“ถ้าคุณจะเอา ‘งานอาร์ต’ มาวางบนแปลนที่คำนวณโครงสร้างมาอย่างเป๊ะแบบนี้ ผมแนะนำว่าคุณเอาสีเทียนมาวาดลงบนกระดาษวาดเขียนที่หน้าออฟฟิศดีกว่าครับ ประหยัดงบและไม่ต้องเสียเวลาผมด้วย”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อยของอาคเนย์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงัดในห้องประชุมย่อยของบริษัทออกแบบชื่อดัง สายตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมมองลอดผ่านหน้าจอโน้ตบุ๊กมายังกราฟิกสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
พริ้มเพรากำปากกาในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งปรี๊ดจนแทบจะทะลุปรอท
“คุณอาคเนย์คะ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมไปว่าคุณคงไม่ค่อยฟังใครนอกจากเสียงเครื่องคิดเลข” พริ้มเพราสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตจ้องเขม็ง “ที่นี่ไม่ใช่ไซต์งานก่อสร้างที่คุณจะมาสั่งให้ใครหมอบคลานตามใจชอบ นี่คือโปรเจกต์ ‘The Muse’ ที่ต้องใช้ความสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่เสาเข็มกับปูนซีเมนต์โง่ๆ ค่ะ”
“ ‘โง่ๆ’ งั้นเหรอครับ?”
อาคเนย์เลิกคิ้วข้างหนึ่ง เขาวางปากกาสไตลัสลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘กึก’ ก่อนจะโน้มตัวมาข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลง กลิ่นหอมสะอาดแบบมัสก์จางๆ จากตัวเขาลอยมาแตะจมูกพริ้มเพรา แต่มันไม่ได้ทำให้ความโมโหของเธอเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย
“เพราะความ ‘โง่ๆ’ ของปูนซีเมนต์ที่ผมคำนวณนี่แหละ ที่ทำให้ตึกที่คุณนั่งทำงานอยู่อย่างสุขสบายในตอนนี้ไม่ถล่มลงมาทับหัวคุณ” เขาเว้นจังหวะ สายตาจับจ้องที่ดวงตาของเธออย่างไม่ลดละ “และถ้าคุณยังไม่เลิกยัดเยียดลายเส้นยุ่งเหยิงนั่นลงในพื้นที่ใช้งานจริง ผมว่าเราคงต้องมี ‘การสนทนา’ ที่ยาวกว่านี้แล้วล่ะครับ”
“ไอ้คนหลงตัวเอง!” พริ้มเพราสบถเบาๆ ก่อนจะกระแทกตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความหัวเสีย
“เอ่อ... พี่อาคเนย์ครับ พี่พริ้มครับ” พีทที่นั่งอยู่หัวโต๊ะรีบแทรกตัวขึ้นมาทำหน้าที่กาวใจจำเป็น “คือว่า... กาแฟไหมครับ? เดี๋ยวผมไปซื้อมาให้ จะได้เย็นลงทั้งคู่ ดีไหมครับ?”
“ไม่ต้อง!” ทั้งสองคนประสานเสียงตอบพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย ก่อนจะหันมามองหน้ากันด้วยสายตาที่พร้อมจะปะทุสงครามโลกครั้งที่สาม
บรรยากาศในห้องตึงเครียดเสียจนพีทได้แต่ยกมือยอมแพ้ พริ้มเพราสะบัดหน้าหนีไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดไฟล์งานค้างไว้ เธอไม่ได้เกลียดงานสถาปัตย์หรอกนะ แต่เธอเกลียดท่าทาง ‘เหนือกว่า’ ของอาคเนย์ที่สุด ความเนี๊ยบที่เหมือนถูกโปรแกรมมาให้สมบูรณ์แบบในทุกตารางนิ้วนั่นมันทำให้คนอย่างเธอหงุดหงิดใจจนอยากจะเขวี้ยงเมาส์ใส่หน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่าในวินาทีที่เธอหันกลับมาจะเถียงต่อ สายตาเธอกลับปะทะเข้ากับรอยยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยของอาคเนย์ มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะ... ‘สนุก’
*สนุกที่ได้แกล้งเธอเนี่ยนะ?*
“โอเคครับ ถ้าคุณคิดว่างานของผมมันขัดขวางจินตนาการศิลปินของคุณขนาดนั้น” อาคเนย์ผ่อนลมหายใจ พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนลงกว่าตอนแรกเล็กน้อย แต่มันยังคงความกวนประสาทไว้ได้ครบถ้วน “งั้นเรามาทำข้อตกลงกัน”
“ข้อตกลงอะไร?” พริ้มเพราหรี่ตามองอย่างระแวง
“คืนนี้... ที่ห้องทำงานผม เราจะมานั่งแก้จุดนี้กันให้จบ ถ้าคุณทำให้ผมเชื่อได้ว่างานกราฟิกของคุณมันเข้ากับโครงสร้างผมได้ ผมจะยอมตามใจคุณทุกอย่าง”
“ทุกอย่าง?”
“ใช่ครับ ทุกอย่าง” อาคเนย์เน้นคำ พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เก้าอี้ของเธอ “แต่ถ้าทำไม่ได้... คุณต้องยอมทำตามคำสั่งผมหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ห้ามโวย ห้ามบ่น ห้ามเถียง”
พริ้มเพราขบเม้มริมฝีปากแน่น ศักดิ์ศรีของกราฟิกดีไซน์เนอร์สาวไฟแรงมันค้ำคออยู่ เธอไม่มีทางแพ้ผู้ชายที่เอาแต่ก้มหน้าอยู่กับแปลนบ้านหรอก!
“ตกลงค่ะ!” เธอตอบเสียงดังฟังชัด “เตรียมตัวยอมแพ้ไว้ได้เลย คุณอาคเนย์”
อาคเนย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ห่างจากข้างหูของเธอเพียงไม่กี่นิ้ว ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้ใจของพริ้มเพราเต้นผิดจังหวะ
“งั้นเจอกันตอนสองทุ่มนะครับ... อย่าสายล่ะ เพราะผมเกลียดคนไม่ตรงเวลาที่สุด”
เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้พริ้มเพรานั่งตัวแข็งทื่ออยู่คนเดียว พีทที่แอบดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ถึงกับหลุดขำออกมา
“อะไรของเขาน่ะ! พีท! เขาไปกินรังแตนที่ไหนมา!” พริ้มเพราหันไปโวยวายใส่พีททันทีที่อาคเนย์ลับสายตา
“โห พี่พริ้ม... ผมว่างานนี้มีอะไรมากกว่าแค่เรื่องงานแล้วล่ะครับ” พีททำหน้ากรุ้มกริ่ม “ปกติพี่อาคเนย์ไม่เคยชวนใครไปอยู่ห้องทำงานสองต่อสองตอนกลางคืนแบบนี้หรอกนะ นี่มันสัญญาณอันตราย... หรือสัญญาณความรักกันแน่ครับเนี่ย?”
“รักบ้าอะไร! นั่นมันศัตรูหมายเลขหนึ่งของฉัน!”
พริ้มเพราสบถ แต่ในใจกลับเต้นรัวอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงทุ้มๆ ของเขายังคงวนเวียนอยู่ข้างหูไม่ยอมหายไปไหน นี่มันบ้าชัดๆ เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่รู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเพียงเพราะคำพูดท้าทายไร้สาระนั่น
ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาพยายามทำใจให้สงบ เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตของบริษัทก็ดังขึ้น พริ้มเพรากดดูด้วยความรำคาญใจ แต่เมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง หัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น
*[Arkhanee_Arch: ผมลืมบอกไป... ที่ห้องทำงานผมมีคุกกี้ที่อร่อยที่สุดในโลกเตรียมไว้ให้ด้วย หวังว่าจะชอบนะครับ ยัยกราฟิกจอมโวย]*
ข้อความถูกส่งมาพร้อมกับสติกเกอร์รูปสถาปนิกตัวน้อยที่ยิ้มกวนประสาทจนน่าหมั่นไส้
พริ้มเพราเม้มปากแน่น ความรู้สึกสับสนตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด แต่ลึกๆ แล้วเธอกลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เธอรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความโมโห
*[Prim_Graphic: ใครจะไปกินคุกกี้ของคุณ! ฝันไปเถอะ!]*
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะกดส่ง เธอกลับเหลือบไปเห็น ‘บางอย่าง’ ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของอาคเนย์ที่ลืมปิดทิ้งไว้บนโต๊ะประชุม เมื่อครู่นี้... มันคือภาพร่างโครงสร้างตึกที่ถูกตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิกที่เธอเพิ่งนำเสนอไปเมื่อเช้า!
เขากำลังทำอะไรกันแน่? ในขณะที่ปากบอกว่างานของเธอ ‘ไม่ได้เรื่อง’ แต่เขากลับเป็นคนลงมือแก้ไขมันด้วยตัวเองอยู่อย่างนั้นหรือ?
สายลมแผ่วเบาหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะมีความสุขกับการติดตามความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายในครั้งนี้นะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกคือยัยกราฟิกจอมโวย•ตอนที่ 1
ยินดีที่ได้รู้จัก (เหรอ?)
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกคือยัยกราฟิกจอมโวย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
