“ความลับน่ะ... ถ้ามันกลายเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้ายคนอื่นได้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับเศษแก้วหรอกนะพราว ยิ่งเธอถือไว้แน่นเท่าไหร่ มือเธอก็ยิ่งเลือดออกมากเท่านั้น”
เสียงของรินรดาที่ทิ้งไว้ในร้านเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่ประโยคบอกเล่า แต่มันคือคำประกาศสงครามที่ไร้เสียงปืน พราวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าหลังเคาน์เตอร์เบเกอรี่ กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งอบและเนยที่เคยเป็นดั่งพื้นที่ปลอดภัยของเธอ บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขังที่กำลังบีบอัดอากาศหายใจเข้าไปทุกที
พราวไม่ได้ร้องไห้ทันที เธอทำเพียงแค่จ้องมองไปยังถาดมูสเค้กสตรอว์เบอร์รีที่ยังแต่งหน้าไม่เสร็จ ปลายนิ้วของเธอสั่นเทาขณะวางหัวบีบครีมลง ความเย็นเยียบจากเหล็กดัดแทรกซึมผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ เธอพยายามนึกถึงรอยยิ้มของคิน นึกถึงความอ่อนโยนที่เขาเคยมอบให้ แต่ภาพเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่เต็มไปด้วยคำถามของเขา ในวันที่เขาเริ่มระแคะระคายเกี่ยวกับ ‘อดีต’ ที่เธอพยายามฝังกลบไว้ภายใต้ชื่อร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้
หยดน้ำตาแรกหยดลงบนเนื้อครีมสีขาวนวล มันเป็นหยดที่เงียบเชียบแต่หนักอึ้ง พราวปล่อยให้ความรู้สึกที่อดกลั้นมานานพรั่งพรูออกมา ความเจ็บปวดจากการถูกบีบคั้น ความกลัวว่าคนรักจะมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป และความอัปยศในอดีตที่เธอไม่เคยแม้แต่จะกล้าเอ่ยปากบอกใคร
“ทำไม... ทำไมต้องเป็นตอนนี้...” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
ภายในห้องครัวที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของพราวที่ดังก้อง ผสมกับเสียงหยดน้ำจากก๊อกที่ปิดไม่สนิท ทุกหยดที่ตกลงกระทบอ่างล้างจานเปรียบเสมือนจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังแตกสลาย พราวไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างแผ่วเบา จนกระทั่งเงาสูงโปรดักทอดตัวลงบนพื้นไม้ข้างกายเธอ
“ถ้ามันหนักมากขนาดนั้น... ก็วางมันลงเถอะครับ”
คินยืนอยู่ตรงนั้น มือหนาของเขาถือถุงแป้งที่เพิ่งหยิบมาจากห้องเก็บของ เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจ แต่แววตาคู่นั้นกลับสั่นไหวอย่างที่พราวไม่เคยเห็นมาก่อน ความเย็นชาที่เขาชอบใช้เป็นเกราะกำบังในยามปกติมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความห่วงใยที่รุนแรงจนทำให้น้ำตาของพราวไหลออกมามากกว่าเดิม
พราวเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำของเธอสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของเขา “คุณคิน... คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
คินวางของในมือลง ก่อนจะเดินอ้อมเคาน์เตอร์เข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเธอ เขาไม่พูดอะไรต่อ แต่ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นจนพราวรู้สึกเจ็บปวดที่หน้าอกข้างซ้าย เธออยากจะโผเข้ากอดเขา อยากจะสารภาพทุกอย่าง แต่ความกลัวมันกลับเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามปากเธอเอาไว้
“ไม่ต้องตอบก็ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เขาขยับเข้ามาใกล้จนพราวได้กลิ่นหอมสะอาดของกาแฟคั่วอ่อนผสมกลิ่นแป้งขนมปังจางๆ จากตัวเขา “ผมรู้แค่ว่า... ผมไม่อยากเห็นน้ำตาของคนตรงหน้าอีกแล้ว ต่อให้ความลับนั้นจะใหญ่หลวงแค่ไหน แต่มันก็ไม่มีค่าพอที่จะแลกกับหยดน้ำตาของพราวหรอก”
“คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะ...” พราวสะอื้น “มันไม่ใช่แค่ความลับ แต่มันคือสิ่งที่จะทำให้เรา... ทำให้ความสัมพันธ์ของเราพังทลายลงในพริบตา ถ้าคุณรู้ คุณจะเกลียดพราว คุณจะไม่มีวันมองพราวด้วยสายตาแบบนี้อีก”
คินยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับความเย่อหยิ่ง แต่เป็นยิ้มที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “เชื่อใจผมไหม?”
เขาไม่รอคำตอบ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปกุมมือของพราวไว้แน่น แรงบีบที่สื่อถึงความมั่นคงนั้นทำให้พราวชะงัก เธอหลับตาลงปล่อยให้ความรู้สึกที่พังทลายไหลผ่านปลายนิ้วที่เชื่อมกัน เธอไม่รู้เลยว่าการยอมให้คินเข้ามาในรอยร้าวครั้งนี้ คือการเปิดทางให้พายุที่รุนแรงกว่าเดิมพัดผ่านเข้ามา
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่กับห้วงอารมณ์ที่เปราะบาง เสียงกริ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ พราวสะดุ้งสุดตัวและพยายามจะชักมือออก แต่คินกลับกุมไว้แน่นขึ้น เขาหันไปมองทางประตูหน้าร้านด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงความเคร่งขรึมและแฝงไปด้วยความระแวง
เงาของใครบางคนทาบลงบนกระจกหน้าร้าน ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่พราวคุ้นเคยลอยมาพร้อมกับความเย็นเยียบที่ขัดกับบรรยากาศในร้าน รินรดาก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่พราว แต่มองตรงมาที่มือของคินที่ยังคงกุมมือพราวอยู่
“ขอโทษทีนะที่มาขัดจังหวะ...” รินรดาเว้นจังหวะ เสียงส้นสูงกระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลัง “แต่ดูเหมือนว่าพราวจะลืมบอกคุณไปนะคิน... ว่าจริงๆ แล้วเรื่องที่ค้างคาใจคุณน่ะ มันไม่ได้มีแค่เรื่องของพราวคนเดียว แต่มันยังมี 'จดหมายฉบับนั้น' ที่ฝากไว้ในตู้เซฟของครอบครัวคุณด้วย”
คินชะงักไปทันที แววตาของเขาที่เคยมีความมั่นคงกลับสั่นระริกเหมือนมีคลื่นใต้น้ำ เขาสลัดมือพราวออกช้าๆ อย่างไร้ความรู้สึก ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับรินรดาด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดา
“จดหมายอะไร?” คินถาม เสียงของเขาเย็นเยียบจนพราวรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก
รินรดาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าออกมาจากกระเป๋าถือ “ก็จดหมายที่พ่อของคุณเขียนทิ้งไว้ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในห้องทำงาน... วันเดียวกับที่พราวหายตัวไปจากเมืองนี้เมื่อห้าปีก่อนไงล่ะ”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้พราวกับคินมาจนถึงตอนนี้นะคะ
จากใจ... เมฆหมอกสีชมพูค่ะ
สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู•ตอนที่ 41
ร่องรอยน้ำตา
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!