นจนประสาทหูแทบชา
นี่คือผลลัพธ์จากการตัดสินใจกระโดดลงมาจากกองเพลิงแห่งความเป็นจริงที่บิดเบี้ยวตามคำสั่งของระบบแจ้งเตือนสีม่วงเข้มในตอนที่แล้ว เรย์ไม่คาดคิดเลยว่าแรงเหวี่ยงจากการข้ามผ่านมิติเวลาจะพาเขามาตกกลางใจพายุข้อมูลดิบที่กำลังกัดกร่อนรากฐานของโลกใบนี้แบบเรียลไทม์
"ผมกำลังพยายามรักษาเสถียรภาพของเกราะป้องกันพลังงานอยู่ครับ ดร.เอเลน่า!" เรย์ตะโกนตอบแข่งกับเสียงคำรามของระบบที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูก "โครงสร้างข้อมูลชุดนี้ไม่ใช่ไวรัสธรรมดา... แต่มันคือโค้ดลบล้างที่ถูกฝังไว้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของลูป! ใครบางคนจงใจตั้งเวลาให้มันระเบิดล้างบางข้อมูลทั้งหมดในตอนนี้!"
ร่างของหญิงสาวในชุดกาวน์ยาวสีขาวสะอาดตาปรากฏขึ้นเคียงข้างเธอ เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงไฟนีออนสีแดง ดร.เอเลน่ากวาดสายตามองหน้าจอโค้ดที่ไหลผ่านราวน้ำตกอย่างรวดเร็ว แววตาสีอำพันของเריซ่อนความกังวลเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มมุมปากที่มักจะเย้ยหยันโลกใบนี้เสมอ
"นายประเมินมันต่ำเกินไป เรย์ โค้ดตัวนี้ไม่ใช่การลบล้างธรรมดา แต่มันคือ 'การรีเซ็ตสมบูรณ์แบบ' ที่จะทำให้พวกเรากลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในลูปที่ศูนย์... ซึ่งหมายความว่า ความทรงจำทั้งหมดที่นายพยายามรวบรวมมาตลอดสัปดาห์นี้จะถูกม้วนเก็บเข้าสู่เตาปฏิกรณ์ควอนตัม และนายจะต้องตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ความหมาย" เอเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท มือเรียวคว้าแท็บเล็ตควบคุมหลักมากดสลับชุดคำสั่งอย่างคล่องแคล่ว "ส่งมือขวามาให้ฉันเร็วเข้า!"
เรย์ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาละมือข้างหนึ่งจากแป้นพิมพ์โฮโลแกรมแล้วคว้ามือเรียวของอาจารย์สาวไว้แน่น สัมผัสเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเธอส่งผ่านความอบอุ่นประหลาดเข้ามาในกระแสเลือด ทันใดนั้น แสงสีฟ้าครามก็สว่างวาบขึ้นจากชิปฝังข้อมือของทั้งคู่ ระบบประสาทส่วนกลางของเรย์เชื่อมต่อเข้ากับฐานข้อมูลหลักของดร.เอเลน่าโดยตรง
*ฟรึบ!*
โลกทั้งใบหยุดนิ่งไปชั่วพริบตา ภาพตึกถล่มและพายุข้อมูลที่บ้าคลั่งถูกแช่แข็งให้อยู่ในรูปของกลุ่มก้อนพิกัดสามมิติ เรย์รู้สึกเหมือนจิตสำนึกของตนเองกำลังลอยเคว้งอยู่กลางมหาสมุทรแห่งตัวเลขและสมการความน่าจะเป็นนับล้านล้านบรรทัด ในพื้นที่แห่งจิตนี้ สมองของเขาทำงานด้วยความเร็วที่สูงกว่ามนุษย์ปกติถึงหนึ่งพันเท่า
"มองไปที่จุดศูนย์กลางของพายุสิครับ เรย์" เสียงของเอเลน่าดังสะท้อนก้องอยู่ในห้วงความคิดของเขา "นายเห็นรอยปริแตกตรงนั้นไหม? นั่นคือจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกปัจจุบันกับห้องทดลองใต้ดินที่ฉันถูกกักขังไว้ในลูปแรกสุด"
เรย์เพ่งมองตามปลายนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังใจกลางพายุข้อมูล ตรงนั้นมีกลุ่มก้อนพลังงานรูปทรงเรขาคณิตสีดำสนิทกำลังหมุนวนอย่างดุร้าย มันแผ่รังสีความกดดันมหาศาลออกมาจนทำให้โครงสร้างความน่าจะเป็นรอบข้างบิดเบี้ยว รอยแยกสีดำนั้นไม่ใช่ช่องว่างธรรมดา แต่มันคือ 'รอยแผลเป็น' ของกาลเวลาที่ถูกฉีกกระชาก
"ถ้าเรายิงโค้ดสวนสนามเข้าไปที่จุดนั้น..." เรย์เริ่มคำนวณความน่าจะเป็นในใจอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จที่กระโดดขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง "โอกาสที่เราจะทะลวงผ่านกำแพงกาลเวลาไปได้มีเพียงแค่... ศูนย์จุดสี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับ"
"น้อยกว่าที่ฉันคาดไว้นิดหน่อยแฮะ" เอเลน่าหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงของเธอยังคงติดตลกได้แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปด "แต่สำหรับนักวิเคราะห์ความน่าจะเป็นมือหนึ่งอย่างนาย ศูนย์จุดสี่เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าสูงพอที่จะเสี่ยงไม่ใช่หรือครับ คุณเรย์?"
เรย์ยิ้มรับบางๆ ความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจมาตลอดทางเริ่มคลายตัวลงเล็กน้อย เมื่อมีผู้หญิงคนนี้อยู่เคียงข้าง ต่อให้ต้องคำนวณความน่าจะเป็นท่ามกลางหุบเหวแห่งความตาย เขาก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะลองดูสักตั้ง
"ถ้างั้น... เรามาลองฝืนกฎของจักรวาลกันสักตั้งเถอะครับ"
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึก 2 จังหวะตามทฤษฎีการควบคุมสติของนักคำนวณ มือทั้งสองข้างประสานกันเหนือแป้นพิมพ์โฮโลแกรมอีกครั้ง พลังงานสีฟ้าครามจากชิปข้อมือระเบิดแสงเจิดจ้าจนกลEบแสงสีม่วงของพายุข้อมูลรอบตัวจนหมดสิ้น โค้ดคำสั่งนับแสนบรรทัดถูกร้อยเรียงขึ้นใหม่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าขีดจำกัดของมนุษย์
*สาม... สอง... หนึ่ง... ยิง!*
สิ้นเสียงคำสั่งในใจ ลำแสงพลาสมาสีฟ้าบริสุทธิ์พุ่งทะยานออกจากปลายนิ้วของเรย์ราวกับดาวตกที่แหวกม่านฟ้า มันพุ่งตรงไปยังใจกลางพายุข้อมูลสีม่วงเข้มอย่างแม่นยำไร้ที่ติ แรงปะทะทำให้เกิดคลื่นกระแทกวงกลมแผ่ขยายออกไปทั่วทั้งนีโอ-เวนเทีย ตึกระฟ้าสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
*เปรี้ยงงงง!*
กลุ่มก้อนพลังงานสีดำสนิทที่ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อกาลเวลาเริ่มปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ โค้ดลบล้างที่เคยคุกคามพวกเขากำลังถูกกลืนกินและเขียนทับด้วยชุดคำสั่งใหม่ที่เรย์เพิ่งสร้างขึ้นสดๆ ร้อนๆ หน้าจอสถานะสีแดงฉานค่อยๆ เปลี่ยนกลับมาเป็นสีฟ้าครามที่สงบและมั่นคงทีละน้อย
เรย์หอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นถนนที่เต็มไปด้วยเศษซากละอองข้อมูล เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยความโล่งอก อย่างน้อยที่สุด... พวกเขาก็รอดพ้นจากการถูกรีเซ็ตในลูปนี้ไปได้หวุดหวิด
"เก่งมากครับ นายทำได้ดีกว่าที่ฉันประเมินไว้เสียอีก" เอเลน่าก้าวเข้าไปใกล้ รอยยิ้มบางๆ ที่ปรากฏบนริมฝีปากของเธอบ่งบอกถึงความชื่นชมอย่างหาได้ยากยิ่ง เธอยื่นมือลงมาเพื่อดึงคู่หูหนุ่มให้ลุกขึ้นยืน
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของทั้งคู่จะสัมผัสกัน เสียงแจ้งเตือนที่เรย์ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นจากอากาศธาตุ
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
ไม่ใช่เสียงสีม่วงเข้ม ไม่ใช่เสียงเตือนภัยระดับ SSS แบบเดิม แต่มันคือเสียงกริ่งใสๆ ราวกับนาฬิกาปลุกโบราณที่ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างน่าขนลุก
บรรยากาศรอบกายที่ควรจะสงบลงหลังจากทำลายพายุข้อมูล กลับถูกแช่แข็งให้อยิ่งวังเวงกว่าเดิม ละอองข้อมูลสีฟ้าครามที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศหยุดนิ่งสนิท ราวกับเวลาถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว ดร.เอเลน่าชะתากึก สีหน้าของนักฟิสิกส์สาวถอดสีลงในพริบตา แววตาสีอำพันเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่เรย์ไม่เคยเห็นมาก่อน
"เป็นไปไม่ได้..." เอเลน่าพึมพำออกมาเบาๆ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย "เจ้านั่น... ตื่นเร็วกว่ากำหนดถึงสามร้อยลูปได้อย่างไรกัน?"
เรย์ขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณนักวิเคราะห์เตือนภัยขั้นวิกฤตพุ่งปรีedขึ้นจนแสบร้อนที่ท้ายทอย เขารีบหันกลับไปมองยังใจกลางรอยแยกกาลเวลาที่เพิ่งถูกทำลายไปเมื่อครู่
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ความว่างเปล่าอีกต่อไป หากแต่เป็นเงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตจักรกลรูปแบบใหม่—ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกันในความมืดมิด พร้อมกับเสียงคำรามก้องกังวานที่สั่นประสาททุกอณู
*"ยินดีต้อนรับกลับสู่จุดเริ่มต้น... สถาปนิกผู้ทรยศ"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาแห่งกาลเวลาไปกับเรย์และดร.เอเลน่าในบทนี้นะครับ มาร่วมลุ้นระทึกกันต่อในตอนหน้าว่าตัวตนที่แท้จริงของเสียงปริศนานั้นคือใคร แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้ลบล้างเวลา•ตอนที่ 2
พบกันเมื่อเวลาสิ้นสุด
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้ลบล้างเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
