“คุณจะหลอกตัวเองไปถึงเมื่อไหร่คะ ริน?”
เสียงของคินไม่ได้ดัง แต่กลับสั่นสะท้านไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้จนถึงขีดสุด เขาไม่ได้มองพราวแม้แต่น้อย สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่รินรดา ผู้หญิงที่ยืนตัวสั่นระริกอยู่ท่ามกลางกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่อบอวลอยู่ในร้าน ซึ่งในเวลานี้มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนอากาศที่กำลังจะหมดไปจากห้อง
พราวกำกระดาษหลักฐานในมือแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ นี่ไม่ใช่ภาพฝันร้ายที่เธอเคยหวาดกลัว แต่มันคือความจริงที่ฉายชัดอยู่ตรงหน้า ความจริงที่ว่าผู้ชายที่เธอกำลังเปิดใจให้... อาจจะมีบาดแผลที่เธอก็ไม่แน่ใจว่าจะรักษาได้
“คิน... ฟังรินก่อนนะคะ รินทำไปเพราะรินรักคุณ...” รินรดาขยับเข้าไปใกล้ พยายามจะคว้าแขนคิน แต่ชายหนุ่มกลับถอยห่างอย่างรังเกียจราวกับถูกของร้อน
“ความรักไม่ได้ถูกสร้างขึ้นบนกองซากปรักหักพังของคนอื่นค่ะ และที่สำคัญ... คุณไม่เคยเข้าใจเลยว่าความรักที่แท้จริงมันต้องการอะไร” คินหันกลับมามองพราว แววตาที่เคยเย็นชาและดุดันเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนและตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัด
พราวไม่ได้ขยับหนี เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ตัวเองถอยหลังอีกต่อไป กำแพงน้ำแข็งที่เธอเคยสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากการถูกทอดทิ้ง บัดนี้มันเริ่มร้าวราน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเธอตระหนักได้ว่า หากเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง เธอจะสูญเสียคนคนนี้ไปตลอดกาล และนั่นจะเป็นบาดแผลที่ใหญ่กว่าการเปิดใจรักใครสักคนเป็นไหนๆ
“พราวคะ...” คินเรียกชื่อเธอเบาๆ น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความมั่นใจ
พราวสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นหอมจางๆ ของวานิลลาและชินนามอนในอากาศช่วยเรียกสติสัมปชัญญะของเธอกลับมา เธอเดินเข้าไปใกล้คนทั้งสอง ความเงียบงันในร้านกาแฟชวนอึดอัดจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง เธอวางกระดาษที่สั่นไหวในมือลงบนเคาน์เตอร์ไม้หนา แผ่นกระดาษที่เปิดเผยทุกอย่าง—ความลับของการโกงสูตรขนม และแผนการที่รินรดาจัดฉากขึ้นมาเพื่อทำลายชื่อเสียงของร้าน
“พอเถอะค่ะ” พราวเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าทรงพลังอย่างที่เธอเองก็ไม่เคยคิดว่าจะมี “คุณรินคะ ถ้าความรักของคุณคือการทำลายสิ่งที่คินรักที่สุด... งั้นคุณก็ไม่เคยรักเขาเลย คุณรักแค่ตัวเอง”
รินรดาชะงัก สายตาที่เคยมั่นใจแปรเปลี่ยนเป็นความอาฆาต “เธอ... นังเด็กเสิร์ฟนี่กล้าสอนฉันเหรอ? คินคะ ดูสิคะ มันกำลังจะแยกเราออกจากกัน!”
“ไม่มีใครแยกเราได้หรอกค่ะ เพราะคินไม่ได้อยู่ข้างคุณตั้งแต่วินาทีที่คุณเริ่มวางแผนนี้แล้ว” คินตอบกลับทันควัน
พราวหันไปสบตาคิน ดวงตาของเธอไม่ได้มองเขาในฐานะเชฟผู้สมบูรณ์แบบ หรือผู้ชายที่สูงส่งเกินเอื้อมอีกต่อไป แต่เธอมองเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีความเจ็บปวดและต้องการที่พักพิง เธอเดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา ความกลัวในอดีตที่ว่า ‘ความรักคือจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด’ ได้มลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่อยากจะยืนหยัดเคียงข้างเขาในวันที่พายุพัดผ่าน
“พราว...” คินมองเธอด้วยแววตาที่สั่นไหว เขาเห็นความเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่นั้น ความเด็ดเดี่ยวที่ไม่ได้มาจากการพยายามเป็นคนเก่ง แต่มาจากการยอมรับหัวใจตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม
“คินคะ” พราวเอื้อมมือไปแตะแขนเขาเบาๆ “อย่าเสียเวลากับอดีตที่ไม่มีวันกลับมาแก้ไขได้อีกเลยค่ะ ความรักไม่ใช่เรื่องของการแก้แค้น แต่คือการให้อภัยตัวเอง... และเริ่มต้นใหม่กับคนที่เราไว้ใจได้จริงๆ”
รินรดากัดริมฝีปากแน่นก่อนจะหยิบกระเป๋าใบหรูแล้วกระแทกเท้าเดินออกจากร้านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนเปราะบาง
คินมองตามหลังรินรดาไปก่อนจะหันกลับมามองพราว เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ความเงียบนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความห่างเหินเหมือนที่เคยเป็น มันกลับอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่ถั่งโถมจนพราวเริ่มหายใจไม่ออก เธอรู้ดีว่านี่คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่วิ่งหนีจากความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้น แม้ว่ามันจะน่ากลัวแค่ไหนก็ตาม
“ขอบคุณนะ...” คินกระซิบเบาๆ เขาขยับเข้ามาใกล้เธอจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบไม่มีเหลือ พราวเงยหน้ามองเขา แสงไฟสลัวในร้านตกกระทบใบหน้าคมเข้มของเขา ทำให้ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ถูกเผยออกมาให้เห็นชัดเจน
“พราวไม่ใช่คนเก่งหรอกค่ะ” เธอสารภาพเสียงสั่น “แต่พราวไม่อยากเก่ง... ถ้าต้องเก่งโดยไม่มีคุณอยู่ข้างๆ”
คำสารภาพนั้นทำให้หัวใจของคินกระตุกวูบ เขาเอื้อมมือมาประคองใบหน้าของเธอ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยพวงแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและหอมกรุ่นด้วยกลิ่นเบเกอรี่จางๆ ทำให้หัวใจของพราวหลอมละลายอย่างสมบูรณ์ กำแพงที่เธอสร้างไว้พังทลายลงราบคาบ ไม่เหลือชิ้นดี
ทว่า ในช่วงเวลาที่บรรยากาศกำลังหอมหวานจนน่าหลงใหล เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองคินและพราวสลับกันไปมาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาพราวต้องผงะถอยหลัง
“คิน... แกคงลืมไปแล้วสินะ ว่าบริษัทแม่มีคำสั่งให้แกกลับไปรับตำแหน่งบริหารที่สาขาใหญ่ภายในเย็นวันนี้” ชายคนนั้นกล่าวต่อหน้าความตกตะลึงของพราว “และเธอนั่นแหละ... ต้นเหตุที่ทำให้เจ้าของร้านกาแฟชื่อดังละทิ้งหน้าที่การงานจนเกือบจะล้มละลาย!”
คินปล่อยมือจากพราวทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าอย่างน่าใจหายในขณะที่เขามองไปยังชายคนนั้น พราวรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกกระชากลงสู่หุบเหวอีกครั้ง นี่คือกับดักที่เธอเพิ่งจะก้าวข้ามมา... หรือมันคือจุดเริ่มต้นของความพินาศที่แท้จริงกันแน่?
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเป็นกำลังใจให้เมฆหมอกสีชมพูมาโดยตลอดนะคะ หากไม่มีทุกท่าน นิยายเรื่องนี้ก็คงไม่มีลมหายใจค่ะ!
สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู•ตอนที่ 29
ก้าวข้ามกำแพง
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักละมุนใจในร้านกาแฟสีชมพู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!