"กล่องละเก้าสิบเก้าบาท? กวิน คุณบ้าไปแล้วหรือครับ!"
เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นลั่นครัวปูนเปลือย น้ำหวานใช้วันเวลาตลอดชีวิตในการต้มผัดแกงทอดมานับไม่ถ้วน แต่เธอยังไม่เคยเห็นใครเอา "เนื้อวากิว A5" มาย่างบนเตาถ่านกะลา แล้วโปะลงบนข้าวหอมมะลิเก่าเสาไห้ ราดด้วยน้ำปลาหวานเคี่ยวเค็มตัดเผ็ดแถมไข่ดองน้ำปลา แล้วตั้งราคาขายไม่ถึงหนึ่งร้อยบาทเช่นนี้ นี่ไม่ใช่การทำธุรกิจร้านอาหาร แต่มันคือการแจกทานกลางสนามรบชัดๆ
กวิน หัวเราะในลำคอ เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับสายตาตื่นตะลึงของคู่หมั้นสาวแม้แต่น้อย ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีพื้นราคาถูกแต่เนื้อผ้าคอตตอนออร์แกนิกเกรดพรีเมียม ขยับแว่นสายตาไร้กรอบเล็กน้อย ก่อนจะคีบชิ้นเนื้อฉ่ำๆ เข้าปาก เคี้ยวอย่างช้าๆ เพื่อซึมซับรสชาติ
"ผมไม่ได้บ้า น้ำหวาน... ผมกำลังตบหน้าพวกมันต่างหากล่ะครับ" กวินกลืนเนื้อลงคอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบกลับประกายแสงวาวโรจน์ราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังรอจังหวะตะครุบเหยื่อ "ในเมื่อท่านอาผู้แสนดีของผมประกาศกร้าวในงานประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวานว่า ตระกูลกิตติวัฒนากำลังจะเปิดตัวเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดพรีเมียม 'The Gourmet Box' ในราคาเซ็ตละห้าร้อยบาท เพื่อผูกขาดตลาดพนักงานออฟฟิศ... เราก็แค่ต้องทำให้ของห้าร้อยบาทของมัน กลายเป็นขยะไร้ค่าในสายตาผู้บริโภค"
น้ำหวานชะงัก เธอมองหน้าคู่หมั้นหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคุณชายเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นมันสมองระดับปีศาจที่ถือครองพลังเงินมหาศาลจากระบบลึกลับที่เธอไม่อาจหยั่งถึง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"แต่วัตถุดิบพวกนี้... เนื้อวากิว, ไข่ปลาคาร์เวียร์จำลอง, ข้าวออร์แกนิก... ต้นทุนต่อกล่องมันปาเข้าไปร้อยยี่สิบแล้วนะกวิน! นายขายเก้าสิบเก้าบาท นายยอมขาดทุนกล่องละยี่สิบเอ็ดบาทเนี่ยนะ? ถ้ายอดขายวันละหมื่นกล่อง นายจะเจาะเลือดตัวเองมาจ่ายค่าวัตถุดิบหรือยังไง!"
"ใครบอกว่าผมขาดทุนล่ะครับ?" กวินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้น้ำหวานรู้สึกเสียวสันหลังวาบทุกครั้ง "จำเรื่องที่ผมบอกไม่ได้เหรอครับว่า 'ระบบซัปพลายเชนเงา' ของผมได้กว้านซื้อฟาร์มโคเนื้อและนาข้าวอินทรีย์ที่กำลังจะล้มละลายทั่วประเทศไว้หมดแล้วในราคาเศษกระดาษ ต้นทุนวัตถุดิบที่แท้จริงของผม... อยู่ที่กล่องละสิบห้าบาทต่างหากล่ะ"
น้ำหวานเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก นี่มันไม่ใช่แค่การทำธุรกิจ แต่มันคือการผูกขาดห่วงโซ่อุปทานแบบเบ็ดเสร็จเพื่อรอวันเชือด!
"เกมแก้แค้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริง ๆ ต่างหากล่ะ... หลานรัก นายคิดจริง ๆ เหรอว่าฉันมีแค่กิตติเป็นหมากบนกระดานนี้?" คำพูดเย้ยหยันของอาหนุ่มตัวแสบในวันนั้น ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของกวิน ชายหนุ่มหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมา นิ้วเรียวยาวกดหน้าจอไม่กี่ครั้งเพื่อส่งสัญญาณคำสั่งไปยังกองทัพไรเดอร์ส่งอาหารอิสระนับพันชีวิตที่เขาจ้างวานไว้ล่วงหน้า
"เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ น้ำหวาน... พรุ่งนี้เช้า หน้าตึกสำนักงานใหญ่ของ 'กิตติวัฒนา กรุ๊ป' จะต้องคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นหอมของข้าวกล่องพรีเมียมราคาประหยัดของเรา"
***
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องกระทบกระจกเงาวับของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ ทว่าบรรยากาศภายในห้องประชุมชั้นบนสุดกลับหนาทึบไปด้วยความตึงเครียด กิตติ ทายาทคนรองผู้กุมอำนาจบริหารปัจจุบัน กำลังเคาะนิ้วลงบนโต๊ะกระจกอย่างหงุดหงิด สายตาคมกริบกวาดมองผู้บริหารฝ่ายการตลาดที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นเทา
"อธิบายมาสิ! ทำไมยอดจองพรีออเดอร์ของ 'The Gourmet Box' ถึงร่วงลงไปสามสิบเปอร์เซ็นต์ทั้งที่เพิ่งเปิดตัวได้แค่สองชั่วโมง!" เสียงคำรามของกิตติดังลั่นห้อง
"เรียนท่านรองประธาน... คือว่า..." ผู้บริหารฝ่ายการตลาดกลืนน้ำลายเหนียวหนืด "มี... มีแบรนด์น้องใหม่ชื่อ 'กล่องทองคำ' โผล่ขึ้นมาตัดราคาครับคุณกิตติ พวกเขาขายข้าวกล่องเนื้อวากิวพรีเมียมในราคาเพียงเก้าสิบเก้าบาทแถมน้ำซุปกระดูกวากิวตุ๋นยาจีนฟรี... ตอนนี้พนักงานออฟฟิศในตึกเราและตึกข้างเคียงแห่ไปต่อคิวซื้อกันยาวเป็นกิโลแล้วครับ!"
"อะไรนะ?! เก้าสิบเก้าบาท?" กิตติลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "พวกมันบ้าหรือไง! เนื้อวากิวราคานั้นต่อให้เป็นเกรดต่ำสุดก็ไม่มีทางขายราคานี้ได้! สั่งคนไปกว้านซื้อข้าวกล่องพวกมันมาตรวจสิ! หาจุดบกพร่องด้านสุขอนามัยแล้วแจ้ง อย. ปิดร้านพวกมันซะ!"
"เอ่อ... ทางเราส่งคนไปสืบแล้วครับท่าน" ผู้บริหารหนุ่มหน้าซีดเผือด ยื่นแท็บเล็ตให้กิตติด้วยมือที่สั่นเทา "และ... และนี่คือภาพถ่ายหน้าร้านที่เป็นต้นตอของแบรนด์ 'กล่องทองคำ' ครับ"
กิตติคว้าแท็บเล็ตมามองด้วยความฉุนเฉียว ทว่าทันทีที่ดวงตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของเจ้าของร้านและหญิงสาวที่ยืนเคียงข้าง ร่างทั้งร่างก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สมองอื้ออึงจนคิดอะไรไม่ออก
ภาพบนหน้าจอคือชายหนุ่มที่เขาเคยเหยียบย่ำและขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใย กวินกำลังยืนยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าด้วยท่าทางสบายๆ ข้างกายมีน้ำหวานสวมผ้ากันเปื้อนคอยตักข้าวใส่กล่องด้วยความคล่องแคล่ว และที่สะเทือนขวัญที่สุดคือ ป้ายหน้าร้านขนาดใหญ่ที่เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงระบุข้อความไว้อย่างเจ็บแสบ
*“ขอบพระคุณท่านอากิตติ ที่ช่วยเปิดตลาดหรูราคาแพงไว้ให้... วันนี้ผมเลยขออนุญาตแจกความสุขให้พนักงานตาดำๆ ในราคาชาวบ้านนะครับ”*
"ไอ้... ไอ้เด็กเวรนี่!" กิตติคำรามออกมาด้วยความแค้นเคืองจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำแท็บเล็ตในมือแน่นจนหน้าจอแตกละเอียด "มันเอาเงินมาจากไหน มากว้านซื้อวัตถุดิบตัดราคาฉัน! ไป! สั่งคนไปพังร้านมันเดี๋ยวนี้!"
ปัง!
ประตูห้องประชุมถูกถีบเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลราคาแพงผู้เป็นเลขาธิการส่วนตัวของประธานใหญ่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดขาวราวกับศพ ในมือถือโทรศัพท์มือถือที่กำลังเปิดหน้าจอบทวิเคราะห์หุ้นแบบเรียลไทม์
"ท่านรองครับ... แย่แล้วครับ!" เสียงของเลขาฯ สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ตอนนี้หุ้นของ 'กิตติวัฒนา กรุ๊ป' กำลังดิ่งลงเหอะอย่างรุนแรง ฟิวเจอร์สของเราโดนเทขายอย่างไร้เหตุผล... และ... และมีนักลงทุนปริศนากำลังกว้านซื้อหุ้นสามัญของเราเกินกว่าห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์แล้วครับ!"
กิตติเบิกตากว้าง หูอื้อตาลาย โลกทั้งใบคล้ายกำลังหมุนเคว้งควาย "วะ... ว่ายังไงนะ? ใครเป็นคนกว้านซื้อ?"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงมาจากชั้นจอดรถเฮลิคอปเตอร์ด้านบนสุดของตึกก็เปิดออก เสียงฝีเท้าหนักแน่นของกลุ่มคนในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ตรงกลางวงล้อมนั้นคือร่างสูงโปรดปรานของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเนื้อดี กวินก้าวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันที่ทำให้ผู้บริหารทุกคนในห้องประชุมแทบไม่กล้าหายใจ
ชายหนุ่มหยุดยืนตรงหน้ากิตติผู้กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับขึ้นมาหมุนเล่นในปลายนิ้ว
"สวัสดีครับคุณอา... ยินดีต้อนรับสู่การซื้อกิจการวันแรกของผมนะครับ"
ฮาไม่จำกัดขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเสียงหัวเราะและความสะใจมา ณ ที่นี้นะครับ
มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด•ตอนที่ 24
แผนการใหญ่เริ่มปฏิบัติการ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีตกอับกับยัยคู่หมั้นสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!