กระบี่ไร้ลักษณ์ สลักรอยจารึกฟ้า•ตอนที่ 2

ชีพจรที่ไร้ร่องรอย

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
“เจ้าจงใจสังหารข้า หรือเพียงแค่โชคชะตาเล่นตลกกับเศษซากวิญญาณที่เหลืออยู่กันแน่?” เสียงแหบพร่าดั่งใบไม้แห้งกรอบที่ถูกขยี้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน หลี่มู่เหวินลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาที่เคยคมปลาบดุจกระบี่เทพสวรรค์บัดนี้กลับขุ่นมัวดั่งน้ำนิ่งในบึงลึก เขาไม่ได้อยู่บนบัลลังก์เมฆาในหอคอยดาราที่ห่างไกลจากมวลมนุษย์อีกต่อไป แต่กลับอยู่ในกระท่อมไม้ผุพังที่กลิ่นอับชื้นของราและคราบเขม่าดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เขากวาดสายตามองมือที่สั่นเทาของตน นิ้วเรียวยาวที่เคยพรมอักขระเวทสั่นสะเทือนปฐพีบัดนี้กลับหยาบกร้าน เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการฝึกฝนที่ผิดพลาด ร่างกายนี้... ร่างกายของ 'หลี่มู่เหวิน' ศิษย์ชั้นต่ำผู้ไร้รากปราณแห่งสำนักเมฆา เป็นร่างที่บอบบางราวกับกิ่งไม้แห้งที่พร้อมจะหักสะบั้นเมื่อต้องลมพายุ เขาโคจรพลังปราณหวังจะสำรวจแก่นแท้ภายใน ทว่าสิ่งที่พบกลับทำให้มุมปากของเขาหยักยิ้มอย่างเย้ยหยันหยาดเหงื่อกาฬไหลซึมผ่านไรผม “ชีพจรที่ไร้ร่องรอย... กรงขังแห่งสวรรค์งั้นหรือ?” เส้นชีพจรในร่างนี้ไม่ได้เพียงแค่ตีบตัน แต่มันถูก 'พันธนาการ' ด้วยอักขระพันธะสวรรค์ที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่รอยแผลที่เกิดจากความประมาท แต่มันคือคำสาปที่เทพเบื้องบนประทับตราไว้ เพื่อไม่ให้ผู้ใดในร่างนี้สามารถบรรลุถึงมรรคผลแห่งยุทธภพได้ตลอดกาล นี่คือการจองจำที่ข้ามภพข้ามชาติ ไม่ใช่เพียงการลงโทษ แต่เป็นการเหยียดหยาม *ตึก... ตึก...* เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นหน้าประตูไม้ที่ปิดตาย กลิ่นอายเย็นเยือกที่คุ้นเคยแทรกซึมผ่านรอยแยกของไม้กระดาน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยในฤดูหนาวที่ทำให้หัวใจที่เย็นชาของมหาเทพผู้ร่วงหล่นกระตุกวูบ “เจ้าฟื้นแล้ว...” เสียงที่ราบเรียบดั่งน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้น เซียนจื่อเวยก้าวเข้ามาในห้อง ร่างระหงของนางภายใต้ชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูโดดเด่นท่ามกลางความมืดมิด ใบหน้าที่งดงามประดุจงานประติมากรรมสวรรค์นั้นไร้อารมณ์ ทว่าสายตาที่นางทอดมองหลี่มู่เหวินกลับมีความสับสนวูบไหวเพียงชั่วพริบตา หลี่มู่เหวินไม่ตอบ เขาทำเพียงจ้องมองเข้าไปในดวงตาของนาง แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความขลาดกลัวของเด็กหนุ่มผู้ต่ำต้อย กลายเป็นความสงบนิ่งที่ดูผ่านร้อนผ่านหนาวมานับหมื่นปี “ข้าถามเจ้า...” หลี่มู่เหวินเอ่ยเสียงเรียบ แต่กลับทรงพลังจนเซียนจื่อเวยต้องชะงักฝีเท้า “สำนักเมฆาแห่งนี้ ต้องการข้าไปเพื่อเหตุใด? ในเมื่อพวกเขารู้อยู่เต็มอกว่าร่างนี้คือร่างที่สวรรค์สาปแช่ง ไม่มีทางบำเพ็ญได้แม้แต่ขั้นแรก” เซียนจื่อเวยเม้มริมฝีปากแน่น นางเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไอของคนทั้งสอง “เจ้าไม่ใช่ของเล่นของพวกเขา แต่เจ้าคือ 'ภาชนะ' ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสิ่งนั้น” “สิ่งนั้น?” หลี่มู่เหวินทวนคำ “บันทึกกระบี่ไร้ลักษณ์ที่สูญหาย” นางลดเสียงลงต่ำจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “มีเพียงผู้ที่ร่างกายถูกสาปแช่งและไร้รากปราณเท่านั้นที่จะอ่านอักขระบนกระบี่ได้โดยไม่ถูกไอสังหารย้อนกลับมาทำลายร่างจนแหลกสลาย เจ้าไม่ได้ถูกเลือกมาเพื่อเป็นศิษย์หลี่มู่เหวิน แต่เจ้าถูกเลือกมาเพื่อเป็นบันทึกที่มีชีวิต” คำพูดของนางดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจ หลี่มู่เหวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความยินดี แต่แฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่กดทับบรรยากาศภายในกระท่อมจนแทบหายใจไม่ออก “ช่างเป็นโชคชะตาที่งดงามนัก” เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล มือคว้าด้ามกระบี่ไม้เก่าๆ ข้างกาย “ในเมื่อสวรรค์สาปข้าให้เป็นคนไร้ค่า ข้าก็จะใช้ร่างที่ไร้ค่านี้ ฉีกกระชากกฎเกณฑ์ของพวกมันให้สิ้นซาก เซียนจื่อเวย... จงจำไว้ หากข้าต้องตายด้วยความลับนี้ ข้าจะดึงพวกมันทั้งหมดลงไปในขุมนรกพร้อมกับข้าด้วย” “เจ้าเปลี่ยนไป...” เซียนจื่อเวยพึมพำ มือของนางสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่รั่วไหลออกมาจากร่างที่ดูอ่อนแอของเขามันไม่ใช่ไอปราณ แต่มันคือ 'เจตจำนง' ที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะครอบครองได้ ทันใดนั้น ผืนฟ้าภายนอกกระท่อมก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เมฆหมอกสีดำทมิฬก่อตัวหมุนวนเป็นเกลียวดั่งปากมังกรที่หิวโหย เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขาสำนักเมฆา สายฟ้าสีม่วงฟาดลงที่ยอดเขาข้างเคียงจนศิลาแตกกระจาย รัศมีพลังแห่งทัณฑ์สวรรค์กดทับลงมาบนร่างของหลี่มู่เหวินโดยตรง หลี่มู่เหวินแหงนหน้ามองเพดานกระท่อมที่เริ่มปริแตก ดวงตาของเขากลับมาเปล่งประกายสีทองอร่ามดั่งดวงตะวัน เขาสัมผัสได้ถึงบางอย่าง... บางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ขีดจำกัดของร่างกายนี้ มันไม่ใช่การตื่นของพลังปราณ แต่มันคือการกลับมาของ 'กระบี่ที่หายไป' เซียนจื่อเวยเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงากระบี่สีดำมืดมิดปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา รอยประทับที่ข้อมือของหลี่มู่เหวินที่เคยเป็นสีเทาหม่น บัดนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตและกำลังแผ่ขยายออกไปดั่งอักขระต้องห้ามที่เขากำลังปลุกให้ตื่นขึ้น “เจ้าทำอะไรลงไป!” นางร้องอุทาน พยายามจะพุ่งเข้ามาขัดขวาง แต่กลับถูกกระแสพลังมหาศาลผลักกระเด็นออกไป หลี่มู่เหวินแสยะยิ้ม นัยน์ตาที่เย็นเยียบจับจ้องไปยังผืนฟ้าที่กำลังอาฆาตเขา “สวรรค์เอย... ในเมื่อเจ้าสร้างคุกนี้ขึ้นมาเพื่อกักขังข้า ก็จงดูให้ดีว่าข้าจะใช้รอยร้าวของกรงขังนี้ หั่นผ่าท้องนภาของเจ้าอย่างไร!” เขากระชากกระบี่ไม้ในมือออกมาจากฝัก แสงสีทองและสีดำผสานเข้าหากันจนเกิดเป็นเสียงแหลมเสียดแทงแก้วหู ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องที่ดั่งกัมปนาท พื้นดินใต้เท้าของเขาสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินแยก และในวินาทีที่เขากำลังจะฟาดฟันกระบี่ออกไปสู่เบื้องบน เงาของชายชราคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางพายุฝน พร้อมกับเสียงตะโกนที่ทำเอาหัวใจคนฟังแทบหยุดเต้น “เจ้าหนู! หยุดมือเดี๋ยวนี้ หากเจ้าฟันออกไปเพียงกระบวนท่าเดียว ทั่วทั้งเทือกเขาเมฆาจะกลายเป็นทะเลเพลิงในพริบตา!” หลี่มู่เหวินชะงักงัน กระบี่ในมือค้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางห้วงเวลาที่หยุดนิ่ง เขาหันกลับไปมองชายชราที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับความลับที่ถูกเปิดเผย... ท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายกระบี่นี้ ขอให้เตรียมใจรับแรงกระแทกในตอนถัดไป เพราะความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกำลังจะถูกเปิดเผย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์ สลักรอยจารึกฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%