"ถ้าคุณคิดว่าการทำตัวเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของร้านผม จะทำให้รีวิวของคุณดูมีราคาขึ้นมาได้ล่ะก็... ผมบอกไว้ตรงนี้เลยว่าคุณคิดผิดถนัดครับ"
เสียงทุ้มต่ำของภาคินดังก้องในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนรินรดารู้สึกถึงไอความร้อนจากร่างกายเขา กลิ่นอายของเครื่องเทศราคาแพงผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านแบบผู้ชายดูแลตัวเองข่มขวัญเธอจนแทบลืมหายใจ
รินรดาแค่นยิ้ม ยืดหลังตรงแม้ในใจจะเริ่มสั่นไหวกับสายตาคมกริบดุจมีดโกนของเชฟหนุ่ม "ฉันเขียนตามสิ่งที่ลิ้นสัมผัสได้ครับคุณภาคิน ถ้าคุณมั่นใจในฝีมือตัวเองมากนัก ก็อย่าได้กลัวคำวิจารณ์จริงไหมครับ?"
ภาคินไม่ตอบ เขาโน้มตัวลงต่ำจนปลายจมูกแทบจะแตะกับพวงแก้มใส "ลิ้นเหรอ? งั้นคงต้องพิสูจน์กันหน่อยว่าลิ้นของคุณมันใช้งานได้ดีแค่ไหน หรือดีแต่เอาไว้พ่นพิษใส่คนอื่น"
เขาสอดมือผ่านช่องว่างระหว่างโต๊ะ ล็อกข้อมือเรียวของเธอไว้อย่างแน่นหนาด้วยแรงที่ไม่ได้ประสงค์จะทำร้าย แต่เด็ดขาดเกินกว่าจะปฏิเสธ ก่อนจะออกแรงดึงร่างบางให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยจังหวะที่รวดเร็วเกินตั้งตัว
"คุณจะทำอะไร! ปล่อยนะ!"
"ไปพิสูจน์ความจริงในอาณาจักรของผมครับ"
ภาคินไม่รอคำอนุญาต เขาลากเธอเดินผ่านโถงทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนมืดสลัว มุ่งหน้าสู่หลังร้าน... 'คุก' แห่งการรังสรรค์รสชาติที่เธอเคยเขียนถากถางไว้ว่า 'ไร้จิตวิญญาณ' บรรยากาศในครัวยามนี้เงียบสนิท ไร้ซึ่งพนักงาน มีเพียงแสงไฟสีนวลที่ส่องกระทบเคาน์เตอร์สแตนเลสขัดมันจนเงาวับ
เขาสลัดข้อมือเธอปล่อยเมื่อถึงใจกลางครัว ก่อนจะคว้าผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทมาโยนใส่หน้าเธอ รินรดาคว้ามันไว้ได้ทัน ดวงตาเรียวสวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
"นี่คือวิธีรับมือกับนักวิจารณ์ของคุณเหรอ? น่าสมเพชสิ้นดี!"
ภาคินหยิบมีดเชฟด้ามถนัดมือขึ้นมา วางมันลงบนเขียงด้วยเสียงดังกึก เขามองเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความกระหายในชัยชนะ "ผมไม่ใช่พวกที่จะปล่อยให้คนไม่รู้จริงมาทำลายสิ่งที่ผมสร้างมากับมือ ถ้าคุณบอกว่าอาหารของผมมันขาด 'ชีวิต' งั้นคืนนี้... คุณต้องเป็นคนหาคำตอบให้ได้ว่าชีวิตที่ว่านั่นมันอยู่ตรงไหน"
เขาผลักจานเปล่าไปตรงหน้าเธอ ก่อนจะเริ่มหยิบจับวัตถุดิบด้วยความเร็วและท่วงท่าที่สง่างามราวกับการร่ายรำ การเคลื่อนไหวของเขามีพลังและเปี่ยมด้วยวินัย รินรดายืนนิ่ง หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเสน่ห์อันน่าประหลาดที่เขากำลังแสดงออกมา
"เริ่มจากซอสนี่..." ภาคินกวักมือเรียก "ชิมดู แล้วบอกผมสิว่าคุณได้รับรู้อะไรบ้าง นอกจากความโอหังของตัวเอง"
รินรดาเดินเข้าไปใกล้ หยิบช้อนเงินขึ้นมาแตะซอสสีเข้มข้นนั่น รสชาติที่สัมผัสบนปลายลิ้นทำเอาเธอชะงัก มันไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่มันมีความขมปร่าที่ถูกตัดด้วยความหวานล้ำลึก ราวกับกำลังบอกเล่าถึงความโดดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสมบูรณ์แบบ
"มัน... มันเหมือนกับ..." เธอพูดไม่ออก ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน
"เหมือนความล้มเหลวที่ถูกฉาบไว้ด้วยชัยชนะใช่ไหมครับ?" ภาคินกระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาอ่อนลงจนน่าใจหาย ความใกล้ชิดนี้ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด
เขากดจมูกลงบนขมับของเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถอยออกมายืนกอดอก มองดูเธอด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก "คุณบอกว่าผมขาดจิตวิญญาณ แต่คุณต่างหากที่ดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่าความรู้สึกจริงๆ มันเป็นยังไง... เพราะมัวแต่เก่งแต่ปากใช่ไหมครับ?"
"คุณอย่ามาดูถูกกันนะ!" รินรดาหันกลับมาประจันหน้า มือไม้สั่นด้วยความอัดอั้น
"งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็น!" ภาคินก้าวเข้าหาจนแผ่นหลังของเธอชิดกับเคาน์เตอร์สแตนเลส มือหนาวางกั้นข้างตัวเธอไว้ ล้อมกรอบเธอไว้ในอาณาเขตของเขา "ถ้าคุณวิจารณ์ผมได้ไม่ดีพอ คืนนี้คุณก็ไม่ต้องออกไปจากครัวนี้... จนกว่าผมจะพอใจ"
รินรดาเงยหน้าสบตากับเขา แววตาของทั้งคู่ปะทะกันอย่างดุเดือดท่ามกลางความเงียบที่กดดัน จังหวะที่ความร้อนแรงพุ่งถึงขีดสุด เสียงประตูหลังร้านก็เปิดออกอย่างกะทันหันพร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"เชฟครับ... แขกวีไอพีที่นัดไว้มาถึงแล้ว และเขาต้องการ 'คุณ' ไปคุยที่โต๊ะด้วยตัวเอง"
ภาคินชะงัก มือที่กั้นรินรดาอยู่หดกลับไปทันที เขาหันไปมองแขกผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่กำลังยืนหอบหายใจอยู่ข้างๆ
"ดูเหมือนว่า... ชีวิตของผมจะยังมีเรื่องให้ต้องจัดการมากกว่าแค่เรื่องงานวิจารณ์ของคุณนะครับคุณรินรดา"
เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วโยนไว้บนโต๊ะ
"แต่จำไว้... ผมยังไม่ปล่อยคุณไปไหนจนกว่าคุณจะตอบผมได้ว่า 'สิ่งที่ขาดหายไป' ในอาหารของผมคืออะไร... เตรียมตัวให้พร้อม เพราะเมื่อผมกลับมา คุณจะไม่มีทางได้ปฏิเสธผมอีกแน่"
ภาคินก้าวเดินจากไปทิ้งให้รินรดายืนนิ่งอยู่ลำพังท่ามกลางกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ยังอบอวล ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตใบหนึ่งที่ถูกวางทับอยู่ใต้จานอาหารที่เธอเพิ่งชิมไป
ลายมือขวัดเขียนด้วยหมึกสีดำเข้มชัดเจน... *'รินรดา... คนที่บอกว่าตัวเองรู้ดีที่สุด คือคนที่โง่เขลาที่สุดในห้องนี้... โดยเฉพาะเรื่องของหัวใจตัวเอง'*
รินรดาขยำกระดาษนั้นในมือแน่น หัวใจของเธอสั่นระรัวราวกับมีใครมาเคาะประตูด้วยความรุนแรง เธอเพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนี้เองว่า... ภาคินไม่ได้แค่ลากเธอเข้ามาในครัวเพื่อสั่งสอน แต่เขากำลังลากเธอเข้ามาใน 'เกม' ที่เดิมพันด้วยความรู้สึกที่เธอพยายามปิดตายมาตลอดชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของตัวละครที่ร้ายกาจแต่ซ่อนความคลั่งรักไว้ลึกซึ้งนะครับ ผมฟีนิกซ์สีทองจะรอทุกคนในตอนถัดไปครับ
เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนฝัน•ตอนที่ 2
คุกครัวที่รัก
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนฝัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
