กระดาษแผ่นบางราวก้านขนนก แต่น้ำหนักของมันกลับดึงรั้งความทรงจำนับพันวันที่เคยถูกเหยียบย่ำให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความด้านชา
เสียงฝีปากกาหมึกซึมราคาแพงที่กระทบลงบนกระดาษเนื้อดี ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของไป๋ลี่หลิน ทว่ามันเทียบไม่ได้เลยกับเสียงหัวใจของนางที่แตกสลายจนแหลละเอียดไปนานแล้ว บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งสีเข้มตัวเดิม ในห้องทำงานกว้างขวางที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเย่อหยิ่งของหลงเฟยเทียน—สามีผู้ไม่เคยชายตากลับมามองนางด้วยความเสน่หาแม้แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว
นางไม่ได้ร้องไห้ น้ำตาของไป๋ลี่หลินเหือดแห้งไปตั้งแต่คืนที่มู่หว่านหรันโทรศัพท์เข้ามาหาเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ขณะที่นางกำลังนอนไข้ขึ้นสูงอยู่บนเตียงนอนหนาวเหน็บหลังใหญ่แล้วค่ะ
“เซ็นเสียเถอะค่ะ”
น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และว่างเปล่า ราวกับลมหนาวที่พัดผ่านซากปรักหักพัง ไร้ซึ่งร่องรอยของความตัดพ้อต่อว่า หรือแม้แต่ความคาดหวังใดๆ อีกต่อไป
หลงเฟยเทียนที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาดูแคลนและสมเพช เขายังคงคิดว่านี่คือแผนการเรียกร้องความสนใจแบบเดิมๆ ของนาง สตรีผู้ไร้ค่า เกาะเขาเกาะตระกูลหลงกินไปวันๆ และวันๆ เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญน่ารำคาญ
“ไป๋ลี่หลิน เจ้าคิดจะเล่นมุกตลกอะไรอีก” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยnชา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก “คิดว่าการเอา ‘ใบหย่า’ มาขู่ข้า จะทำให้ข้าหันไปสนใจเจ้ามากขึ้นอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ”
เขาไม่แม้แต่จะก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยซ้ำ สำหรับเขาแล้ว นางเป็นเพียงของตาย—สิ่งของไร้ชีวิตที่ต่อให้เขาเตะทิ้งอย่างไร้เยื่อใย นางก็ยังต้องคุกเข่าคลานกลับมาหาเขาอยู่ดี
ทว่า… เขาคิดผิด
ไป๋ลี่หลินไม่โต้เถียง นางไม่แม้แต่จะกระพริบตาเพื่ออ้อนวอนขอความเห็นใจอีกต่อไป นิ้วเรียวสวยที่เคยสั่นเทายามอยู่ต่อหน้าเขา บัดนี้กลับมั่นคงราวจับเหล็กกล้า นางเลื่อนแผ่นกระดาษหย่าที่ลงลายมือชื่อของนางเรียบร้อยแล้วเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นอายความเด็ดเดี่ยวที่แผ่ออกมาจากร่างผอมบางนั้น ทำให้หลงเฟยเทียนรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“ข้าไม่ได้ขู่ค่ะ ท่านเฟยเทียน” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบยิ่งกว่าเดิม ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความถือดีของเขา “สามปีที่ผ่านมา ข้าทำหน้าที่ภรรยาที่แสนโง่เขลามามากพอแล้ว นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ไป๋ลี่หลินคนเดิมได้ตายไปแล้วค่ะ… สิ่งที่เหลืออยู่ตรงหน้าท่าน มีเพียงอดีตภรรยาที่ต้องการหลุดพ้นจากนรกอเวจีนี้ก็เท่านั้น”
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมห้องทำงานทันที หลงเฟยเทียนรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่ลำคอ ดวงตาคมดุหรี่แคบลงเมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวนาง—ความเปลี่ยนแปลงที่เขาควบคุมมันไม่ได้ และนั่นทำให้เขารู้สึก ‘ไม่สบอารมณ์’ อย่างรุนแรง
เขายื่นมือหนาออกไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา ตั้งใจจะฉีกมันทิ้งให้แหลกคาตาเพื่อเป็นการสั่งสอนความอวดดีของนาง แต่ทว่า… เมื่อสายตาคมกวาดมองลายมือชื่อบรรจงบนบรรทัดสุดท้าย และเงื่อนไขการหย่าที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ‘ไม่ขอแบ่งสมบัติใดๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงแค่ความเป็นอิสระ’ หัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมชะตากรรมคนครึ่งเมือง กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต
*นางกล้าทิ้งเขาจริง ๆ หรือ?*
“เจ้ากล้าดีอย่างไร…” หลงเฟยเทียนผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวแทบจะหยุดนิ่ง เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวนางในพริบตาเดียว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของนางบีบแน่นจนกระดูกแทบแหลก “คิดว่าการเดินออกจากตระกูลหลง แล้วจะไปมีชีวิตที่ดีงั้นรวยหรือไป๋ลี่หลิน? อย่าลืมว่าทุกลมหายใจของเจ้าตอนนี้ มันเป็นของข้า!”
ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจากข้อมือ แต่นายหญิงตระกูลหลง (ในนาม) กลับไม่มีแม้แต่เสียงร้องเล็ดลอดออกมา มีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปากของนาง—รอยยิ้มที่ทำเอาหลงเฟยเทียนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งอก ราวกับถูกไฟแผดเผา
“ลมหายใจของข้า… ข้าเป็นคนกำหนดเองค่ะท่านสามี” นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นว่างเปล่า ไร้เงาของความรักและความภักดีที่เคยมีให้เขามาตลอดสามปีอีกต่อไป “ปล่อยมือเถอะค่ะ รังเกียจกันเสียขนาดนี้ การที่ข้าเดินออกไปจากชีวิตท่าน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ท่านปรารถนามาตลอดไม่ใช่หรือคะ?”
คำว่า ‘รังเกียจ’ สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของหลงเฟยเทียน มันไม่ใช่คำที่เขาเคยพูดออกไปตรงๆ เสียทีเดียว แต่มันคือการกระทำของเขาตลอดสามปีที่ผ่านมา… การไม่เคยกลับบ้าน การปล่อยให้นางอยู่เดียวดาย การหมางเมิน และการให้ความสำคัญกับมู่หว่านหรันมากกว่า
ทำไมกัน? ทำไมพอวันที่นางยอมปล่อยเขาไปจริง ๆ หัวใจของเขาถึงได้รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจเช่นนี้?
ความโกรธเกรี้ยวเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะของหลงเฟยเทียน เขาไม่อาจทนมองแววตาที่เยชาและไร้เยื่อใยคู่นั้นได้อีกต่อไป ร่างสูงใหญ่กระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดติดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันเต็มแรงเผยให้เห็นความปั่นป่วนในอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้
“อยากไปนักใช่ไหม?” เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของชายหนุ่มเต็มไปด้วยโทสะและแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยว “ในเมื่อเจ้าบอกว่าทำหน้าที่ภรรยามาสามปี… งั้นคืนนี้ ก่อนที่เจ้าจะเซ็นและก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนี้ไป เจ้าต้องทำหน้าที่ ‘ภรรยาบนเตียง’ ให้สมบูรณ์แบบเป็นครั้งสุดท้ายเสียก่อน!”
ไป๋ลี่หลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ระaคลื่นความโกรธและขยะแขยงตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก “ท่านมันคนสารเลว! ปล่อยนะ—!”
ทว่าคำปฏิเสธทั้งหมดถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากหนาที่ทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี หลงเฟยเทียนประทับจูบลงมาด้วยความรุนแรง ดุดัน และเต็มไปด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยการลงทัณฑ์ รุกราน และบดขยี้เรียวปากนุ่มจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ไป๋ลี่หลินพยายามทุบตีแผงอกกว้างและดิ้นรนสุดกำลัง แต่มือใหญ่ข้างหนึ่งของเขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของนางไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวได้อย่างง่ายดาย
สัมผัสที่ร้อนรุ่มและป่าเถื่อนทำให้ร่างกายนางสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดในอดีตซ้อนทับกับความจริงอันโหดร้ายในยามนี้ หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินลงมาจากหางตา ทว่าหลงเฟยเทียนกลับใช้นริมฝีปากไล่จูบซับหยดน้ำตานั้นด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเป
สวบ!
เสียงเสื้อผ้าเนื้อดีถูกกระชากด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล ความเย็นของอากาศในห้องทำงานปะทะเข้ากับผิวเนียนนุ่มที่ถูกเปิดเปลือยต่อหน้าสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา หลงเฟยเทียนช้อนตัวนางขึ้นแนบอกด้วยความรวดเร็ว ก้าวฉับๆ ไปยังโซฟาหนังตัวยาวกลางห้องโดยไม่เปิดโอกาสให้อนางได้ตั้งตัว
ร่างบางถูกกดทับลงบนเบาะหนังนุ่ม ไป๋ลี่หลินหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อร่างหนาทาบทับลงมาทับถม ปิดกั้นทุกทางหนี หลงเฟยเทียนก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มสร้างรอยกุหลาบสีเข้มไปทั่วลาดไหล่เนียน สัมผัสที่คุ้นเคยและแสนเจ็บปวดนี้ปลุกปั่นอารมณ์ดิบเถื่อนในกายของเขาให้พุ่งพล่าน
“ท่าน… ปล่อยข้า…” เสียงหวานขาดห้วงยามที่เรียวลิ้นร้อนของเขาแตะไล่ลงมาถึงยอดอก ชายหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งตรึงสะโพกมนไว้แน่น ขณะที่อีกข้างปลดเปลื้องพันธนาการชิ้นสุดท้ายออก ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไร้รอยต่อ ความร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วผิวหนัง
หลงเฟยเทียนเงยหน้าขึ้นสบตานفกับนาง ดวงตาคมปลาบแดงก่ำด้วยเพลิงปรารถนา “จำไว้ไป๋ลี่หลิน… ต่อให้เจ้าจะเกลียดข้าแค่ไหน ร่างกายนี้ วิญญาณนี้ของเจ้า ก็ยังเป็นของหลงเฟยเทียนคนนี้คนเดียว!”
เขาสอดประสานกายเข้าหาอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ความเจ็บปวดแล่นริ้วผ่านร่างของหญิงสาวจนนางต้องกัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือดเพื่อไม่ให้หลุดเสียงครางน่าอายออกมา บทเพลงรักที่ไร้ซึ่งความอ่อนโยนเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว หึงหวง และโหยหา ถูกบรรเลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางความมืดมิดของราตรี
เสียงหอบหายใจหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบกัน และแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำซัดสาดราวกับพายุร้าย กินเวลานานนับชั่วโมงจนกระทั่งหยาดเหงื่อชุ่มโชกแผ่นหลังของคนทั้งคู่… ความสุขสมที่ปะปนไปด้วยคราบน้ำตาและรอยแผลเป็นในใจ ทำให้ไป๋ลี่หลินตระหนักได้อย่างแน่ชัดว่า… นางต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่หัวใจที่ด้านชาดวงนี้จะกลับไปโง่งายรักปีศาจตนนี้อีกครั้ง
เมื่อทุกอย่างสงบลง หลงเฟยเทียนหลับตาลงซบใบหน้าเข้ากับซอกคอของนาง ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอด้วยความเหนื่อยอ่อน มือหนายังคงกอดกุมเอวบางไว้แน่นราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไปในอากาศ
ในความเงียบงันนั้นเอง… ไป๋ลี่หลินค่อยๆ ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายขยับตัวออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างเงียบเชียบที่สุด นางหยิบชุดที่ยับยู่ยี่ขึ้นมาสวมใส่ด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะก้มลงหยิบกระดาษแผ่นเดิมที่เปื้อนคราบน้ำตาและรอยยับยู่จากการร่วมรักอันเร่าร้อนเมื่อครู่ขึ้นมา
นางวางมันทับลงบนอกของเขาที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟา พร้อมกับกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจข้างหูเขา
*“ลาก่อนค่ะ… หลงเฟยเทียน”*
ร่างระหงก้าวเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างไร้เสียง ปิดประตูลงกลอนอย่างมั่น
ทว่า… ในขณะที่ไป๋ลี่หลินกำลังก้าวเท้าเดินผ่านห้องโถงใหญ่เพื่อออกไปยังประตูหน้าตระกูลหลินในยามวิกาล เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“ท่านแม่… ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ ท่านจะพาเป่าเป่าไปไหนหรือขอรับ?”
เด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากหลงเฟยเทียนราวกับพิมพ์นิยม เอ่ยถามขึ้นด้วยความงัวเงีย พร้อมกับเอื้อมมือเล็กๆ มาดึงชายเสื้อของนางไว้
ไป๋ลี่หลินสะท้านเฮือก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นางรีบย่อตัวลงสวมกอดร่างเล็กของบุตรชายแน่น หยดน้ำตาที่กลั้นไว้มานานพรั่งพรูออกมาอย่างสุดจะกลั้น
ทว่า… ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกที่เอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความมืดมิด
“ไป๋ลี่หลิน… เด็กคนนี้… หน้าตาเหมือนใครกัน ทำไมถึงได้ถอดแบบมาจากข้า ราวกับแกะเช่นนี้!”
หลินหลินร้อยเล่ห์ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านมา ณ ที่นี้นะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังว่าฉันจะหันกลับไปมอง•ตอนที่ 1
คมมีดบนกระดาษหย่า
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าฉันจะหันกลับไปมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!