กระบี่ไร้ลักษณ์ สลักรอยจารึกฟ้า•ตอนที่ 1

วิญญาณร่วงหล่นสู่ขุมนรก

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"เจ้าเด็กเหลือขอ... ถือดีอย่างไรถึงกล้าสบตาข้า!" เสียงตวาดกร้าวระเบิดออกพร้อมกับแรงปะทะหนักหน่วงที่กระแทกเข้าที่ใบหน้า ความเจ็บปวดแล่นพล่านดั่งคมมีดนับพันเล่มที่กรีดแทงลงบนเส้นประสาท หลี่มู่เหวินสัมผัสได้ถึงรสคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในลำคอ ความมืดมิดที่เคยห่อหุ้มวิญญาณของเขากำลังถูกฉีกกระชากด้วยความรู้สึกทรมานที่แสนสมจริง เขาลืมตาขึ้น... ทัศนวิสัยพร่ามัวมองเห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนกำลังยืนค้ำหัว ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความดูแคลนและโทสะ ร่างกายที่เขาอาศัยอยู่นี้บอบช้ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ลมหายใจรวยรินดั่งเทียนไขที่ใกล้ดับแสง ทว่าท่ามกลางความอัปยศที่ควรจะได้รับกลับมี ‘บางสิ่ง’ ตื่นขึ้น *ช่างน่าเวทนา... ข้า ‘หลี่มู่เหวิน’ ผู้ที่เคยสยบหมื่นอสูรใต้ฝ่าเท้า กลับต้องมาสิ้นลมในห้วงเหวแห่งขุมนรกเพราะถูกพวกมดปลวกทำร้ายจนถึงแก่ความตายเช่นนี้หรือ?* ในห้วงสำนึกของเขา ความทรงจำที่แปลกปลอมหลั่งไหลเข้ามาดั่งสายน้ำหลาก ร่างนี้มีชื่อว่า 'หลี่มู่เหวิน' เช่นเดียวกัน เป็นเพียงศิษย์ชั้นต่ำผู้ต่ำต้อยที่สุดในสำนักกระบี่เมฆา ผู้ซึ่งมีเส้นชีพจรตีบตันจนไม่อาจก้าวเข้าสู่ขอบเขตการบำเพ็ญเพียรได้ ทว่านั่นเป็นเพียงสายตาของคนโง่เขลา... สำหรับมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิด สิ่งที่ผู้อื่นมองว่าไร้ค่า กลับเป็น 'ขุมพลัง' ที่หลับใหล "มันยังไม่ตายหรือ?" หนึ่งในศิษย์ผู้รุมทำร้ายเอ่ยขึ้นพร้อมเหยียดรอยยิ้ม "ดวงแข็งนักนะไอ้สวะ! ถือว่าเป็นบทเรียนที่เจ้าบังอาจขโมยผลึกปราณของสำนักไปเสียเถิด" รองเท้าบูทหนังหนาหนักกระทืบซ้ำลงมาที่กลางอกหมายจะปลิดชีพเขาให้ดับสูญ แต่ในวินาทีที่เท้าจะสัมผัสตัว ดวงตาของหลี่มู่เหวินก็วาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายสีครามเย็นเยียบประดุจน้ำแข็งพันปี เขาสะบัดมือขวาคว้าข้อเท้าของศิษย์ผู้ทรนงนั้นไว้แน่น! แรงบีบมหาศาลทำให้กระดูกข้อเท้าของอีกฝ่ายลั่นกรอบราวกับกิ่งไม้แห้ง เสียงร้องโหยหวนดังสนั่นไปทั่วหุบเขาเบื้องหลังสำนัก หลี่มู่เหวินยันกายขึ้น ความเจ็บปวดทั่วร่างไม่ได้ทำให้เขาสะทกสะท้าน ตรงกันข้าม... มันกลับเป็นดั่งเชื้อเพลิงที่จุดประกายไฟแห่งโทสะของมหาเทพให้ลุกโชนอีกครั้ง "เจ้า... เจ้าทำอะไรลงไป!?" อีกสองคนที่เหลือถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณบางอย่างบอกพวกมันว่า 'สวะ' ตรงหน้าได้ตายไปแล้ว และสิ่งที่กำลังยืนตระหง่านอยู่นี้คือสิ่งที่ไม่ควรไปข้องแวะโดยเด็ดขาด หลี่มู่เหวินไม่ตอบคำถาม เขาเพียงกวาดสายตามองมือของตนเองที่สั่นเทาด้วยความอ่อนแอ ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก "วิญญาณร่วงหล่นสู่ขุมนรกเพื่อแลกกับการกำเนิดใหม่... ช่างเป็นข้อเสนอที่คุ้มค่าเสียจริง" เขาไม่ได้มีเวลามาใส่ใจมดปลวกเหล่านี้ สิ่งที่เขาต้องทำคือการสำรวจร่างที่แตกสลายนี้ให้ละเอียด กระแสปราณในกายเบาบางจนเกือบเป็นศูนย์ ทว่าในจุดตันเถียนที่ลึกที่สุด กลับมีอักขระโบราณสีทองเลือนลางซ่อนอยู่... *อักขระมหาเทพไร้ลักษณ์* เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้ร่างจะโงนเงน แต่ท่าทีกลับสงบนิ่งดั่งขุนเขาที่ไร้การสั่นคลอน ศิษย์ที่ถูกบีบข้อเท้าจนล้มลงกองกับพื้นพยายามตะเกียกตะกายหนีด้วยความหวาดผวา "เจ้าอย่าเข้ามานะ! ท่านผู้อาวุโสต้องไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!" หลี่มู่เหวินก้าวเดินผ่านร่างนั้นไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง สายตาของเขามุ่งตรงไปยังยอดเขาเมฆาที่เสียดแทงม่านฟ้า ที่นั่นคือที่ที่เขาเคยฝากความหลังไว้ ที่นั่นคือที่ที่ ‘นาง’ ผู้นั้นยังคงเฝ้ารอ... หรืออาจจะกำลังทำลายล้างทุกอย่างที่เขารักทิ้งไป ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งเงินดังกังวานใสมาจากเบื้องบน เสียงที่คุ้นเคยเสียจนวิญญาณในร่างนี้สั่นสะท้าน หลี่มู่เหวินเงยหน้าขึ้นมองผ่านเมฆหมอกหนาทึบ เงาร่างสตรีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะยืนอยู่บนยอดเขาสูงชัน นางคือ 'เซียนจื่อเวย' ผู้ที่แม้แต่ลมหายใจยังทำให้คนรอบข้างรู้สึกหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ นางกำลังมองลงมา... สายตาเย็นชาคู่นั้นดูเหมือนจะปะทะเข้ากับสายตาของเขาในระยะไกล ทว่าในชั่วพริบตานั้นเอง อากาศรอบกายของหลี่มู่เหวินก็บิดเบี้ยว ร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังกดดันมหาศาลที่พุ่งตรงลงมาจากฟ้า เบื้องหลังของเขา ความมืดมิดที่ควรจะจางหายกลับเปิดออกดั่งปากทางเข้าสู่ขุมนรกอเวจี สัมผัสถึงไอสังหารที่รุนแรงจนน่าขนลุกกำลังพุ่งเข้าหาเขาจากทุกทิศทาง ไม่ใช่แค่ศิษย์ในสำนักที่ต้องการหัวของเขา... แต่ดูเหมือน 'ลิขิตฟ้า' กำลังต้องการจะกวาดล้างวิญญาณที่หวนคืนมานี้ให้ดับสูญไปตลอดกาล หลี่มู่เหวินยิ้มกว้างออกมาอย่างผู้ที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เขาชักกระบี่ไม้พุพังข้างกายออกมา... ในวินาทีที่ใบกระบี่พ้นจากฝัก พลังอำนาจที่กดทับสวรรค์ก็ระเบิดออกก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับใหลที่ตื่นขึ้น แต่แล้ว... เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาจากเงามืดเบื้องหลังกลับทำให้เขารู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง "เจ้าฟื้นคืนชีพได้เร็วเกินคาดนะ... 'พี่ชาย'" เจ้าของเสียงนั้นยืนหยัดอยู่ห่างออกไปเพียงสามก้าว พร้อมกับกระบี่สีโลหิตที่อาบไปด้วยไอพิษร้ายแรงที่สุดในใต้หล้า... ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในมหากาพย์แห่งการฝืนลิขิตฟ้านี้ร่วมกับผม เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์ สลักรอยจารึกฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%