“คุณอาคเนย์! นี่มันสีอะไรคะ... เอ้ย! นี่มันสีอะไรครับคุณถึงได้กล้าเอามาแก้ไฟล์งานของผมแบบไม่บอกกล่าว!”
เสียงโวยวายของพริ้มเพราดังลั่นไปถึงแผนกบัญชีที่อยู่ถัดไปอีกสามห้อง เธอพุ่งตัวเข้ามาในโซนโต๊ะทำงานของฝ่ายสถาปนิกด้วยท่าทางเหมือนพายุทอร์นาโดที่กำลังกางกรงเล็บ พร้อมกับแท็บเล็ตที่เปิดไฟล์งาน ‘Museum Modern Project’ ค้างไว้บนหน้าจอ
อาคเนย์ที่กำลังใช้สมาธิร่างแบบโครงสร้างตึกด้วยดินสอไม้แท่งถนัดมือ ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนเก้าอี้หมุนกลับมาเผชิญหน้ากับต้นเสียง เขาไม่ได้ดูตกใจเลยสักนิด กลับกัน... เขากลับดูเหมือนกำลังนั่งชมโชว์ตลกคาเฟ่ที่เขาจ้างมาเองด้วยซ้ำ
“ใจเย็นครับพริ้มเพรา... ผมว่าโทนสี ‘Deep Ocean Blue’ มันเข้ากับคอนเซปต์ ‘ความเงียบงันของอดีต’ ที่คุณพยายามจะสื่อมากกว่าสีฟ้าสดใสเหมือนท้องฟ้าหน้าฝนที่คุณเลือกไว้ตั้งเยอะ”
อาคเนย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่นิ่งสนิท เขาวางดินสอลงบนโต๊ะเนี๊ยบกริบ แล้วประสานมือไว้ใต้คาง สายตาที่จ้องมองเธอนั้นมีความกวนประสาทซ่อนอยู่ภายใต้แว่นกรอบบางที่ทำให้ดูเป็นหนุ่มเนี๊ยบจนน่าหมั่นไส้
“นั่นมันสีฟ้ามงคลประจำวันเกิดผมนะ! เอ้ย ไม่ใช่! มันคือสีที่ลูกค้าบรีฟว่าต้องการความ ‘สดใสแต่ลุ่มลึก’ ต่างหาก!” พริ้มเพราเถียงกลับทันควัน ใบหน้าของเธอเริ่มแดงระเรื่อด้วยความโมโห มือไม้สั่นไปหมด “คุณนี่มัน... ทำตัวเป็นมาสเตอร์มายด์ของออฟฟิศหรือไง? งานผม ผมออกแบบมาตั้งสามวัน คุณแก้ด้วยการลากเมาส์แค่ไม่กี่ทีเนี่ยนะ?”
“สามวัน?” อาคเนย์เลิกคิ้วกวนๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความต่างของส่วนสูงทำให้พริ้มเพราต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเสียเปรียบ “แล้วไอ้สามวันที่ว่านั่น คุณได้นอนบ้างหรือเปล่าครับ หรือเอาแต่กดฟิลเตอร์จนสีมันเพี้ยนไปหมดแบบนี้?”
“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะคุณสถาปนิกจอมเนี๊ยบ! งานดีไซน์มันคือศิลปะ ไม่ใช่การคำนวณโครงสร้างตึกของคุณที่จะต้องเป๊ะทุกองศา!”
“ถ้าเป๊ะแล้วมันสวย คุณก็น่าจะยอมรับนะครับ หรือว่า...” อาคเนย์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ลดน้อยลงทำให้พริ้มเพราเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว “คุณแค่เสียหน้า ที่คนอย่างผม... ซึ่งคุณมองว่าวันๆ สนใจแต่เหล็กกับปูน ดันมีความเข้าใจเรื่องคู่สีมากกว่าคุณ?”
บรรยากาศในออฟฟิศเริ่มตึงเครียดจนพีทที่แอบดูอยู่หลังตู้เอกสารต้องรีบพุ่งตัวเข้ามาแทรกกลาง
“โอ๊ย! เจ้านายครับ ใจเย็นๆ! พี่พริ้มครับ... กาแฟไหมครับ? เดี๋ยวผมชงให้” พีทพยายามจะฉุดแขนพริ้มเพราออกไป แต่เธอกลับปัดออกเหมือนรำคาญ “ไม่! วันนี้ต้องเคลียร์! ถ้าจะแก้ขนาดนี้ ครั้งหน้าไม่ต้องให้กราฟิกทำครับ คุณก็ทำไปคนเดียวเลย จะเอาตึกกี่ชั้น สีอะไร ตามใจคุณเลย!”
พริ้มเพราสะบัดหน้าหนี เตรียมจะเดินกลับโซนของตัวเอง แต่เสียงเรียบๆ ของอาคเนย์กลับทำให้ฝีเท้าเธอหยุดชะงัก
“งานที่ผมแก้... ผมทำตอนตีสาม หลังจากเห็นคุณฟุบหลับคาโต๊ะ”
พริ้มเพราหันกลับมามองเขาด้วยความงุนงง “คุณ... พูดว่าอะไรนะ?”
“ผมบอกว่า ผมแก้งานให้คุณ เพราะผมไม่อยากให้ลูกค้าตีกลับงานนี้จนคุณต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งเหมือนคราวโปรเจกต์โรงแรมริมน้ำไงครับ” อาคเนย์หยิบแท็บเล็ตจากมือเธอไป แล้วกดดูเลเยอร์ที่เขาแอบไปปรับแก้ไว้ มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสี แต่มันคือการปรับความอิ่มตัว (Saturation) ที่ทำให้ภาพดูมีมิติราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารสถาปัตยกรรมระดับโลก “ผมไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นหรอกนะ... พริ้มเพรา”
หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะ เธออ้าปากค้าง จะโวยวายต่อก็ทำไม่ออก จะเดินหนีก็ดูใจดำเกินไป นี่เขากำลังเล่นเกมอะไรกันแน่? ปากบอกว่างานเธอ ‘ไม่ได้เรื่อง’ แต่กลับเป็นคนที่แอบเฝ้างานให้เธอในยามวิกาลเนี่ยนะ?
“สรุปจะเอาสีนี้ หรือจะให้ผมแก้กลับไปเป็นสีฟ้าสดใสแบบ ‘กราฟชีวิตตกต่ำ’ ของคุณล่ะครับ?” เขาถามยิ้มๆ พลางส่งแท็บเล็ตคืนให้เธอ
พริ้มเพราคว้าแท็บเล็ตมาถือไว้แน่น ความโกรธหายไปหมดเหลือเพียงความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก เธอตัดสินใจไม่ได้เลยว่าควรจะเกลียดผู้ชายคนนี้ หรือควรจะขอบคุณเขาดี
ในจังหวะที่ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน พีทที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ร้องอุทานขึ้นมาเบาๆ เมื่อเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ของอาคเนย์ที่ลืมปิดหน้าต่างแชทค้างไว้
‘ฝากบอกยัยกราฟิกจอมโวยด้วยว่า งานนี้ผมภูมิใจที่ได้แก้งานให้เขา... อย่าให้เขารู้ล่ะว่าผมแอบแวะมาดูเขาทุกชั่วโมง’
นั่นคือข้อความที่อาคเนย์พิมพ์ทิ้งไว้ให้เพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่ง พริ้มเพราอ่านมันผ่านหน้าจอที่สะท้อนมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอาคเนย์ที่กำลังจัดเนคไทด้วยท่าทางนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธอทำตัวไม่ถูก ได้แต่กัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด “คุณ... คุณอาคเนย์...”
อาคเนย์หันมาสบตาเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความอ่อนโยนที่ชวนให้ใจสั่น “ว่ายังไงครับ? จะแก้สี หรือจะยอมรับว่าเราสองคน... ทำงานเข้าขากันได้ดีกว่าที่คิด?”
ก่อนที่พริ้มเพราจะทันได้ตอบ เสียงเตือนจากอีเมลในเครื่องพีทก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทุกสายตาในออฟฟิศต่างจับจ้องมาที่จอโปรเจกเตอร์กลางห้อง เพราะอีเมลฉบับนั้นมาจากลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัทที่เพิ่งเห็นไฟล์งานล่าสุดที่อาคเนย์ส่งไป
“คุณอาคเนย์ครับ... ลูกค้าตอบกลับมาแล้วครับ” พีทหน้าซีดเผือด “เขาบอกว่า ‘ดีไซน์นี้... คือสิ่งที่รอคอยมาตลอด แต่มีคำถามเดียวคือ ใครเป็นคนเลือกสีนี้?’ ”
อาคเนย์ขยับยิ้มที่มุมปาก แล้วก้าวเข้ามายืนข้างๆ พริ้มเพรา ก่อนจะกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงที่เบาจนได้ยินกันแค่สองคน
“ตอบไปสิครับ... ว่ากราฟิกจอมโวยเป็นคนเลือก”
สายลมแผ่วเบาหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับความสัมพันธ์ที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านไปอีกระดับในตอนหน้านะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกคือยัยกราฟิกจอมโวย•ตอนที่ 2
กราฟิกหรือกราฟชีวิต
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกคือยัยกราฟิกจอมโวย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
