“คุณรินรดาเป็นเจ้าของโฉนดฉบับนี้... ตั้งแต่เมื่อไหร่คะพี่คิน”
น้ำเสียงของพราวสั่นเครือจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องบดเมล็ดกาแฟที่ดังฮัมเบาๆ อยู่มุมห้อง คินชะงักมือที่กำลังตวงแป้งทำทาร์ต กลิ่นหอมของวานิลลามาดากัสการ์ที่เคยอบอวลชวนฝัน กลับมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหนาแน่นและอึดอัดในอากาศที่บีบให้ปอดของเธอแทบแฟẹp
ชายหนุ่มค่อยๆ วางช้อนตวงสแตนเลสลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบฉายแววไหวระริกเป็นครั้งแรก เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธออย่างช้าๆ ราวกับรู้ดีว่าหลีกหนีความจริงข้อนี้ไม่พ้น
“พี่ขอโทษที่ไม่ได้บอกพราว... แต่ฟังพี่ก่อนนะ” คินก้าวเข้าไปหาเธอทีละก้าว มือหนายื่นออกหมายจะสัมผัสข้อศอกบาง แต่พราวกลับถอยหลังก้าวหนึ่ง หลบเลี่ยงสัมผัสที่เคยอบอุ่นนั้นด้วยหัวใจที่ชาดิก
“คำขอโทษมันไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่า ตึกทั้งตึก ร้านกาแฟที่เราช่วยกันปัดกวาดเช็ดถู และทุกความทรงจำที่นี่... กำลังจะกลายเป็นของเธอคนนั้น” พราวกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของน้ำตาแล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอ เธอมองเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของชายคนที่เธอรัก “พราวเป็นอะไรสำหรับพี่กันแน่คะ? เป็นแค่คนอาศัยชั่วคราวในพื้นที่ของเขาอย่างนั้นเหรอ”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะพราว!” คินขึ้นเสียงเล็กน้อยด้วยความร้อนใจ ดวงตาคมแดงก่ำ “พี่ทำทุกอย่างก็เพื่อ... เพื่อเรา เพื่อร้านนี้ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง แต่เรื่องมันซับซ้อนเกินกว่าที่พราวจะเข้าใจในตอนนี้ รินรดาเธอแค่... เธอแค่ยื่นข้อเสนอที่พี่ปฏิเสธไม่ได้ในวันที่เรากำลังจะไปไม่รอด”
คำว่า *“วันที่เรากำลังจะไปไม่รอด”* บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของพราว ยิ่งกว่ารอยมีดกรีด
ใช่... ในช่วงเวลาที่ร้านขาดทุน ยอดขายตกต่ำจนเธอแทบจะเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาจ่ายค่าจ้างพนักงาน คินคงแบกรับมันไว้คนเดียว และทางออกเดียวของเขา คือการหันไปพึ่งพาผู้หญิงคนเก่า—รินรดา ผู้หญิงเพียบพร้อมที่พร้อมจะใช้เงินสดซื้อทุกอย่างที่เธออยากได้ รวมถึงกรรมสิทธิ์ในพื้นที่แห่งนี้
พราวสูดหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นความอ่อนแอที่กำลังจะพังทลายเธอลงตรงนั้น เธอไม่อยากเป็นผู้หญิงงอแงในสายตาเขา ไม่อยากเรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์ “ถ้าพี่คินเลือกทางนี้แล้ว... พราวก็เข้าใจค่ะ”
“พราว! หมายความว่ายังไงที่จะเข้าใจ?” คินขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตระหนกเมื่อเห็นแววตาว่างเปล่าของหญิงสาว “พี่ไม่ได้เลือกเธอ พี่เลือกพราว! เชื่อใจพี่สิ สักครั้ง... ให้พี่ได้พิสูจน์ตัวเองนะ”
พิสูจน์เหรอคะ? ด้วยการก้มหัวให้ผู้หญิงคนเก่า เพื่อรักษาซากร้านกาแฟที่ไร้ศักดิ์ศรีนี้ไว้นะหรือ
พราวไม่ได้ตอบคำถามนั้น เธอกลับหันหลังให้เขา ปาดหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมาทิ้งอย่างลวกๆ แล้วเดินดุ่มๆ เข้าไปในครัวด้านใน ทิ้งให้คินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางแป้งโดว์ที่ยังนวดไม่เสร็จ กลิ่นหอมหวานของเนยและน้ำตาลในยามนี้ช่างเยือกเย็นและเสียดแทงหัวใจเสียเหลือเกิน
บรรยากาศในร้านตลอดช่วงบ่ายจึงเงียบงันจนน่ากลัว ลูกค้าไม่กี่คนที่เดินเข้ามาต่างสัมผัสได้ถึงกระแสความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากเคาน์เตอร์บาร์ จนไม่มีใครกล้าเอ่ยปากสั่งอะไรมากไปกว่ากาแฟดำเข้มๆ สักแก้วเดียว
แต่สำหรับคินแล้ว ความเงียบงันนี้ไม่ใช่การยอมแพ้ หากแต่เป็นเชื้อเพลิงที่เผาผลาญความมุ่งมั่นของเขาให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
ถ้าหากรินรดาคิดจะใช้เงินและอำนาจทางกฎหมายมาบีบให้เขาก้มหัว และทำให้พราวต้องเสียน้ำตา เขา—คิน เชฟหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่ออุปสรรคใดๆ ในครัว—ก็จะขอใช้ฝีมือและหยาดเหงื่อทุกหยดในการสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาด้วยสองมือของตัวเอง!
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำ แสงไฟสีส้มอมชมพูจากโคมไฟระย้าในร้านส่องกระทบกับเคาน์เตอร์สแตนเลส คินไม่ได้พักผ่อน เขากลับสวมผ้ากันเปื้อนสีดำตัวเก่งอีกครั้ง แววตาที่เคยอ่อนล้าแปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่และเด็ดเดี่ยว ท่าทางของเขาจริงจังราวกับกำลังเตรียมผ่าตัดใหญ่ ไม่ใช่แค่การทำขนม
วัตถุดิบชั้นเลิศราคาแพงถูกนำออกจากตู้เย็น ทั้งสตรอว์เบอร์รี่สดสายพันธุ์ปะการังจากโครงการหลวง ใบมินต์ออร์แกนิก ช็อกโกแลตวาลโรนาเปอร์เซ็นต์สูง และที่สำคัญที่สุดคือวัตถุดิบความลับที่เขาบินไปสรรหามาด้วยตัวเองจากจังหวัดเชียงราย—ชาดอกกาแฟคั่วบดออร์แกนิก
“พี่คินคะ ดึกมากแล้วนะ ทำไมยังไม่ปิดร้านอีก” พราวที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องพักพนักงานเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความเสียใจยังคงฉายชัดบนใบหน้าหวาน แต่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นกองวัตถุดิบละลานตาบนโต๊ะ
คินเงยหน้าขึ้นจากอ่างผสมแป้ง เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมหนา แต่แววตาของเขากลับเป็นประกายเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน “พี่นอนไม่หลับหรอกพราว... ถ้ายังไม่ได้ทำสิ่งนี้”
“สิ่งนี้?” พราวขมวดคิ้วเดินเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว
“เมนูใหม่... ที่จะทำให้คนทั้งเมืองต้องกลับมาต่อคิวที่ร้านของเราอีกครั้ง” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง “พี่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากร้านนี้ไปจากเรา และพี่ก็จะไม่ยอมให้พราวต้องร้องไห้เพราะความจนมุมของพี่อีกเด็ดขาด”
หัวใจของพราวเต้นกระหน่ำขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อได้ยินคำพูดนั้น มันไม่ใช่แค่คำหวานหู แต่คือการกระทำที่เปี่ยมไปด้วยความทุ่มเทอย่างที่สุด คินกำลังลงมือทำสงครามของเขา... สงครามเพื่อปกป้องความรักและพื้นที่แห่งความฝันของเราด้วยอาวุธเดียวที่เขามี นั่นคือรสชาติอันละมุนละไมที่ร้อยเรียงจากหัวใจ
มือหนาของเชฟหนุ่มเริ่มเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและงดงามราวกับร่ายรำ แป้งพัฟฟ์เพสทรีถูกรีดด้วยความบางเฉียบและแม่นยำเป็นชั้นๆ กลิ่นหอมของเนยแท้ฟุ้งกระจายผสมผสานกับกลิ่นอุ่นๆ ของเตาอบที่ถูกเปิดวอร์มไว้จนร้อนจัด คินกำลังรังสรรค์เมนูฟิวชันที่ท้าทายขีดจำกัด—ทาร์ตชาดอกกาแฟผสานครีมวานิลลาสดและสตรอว์เบอร์รี่กวนอุ่นๆ ที่ตัดรสด้วยความเปรี้ยวหวานอย่างลงตัว
พราวยืนมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังตั้งอกตั้งใจบรรจงแต่งหน้าเค้กชิ้นแล้วชิ้นเล่า หยาดเหงื่อที่ไหลรินตามกรอบหน้าคมคายไม่ได้ลดทอนความหล่อเหลาลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์เย้ายวนใจในแบบที่ทำให้เธอละสายตาไม่ได้... ความทุ่มเทที่เขามอบให้ ไม่ใช่แค่เพื่อพิสูจน์ตัวเองกับรินรดา แต่เพื่อพิสูจน์ความรักที่เขามีต่อเธอต่างหาก
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบตีสอง ถาดขนมชิ้นสุดท้ายถูกยกออกจากเตาอบ ควันจางๆ ลอยกรุ่นพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งร้าน คินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมาส่งยิ้มเหนื่อยอ่อนแต่จริงใจให้เธอ
“ลองชิมดูสิครับพราว... ฝีมือพี่คืนนี้ อาจจะอร่อยที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลยนะ”
พราวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรับกลิ่นหอมหวานนั้น เธอยื่นมือไปหยิบช้อนสแตนเลสเล็กๆ มาตักชิ้นขนมปะการังสีชมพูอ่อนเข้าปาก ความกรอบร่วนของแป้งผสานกับความนุ่มละมุนของครีมและกลิ่นหอมอบอวลของชาดอกกาแฟระเบิดขึ้นบนปลายลิ้น มันอร่อยจนน้ำตาซึม... ไม่ใช่เพราะความเศร้าอีกต่อไป แต่เป็นเพราะความตื้นตันใจ
“อร่อยค่ะ... อร่อยที่สุดเลยพี่คิน” พราวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มแรกของวันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน
คินระบายยิ้มกว้าง เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ มือหนายื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของเธออย่างอ่อนโยน “ถ้าร้านนี้จะรอด... มันต้องรอดไปด้วยกัน พราวเชื่อใจพี่นะ”
เสียงกระซิบแผ่วเบาเคล้าคลอไปกับกลิ่นกาแฟและเบเกอรี่ในยามดึก บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ให้มีเพียงแค่เราสองคน ทว่า... ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของพราวให้กลับมาพองโตอีกครั้ง
*กริ๊ง...*
เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านที่ถูกติดตายไว้ด้วยกลไกอัตโนมัติ กลับดังขึ้นกะทันหันราวกับมีใครบางคนด้านนอกผลักประตูเข้ามา ทั้งที่นาฬิกาบอกเวลาตีสองครึ่งแล้ว!
คินชะงักมือที่กุมแก้มพราวทันที สัญชาตญาณความระแวงพุ่งพล่าน เขาหันขวับไปมองที่ประตูหน้าร้านด้วยความตกตะกอน
ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ใต้แสงไฟสลัว ใบหน้างดงามเฉี่ยวคมประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองไปทั่วร้าน ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่คนทั้งคู่
“อุ๊ย... ขอโทษด้วยนะคะที่มาขัดจังหวะเวลาสวีทหวาน” น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเย,็นเยือกเอ่ยขึ้น พร้อมกับแผ่นกระดาษโฉนดที่ดินในมือเรียวที่ถูกยกขึ้นโบกเบาๆ “แต่พอดีฉันแวะเอา ‘กุญแจสำรอง’ มาให้... ในฐานะที่ฉันเป็นเจ้าของบ้านหลังใหม่ตัวจริงค่ะ”
รินรดาแย้มยิ้มกว้างขึ้น ท่ามกลางความตกตะกึงงันของคินและพราวที่ยืนแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เมฆหมอกสีชมพู" เสมอมานะคะ
สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู•ตอนที่ 46
ความทุ่มเท
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!