"ถ้าแกยังล้างฟองแฟ้บออกไม่หมดจากก้นกระทะใบนี้ ชีวิตแกกับฉันวันนี้คงได้จบลงที่กองขยะหลังร้านแน่ กวิน!"
เสียงตวาดห้าวปนหงุดหงิดของน้ำหวานดังลั่นทะลุเสียงน้ำไหลจากก๊อกสเตนเลส หญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อนสีซีดจางสะบัดมือที่เปียกปอนจากการล้างคะน้า ก่อนจะใช้หลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผาก ลมหายใจของเธอพ่นออกมาเป็นไอด้วยความเหนื่อยล้าจากการเตรียมวัตถุดิบรองรับมื้อเที่ยงที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่นาที
กวินยืนตัวเกร็งอยู่หน้าอ่างล้างจานขนาดใหญ่ ในมือของเขาคือกะทะเหล็กหล่อใบโตที่หนักอึ้งราวกับดัมเบลโอลิมปิก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยันของมหาเศรษฐี ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบเขม่าควันและฟองน้ำยาล้างจานที่กระเด็นมาติดแก้มจนดูคล้ายแมวเปอร์เซียตกน้ำ
เขาก้มมองสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อกั๊ก หน้าจอล็อกสกรีนยังคงสว่างวาบด้วยข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกที่เพิ่งส่งเข้ามาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว—สามแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตัวเลขที่เป็นอนันต์ในสายตาคนทั่วไป แต่ในเวลานี้ มันกลับช่วยอะไรเขาไม่ได้เลยสักนิดเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า "กะทะใบนี้ยังมีความมันเหลืออยู่"
"น้ำหวานครับ... ผมว่าฟองมันล้างออกยากกว่าการเจรจาควบรวมกิจการบริษัทพลังงานเสียอีกนะครับ" กวินส่งเสียงอ่อย พยายามยกกระทะขึ้นอวดผลงานด้วยรอยยิ้มแห้งแล้ง
น้ำหวานหรี่ตามองด้วยสายตาพิฆาต มือเรียวเท้าสะเอวแน่นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนที่บ่งบอกถึงความสตรองจากการจับกระบวยมาหลายปี "อย่ามาทำเป็นพูดมาก กวิน! เงินสามร้อยล้านที่นายเคยมีมันซื้อความสะอาดของกะทะใบนี้ไม่ได้หรอกนะ ถ้าล้างไม่สะอาด ลูกค้ากินเข้าไปท้องเสียขึ้นมา ร้านฉันได้เจ๊งก่อนที่นายจะได้ใช้เงินในแอปพลิเคชันนั่นเสียอีก ขัดเข้าไป! เอาให้เงับวับจนเห็นเงาหน้าตัวเองเลย!"
"รับทราบครับท่านผู้บัญชาการ..." กวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาก้มหน้าก้มตาใช้แผ่นใยขัดถูลงไปบนก้นกระทะด้วยแรงทั้งหมดที่มี
นี่คือบทลงโทษ... ไม่สิ นี่คือ "บทเรียนแรก" ที่น้ำหวานมอบให้เขา หลังจากที่เขาเอ่ยปากขอร้องให้เธอช่วยสอนวิธีใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา หลังจากที่ตระกูลของเขาเคยเฉดหัวเขาออกจากกองมรดก (ก่อนที่ระบบจะรวนและแก้ไขยอดเงินในภายหลัง) กวินเลือกที่จะยังไม่เปิดเผยเรื่องวงเงินมหาศาลให้เธอรู้ เพราะเขารู้สึกติดใจแววตาที่ดุดันแต่จริงใจของหญิงสาวตรงหน้า น้ำหวานไม่เคยสนใจเงินในกระเป๋าเขา เธอกลับสนใจว่า "เขามีปัญญาหาเงินด้วยหยาดเหงื่อตัวเองไหม"
แปะ!
เสียงฟองแฟ้บกระเด็นเข้าตาเต็มเปิ้ลจนกวินต้องหลับตาปี๋ ร้องอุทานออกมาเสียงดังลั่นร้าน
"ฮ่าๆๆ! ดูสภาพท่านประธานบริษัทผู้ยิ่งใหญ่ตอนนี้สิ เหมือนลูกหมาตกน้ำไม่มีผิด!" เสียงหัวเราะสดใสแต่แสบสันของน้ำหวานดังขึ้น เธอยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กให้เขาอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก "เอ้า เช็ดหน้าซะ แล้วตั้งใจล้างต่อ อย่าให้ฉันต้องโมโหรอบสอง"
กวินรับผ้ามาเช็ดหน้าอย่างทุลักทุเล หัวใจของเขากลับเต้นระส่ำอย่างแปลกประหลาด มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความรู้สึกอิ่มเอมใจที่ไม่ได้สัมผัสมานาน ความเหนื่อยยากทางกายภาพนี้กลับทำให้เขารู้สึกว่าตนเองยังมีลมหายใจอยู่จริง ไม่ใช่เป็นเพียงหุ่นยนต์เดินได้ที่คอยเซ็นเช็คเงินสดเหมือนในอดีต
ทันใดนั้นเอง... เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้น ขัดจังหวะบรรยากาศอันน่าขันในครัว
"ยินดีต้อนรับครับ... เอ๊ย! ยินดีต้อนรับค่ะ!" เสียงน้ำหวานปรับเปลี่ยนโหมดต้อนรับลูกค้าอย่างรวดเร็ว เธอรีบถอดผ้ากันเปื้อนออกลวกๆ แล้วเดินออกไปหน้าร้าน
กวินแอบชะเง้อคอมองผ่านช่องหน้าต่างกระจกฝ้าของห้องครัว ลูกค้าที่ก้าวเข้ามาใหม่ไม่ใช่ขาประจำแถวนี้ แต่เป็นชายร่างท้วมในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับ ด้านหลังมีบอดี้การ์ดสวมแว่นตาดำยืนคุมเชิงอยู่สองคน ท่าทางวางโตและสายตาที่กวาดมองร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ ด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
"ร้านนี้สินะ ที่ยัยเด็กนี่เป็นเจ้าของ?" เสียงทุ้มต่ำและเย่อหยิ่งดังลอดเข้ามาในครัว ทำให้กวินต้องขมวดคิ้ว
น้ำหวานยืนกอดอก ใบหน้าเรียบตึงขึ้นทันที "ถ้าจะมาสั่งอาหาร เชิญดูเมนูที่โต๊ะค่ะ แต่ถ้าจะมาหาเรื่อง เชิญออกไปจากร้านฉัน เพราะฉันยังไม่ได้ล้างกะทะ... และน้ำในสายยางหลังร้านแรงมาก!"
ชายร่างท้วมหัวเราะในลำคออย่างดูถูก "ปากเก่งไม่เบานี่ สมกับที่เป็นคู่หมั้นเก่าของไอ้คุณชายตกอับคนนั้น... ฉันมาในนามของตระกูลบูรพาพงศ์ ต้องการกว้านซื้อที่ดินแถบนี้ทั้งหมดรวมถึงตึกแถวโทรมๆ ของเธอด้วย เสนอราคาให้สิ อยากได้เท่าไหร่ สามแสน? หรือห้าแสน? เอาไปตั้งตัวใหม่ซะ ดีกว่ามาทนยืนตบยุงขายข้าวราดแกงราคาถูกๆ แบบนี้"
คำพูดดูถูกเหียดหยามพุ่งตรงเข้าใส่ใจของน้ำหวาน แม้เธอจะสตรองแค่ไหน แต่การถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีต่อหน้าลูกน้องก็ทำให้มือเรียวที่กำหมัดสั่นเทาด้วยความโกรธ
ในครัวด้านหลัง กวินหยุดมือจากการขัดกระทะ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววขี้เล่นเมื่อครู่ บัดนี้เปลี่ยนเป็นเย็นชาและคมกลาตันราวกับใบมีดโกน บรรยากาศรอบตัวของอดีตทายาทมหาเศรษฐีเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที ความกดอากาศในห้องครัวลดฮวบลงจนน่าขนลุก
เขาวางกระทะลงบนเคาน์เตอร์อย่างช้าๆ ดึงกระดาษทิชชّูมาเช็ดมือให้แห้งสนิท ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตแขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอกอย่างใจเย็น
สามแสนล้านดอลลาร์ในบัญชี... ดูเหมือนจะมีประโยชน์ขึ้นมาทันทีในวินาทีนี้เสียแล้วสิ
กวินก้าวเดินออกจากห้องครัวด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะที่สะกดทุกสายตาให้หันมามอง ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างน้ำหวาน พร้อมกับยกมือขึ้นโอบไหล่บางของหญิงสาวไว้เบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยค
น้ำหวานสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันมามองกวินด้วยความประหลาดใจ เพราะแววตาของเขาในตอนนี้ช่างแตกต่างจากไอ้หนุ่มซุ่มซ่ามที่ยืนล้างจานเมื่อนาทีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง มันคือแววตาของนักล่าที่พร้อมจะขยี้เหยื่อให้แหลกคามือ
"เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ... จะมากว้านซื้อที่ดินแถบนี้ทั้งหมดเลยงั้นเหรอ?" เสียงทุ้มกังวานเอ่ยถามขึ้น รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏบนใบหน้าของกวินไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นของมัจจุราชที่ถือบัญชีหนังหมาในมือ
ชายร่างท้วมขมวดคิ้วมองกวินอย่างไม่พอใจ "แกเป็นใคร? เด็กเสิร์ฟหลังร้านเหรอวะ? อย่ามาเสือกเรื่องของผู้ใหญ่!"
กวินหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายื่นมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกั๊ก หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องเดิมออกมาปลดล็อกหน้าจอด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกดเข้าแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิทที่ไม่มีโลโก้ใดๆ ปรากฏอยู่เลย ยกเว้นตราประทับรูปมงกุฎทองคำฝังเพชร
"ผมไม่ใช่เด็กเสิร์ฟหรอกครับ..." กวินก้าวเข้าไปประชิดตัวชายร่างท้วมทีละน้อย จนอีกฝ่ายต้องผถอยหลังด้วยความรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด "แต่พอดีว่า... เมื่อกี้ผมเพิ่งเช็คยอดเงินในบัญชีเล่นๆ แล้วบังเอิญพบว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของคุณกำลังจะล้มละลาย และธนาคารของคุณ... ก็เป็นหนึ่งในเครือข่ายที่อยู่ใต้กองทุนส่วนบุคคลของผมพอดีด้วยสิครับ"
สีหน้าของชายร่างท้วมเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจกลัว
"แก... แกเป็นใครกันแน่?!" ชายร่างท้วมเสียงสั่นเครือ
กวินยิ้มกริ่ม นิ้วเรียวกดหน้าจอโทรศัพท์ค้างไว้ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังหัวใจหยุดเต้น
"ถ้าอยากรู้ว่าผมเป็นใคร... งั้นเรามาลองรูดบัตรซื้อบริษัทของคุณเล่นๆ ดูสักห้านาทีดีไหมครับ?"
กริ๊ง! เสียงแจ้งเตือนการโอนเงินจำนวนมหาศาลดังขึ้นก้องร้าน พร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์ของชายร่างท้วมที่สั่นระรัวจากการแจ้งเตือนสายด่วนจากคณะกรรมการบริหารบริษัทของตนเอง!
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด•ตอนที่ 2
บทเรียนแรก: การล้างจานไม่ใช่งานอดิเรก
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!