เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือไม่ได้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน แต่มันแทรกตัวผ่านความอึดอัดที่หนาแน่นเสียจนแทบจะเอามือจับต้องได้ในห้องทำงานส่วนตัวของคณินทร์
“คุณธีรดนย์ค่ะ... ตอนนี้อาการสาหัส...”
ประโยคสั้น ๆ แต่คมกริบเหมือนใบมีดโกนที่ถูกกรีดลงบนกระดาษอ่อน ๆ ประโยคนั้นยังวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของมินตรา ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสไตล์แฟชั่นนิสต้าราคาแพงกำลังยืนกอดอกอยู่ที่มุมห้อง มุมปากของเธอยังยกยิ้มค้างไว้ครึ่งหนึ่ง คล้ายจะเยาะเย้ย คล้ายจะถือไพ่เหนือกว่า ทว่าเมื่อดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มตรงหน้า รอยยิ้มนั้นก็เริ่มสั่นระริก
คณินทร์ไม่ได้ลุกพรวดพราดด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่เธอจินตนาการไว้... เขาไม่ได้แสดงสีหน้าโง่งอมที่หลงเชื่อว่าธีร์กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงโรงพยาบาล
คุณชายตระกูลดังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท ใบหน้าคมคายเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตางอนหนานิ่งสนิท ทว่าประกายในนั้นกลับคมกริบเสียจนมินตราต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
นิ้วเรียวยาวของคณินทร์เคาะเบา ๆ บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี จังหวะ ‘ก๊อก... ก๊อก...’ นั้นดังสะท้อนก้องในความเงียบ ราวกับเสียงนับถอยหลังของระเบิดเวลา
“เล่นละครเก่งนี่คะ มินตรา”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมาเรียบ ๆ แต่กลับเยือกเย็นเสียจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ คณินทร์ปรายตามองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะของเขา ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ สั้น ๆ สไตล์ที่แสดงออกถึงความสมเพชเวทนาอย่างชัดเจน
“คุณพูดอะไรคะคินน์ มินไม่เห็นเข้าใจ...” มินตราแสร้งทำเป็นตีหน้าซื่อ ดวงตาไหวระริกด้วยความตกใจกลบเกลื่อน แต่ความลับมักจะหลุดรอดออกมาทางปลายนิ้วที่บิดเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด “ธีร์เขา... เขาประสบอุบัติเหตุจริง ๆ นะคะ ภาพถ่ายในห้องฉุกเฉินนั่นก็เป็นหลักฐาน—!”
“ภาพถ่ายจากมุมสูง... แสงไฟนีออนสีขาวอมฟ้าแบบที่ใช้ในห้องเก็บของชั้นใต้ดินของตึกเก่า ไม่ใช่ห้อง ICU ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง” คณินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเฉียบคมและราบเรียบราวกับผู้พิพากษาที่กำลังอ่านคำพิพากษา “และที่สำคัญที่สุด...”
ชายหนุ่มค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนมินตราแทบจะหยุดหายใจ
“ธีรดนย์เกลียดดอกลิลลี่สีขาวเข้าไส้ เพราะเขาแพ้เกสรมันจนจามไม่หยุด แต่ในภาพที่คุณอุตส่าห์ลงทุนส่งมาให้... มีแจกันดอกลิลลี่วางอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยอย่างจงใจ” คณินทร์หยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ ดวงตาคมกราบกรานมองลึกลงไปในดวงตาของอดีตคู่หมั้น “ความฉลาดของคุณตกลงไปพร้อมกับIQตอนเลิกกับผมหรือไง ถึงได้คิดแผนตื้น ๆ แบบนี้ขึ้นมาได้”
มินตราหน้าถอดสี รอยยิ้มเสแสร้งแตกสลายไม่มีชิ้นดี เธอกัดริมฝีปากจนห้อเลือด ความโกรธเกลียดพุ่งพล่านขึ้นมาตีตื้นที่ลำคอเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกจับได้ไล่ทันอย่างง่ายดาย
“ใช่! มินกุเรื่องขึ้นมา แล้วไงล่ะคะ!” ในเมื่อจนมุม มินตราจึงเลือกที่จะปลดหน้ากากออก เธอยืดอกขึ้น เชิดหน้าสู้ด้วยความคับแค้นใจ “เพราะคุณเอาแต่สนใจมัน! มองมัน! ปกป้องมัน! ทั้งที่มินเป็นคู่หมั้นคุณ เป็นคนที่ควรจะยืนอยู่ข้างคุณคินน์มากที่สุด! มันมีดีอะไรคะคินน์ ถึงทำให้คุณหลงหัวปักหัวปำขนาดนี้!”
“มันมีดีกว่าคุณตรงที่... ต่อให้มันปากจัดใส่ผมร้อยครั้ง มันก็ไม่เคยเอาชีวิตของคนอื่นมาเล่นตลกเพื่อเรียกร้องความสนใจ” คณินทร์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงไร้ซึ่งเยื่อใยใด ๆ ทั้งสิ้น “และที่สำคัญที่สุด... มันคือคนของผม ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง แม้แต่จะกุเรื่องให้มันเจ็บตัวก็ไม่ได้”
ประโยคนั้นทั้งดิบเถื่อนและทรงพลัง หญิงสาวถึงกับสะอึก ถอยหลังกรูดจนหลังชนประตูห้องทำงาน เธอจ้องมองผู้ชายตรงด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งรัก ทั้งแค้น และเจ็บปวดจนแทบเจียนตาย
“คุณจะเสียใจนะคะคินน์... สักวันคุณจะรู้ว่าคนที่คุณปกป้องมันนักหนา ไม่ได้รักคุณจริง ๆ หรอก!” มินตราตะโกนกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะกระชากประตูห้องเปิดออกแล้ววิ่งหายลับไปในความมืดของทางเดิน
ห้องทำงานกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง คณินทร์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย เขายกมือขึ้นเสยผมลวก ๆ ก่อนจะหันกลับมาหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมาดูอีกครั้ง นิ้วเรียวกดเปิดหน้าจอเพื่อจะโทรหาใครบางคนที่กำลังทำให้เขากระวนกระวายใจตั้งแต่เช้า
ทว่า... หน้าจอโทรศัพท์กลับสว่างวาบขึ้นมาก่อนที่เขาจะทันได้กดโทรออก สายเรียกเข้าปรากฏชื่อสั้น ๆ บนจอ... ‘ตัวแสบ’
มุมปากของคณินทร์กระตุกยิ้มขึ้นมาทันที เขากดรับสายด้วยความรวดเร็ว ตั้งใจจะเอ่ยปากแซะคนปลายสายเสียหน่อยเรื่องที่หายหัวไปจนโดนคนอื่นเอามาอ้างชื่อเล่นเกมสกปรก
“รู้ไหมว่าคุณก่อเรื่องอะไรไว้อีกแล้วครับ คุณธีรดนย์...” คณินทร์กรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงติดจะเย้าแหย่เล็กน้อย
แต่เสียงที่ตอบกลับมา... ไม่ใช่เสียงบ่นอุบอิบหรือประโยคยียวนกวนประสาทอย่างที่เคยเป็น
“คุณคินน์... ช่วยผมด้วยครับ...”
เสียงของธีรดนย์แหบพร่า สั่นเครือ และขาดห้วงราวกับคนกำลังจะหมดลมหายใจ พร้อมกันนั้น... เสียงสัญญาณเตือนภัย ‘ตี๊ด ๆ ๆ’ ยาวต่อเนื่องก็ดังแทรกเข้ามาผ่านสายโทรศัพท์ พร้อมกับเสียงฝีเท้าอลหม่านและเสียงโกลาหลของผู้คนในสถานที่ที่อีกฝ่ายอยู่
คณินทร์ยืนแข็งทื่อ เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เมื่อประโยคสุดท้ายดังแว่วเข้ามาในหู...
“มีคน... กำลังจะฆ่าผม...”
กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน•ตอนที่ 39
สืบจากภาพถ่าย
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายของคุณชายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!