“ถ้าอยากให้เรื่องมันจบง่ายๆ ก็แค่ทำตามที่ฉันสั่ง... เอาให้ร้านนี้ไม่มีใครกล้าเหยียบเข้ามาอีก ทำได้ไหมคะ?”
รินรดากดเสียงต่ำขณะมองผ่านเลนส์แว่นตากันแดดราคาแพงไปยังชายฉกรรจ์สองคนในชุดมอมแมมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในคาเฟ่ลับห่างไกลจากย่านธุรกิจ มือเรียวสวยที่เล็บถูกเคลือบด้วยสีแดงเพลิงเคาะลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะเนิบนาบ ราวกับกำลังนับถอยหลังสู่หายนะของร้าน ‘Pink Mousse’
ชายร่างยักษ์พยักหน้ารับคำพลางรับซองสีน้ำตาลหนาที่ถูกเลื่อนมาให้ สายตาหิวกระหายมองดูเงินก้อนโตข้างในด้วยรอยยิ้มแสยะ รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอไม่ได้ต้องการแค่ทำลายธุรกิจของพราว แต่เธอต้องการเห็นความพินาศของความสัมพันธ์ที่กำลังเบ่งบานระหว่างหญิงสาวคนนั้นกับคิน... ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโลกทั้งใบของเธอ
บรรยากาศภายในร้านกาแฟสีชมพูยามบ่ายยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเอสเพรสโซ่คั่วอ่อนและวานิลลาแท้จากมาดากัสการ์ พราวเดินถือถาดเบเกอรี่ออกมาวางที่เคาน์เตอร์ด้วยหัวใจที่เป็นสุข วันนี้เธอเพิ่งทดลองสูตรเค้กชิฟฟอนใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นอายฤดูร้อนที่คินเพิ่งแนะนำ รอยยิ้มอ่อนหวานปรากฏบนใบหน้าเมื่อนึกถึงคำชมเชยสั้นๆ แต่หนักแน่นของชายหนุ่มในตอนเช้า
คินที่กำลังเช็ดโต๊ะตัวข้างๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสังเกตเห็นความสดใสที่ฉายชัดในดวงตาของหญิงสาวแล้วเผลอหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามความเคยชิน
“วันนี้ลูกค้าดูหนาตาเป็นพิเศษนะพราว” คินเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำของเขาดึงพราวกลับมาจากภวังค์
“นั่นสิคะ เหมือนทุกคนจะถูกใจโปรโมชั่นใหม่ของเราเลย... พราวดีใจนะที่คินช่วยปรับสูตรให้” พราวเงยหน้าสบตากับเขา แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจปิดบังได้
คินวางผ้าเช็ดโต๊ะลง เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นแป้งขนมปังจากตัวเขาทำให้พราวใจเต้นแรง “เพื่อร้านของเรา... และเพื่อพราว”
คำพูดเพียงไม่กี่คำทำเอาลมหายใจของพราวสะดุด ทว่าความอบอุ่นนั้นถูกทำลายลงอย่างกะทันหันด้วยเสียงประตูกระจกหน้าร้านที่ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น
“เฮ้ย! นี่มันร้านกาแฟอะไรกันวะ กาแฟมีรสชาติเหมือนน้ำล้างจาน!”
เสียงตะโกนหยาบโลนทำเอาลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้านต่างพากันแตกตื่น พราวหน้าถอดสี รีบวางถาดขนมในมือแล้วก้าวออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ทันที เธอพบชายฉกรรจ์สองคนที่เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ลูกค้าปกติ พวกเขามีท่าทางคุกคาม และดวงตาที่กวาดไปรอบร้านดูเหมือนกำลังมองหาจุดอ่อนเพื่อสร้างความวุ่นวาย
“ขอโทษนะคะคุณลูกค้า เกิดปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ ทางร้านยินดีรับฟังค่ะ” พราวพยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้มือของเธอจะเริ่มสั่น
“รับฟังงั้นเหรอ? แกมันก็แค่คนหลอกลวง นี่ดูนี่!” หนึ่งในนั้นเขวี้ยงแก้วกาแฟลงกับพื้นจนเศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้นไม้ลามิเนตสีสวย กาแฟร้อนๆ กระเด็นไปโดนชายกระโปรงของพราว “กาแฟพวกนี้มันมีสารพิษ! ฉันดื่มแล้วปวดท้องจะตายอยู่แล้ว!”
คินรีบก้าวเข้ามาขวางหน้าพราวไว้ สัญชาตญาณปกป้องพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว “ออกไปจากร้านเดี๋ยวนี้ ถ้าคุณไม่หยุดโวยวาย ผมจะเรียกตำรวจ”
“ตำรวจเหรอ? เอาสิ! เรียกมาเลย! ฉันจะได้บอกให้ทั่วว่าร้านกาแฟร้านนี้มันมีเบื้องหลังยังไง!” ชายอีกคนถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะคว้าเก้าอี้ข้างโต๊ะฟาดลงบนชั้นวางโชว์เค้กจนขนมแสนสวยหล่นระเนระนาด
เสียงกรีดร้องของลูกค้าหญิงคนหนึ่งดังขึ้น พราวพยายามตั้งสติ ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เธอมองเห็นความผิดปกติ... ชายคนนี้ไม่ได้มาเพื่อโวยวายธรรมดา แต่มันเป็นการจงใจทำลายล้าง เธอสังเกตเห็นแววตาที่จ้องมองมายังคินอย่างอาฆาตแค้นราวกับได้รับคำสั่งมาโดยเฉพาะ
“คิน... อย่าไปปะทะกับเขา” พราวคว้าแขนคินไว้แน่น
“แต่เขาทำลายร้านพราวนะ!” คินหันมามองพราว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธจัดที่ถูกเก็บกดไว้
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงปรบมือดังแว่วมาจากทางหน้าร้าน เสียงปรบมือที่ช้าและเยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นของลูกค้าทั่วไป ร่างระหงในชุดเดรสสีแดงสดเดินนวยนาดเข้ามาท่ามกลางเศษแก้วและกลิ่นกาแฟที่คละคลุ้ง รินรดายืนหยัดอยู่ตรงนั้น สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่พราว แต่จับจ้องไปที่คินด้วยรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในร้านลดอุณหภูมิลงจนติดลบ
“เล่นละครกันสนุกพอหรือยังคะ คิน?” เสียงของรินรดาดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันที่เกิดขึ้นฉับพลัน
พราวเบิกตากว้าง เธอสลับมองหน้ารินรดาและคินอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วสันหลังเมื่อเห็นแววตาของคินที่เปลี่ยนไปจากความโกรธ กลายเป็นความตกตะลึงและเจ็บปวดที่เขาไม่เคยเผยให้เธอเห็นมาก่อน
คินค่อยๆ หันไปมองหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามา เขาขยับปากจะเอ่ยชื่อเธอ แต่กลับไร้เสียง ราวกับคำพูดเหล่านั้นติดค้างอยู่ที่ลำคอ ในขณะที่รินรดาเพียงแค่ส่งยิ้มอ่อนหวานที่แฝงไปด้วยพิษร้ายมาให้พราว ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้คินจนคนทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน
“ดูเหมือนว่าร้านใหม่ของคุณจะไปได้ไม่สวยเลยนะคะคิน... หรือว่าคุณต้องการคนช่วยจัดการปัญหาให้ล่ะคะ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านกาแฟสีชมพูอีกครั้ง พราวรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความไว้ใจที่เธอมีให้คินกำลังถูกสั่นคลอนด้วยเงาของอดีตที่คืบคลานเข้ามาพร้อมกับความหายนะที่จงใจจัดฉากไว้ และก่อนที่พราวจะทันได้ตั้งตัว รินรดาก็ยื่นมือไปแตะที่ปกเสื้อของคินอย่างถือสิทธิ์ พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่เบาที่สุด แต่ทว่าได้ยินชัดเจนเพียงแค่คนทั้งสาม...
“เซอร์ไพรส์ไหมคะที่รัก... สิ่งที่พราวทำไม่ได้ แต่ฉันทำได้เสมอ”
เมฆหมอกสีชมพูหวังว่าทุกท่านจะร่วมเป็นกำลังใจให้พราวผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู•ตอนที่ 34
แผนร้ายของรินรดา
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!