โลหิตสีดำคล้ำหยดติ๋ๆ ลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ เสียงรองเท้าหนังบดขยี้กระดูกซี่โครงดังกร๊อบ สะท้อนก้องกังวานในโถงทดสอบยุทธภพตระกูลลู่
"เจ้าสวะลู่เฉิน... ยังมีความกล้าที่จะเอ่ยปากท้าทายคุณชายรองอีกหรือ?"
เสียงเยาะเย้ยถากถางดังขึ้นพร้อมกับแรงเตะอันทารุณที่เสยเข้าที่คางของร่างไร้เรียี่ยวแรง ร่างของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีลอยกระเด็นไปกระแทกกับเสาหินศิลาอัคคีจนกระอักเลือดคำโตออกมา ความเจ็บปวดรวดร้าวรากับร่างกายถูกฉีกทึ้งเป็นพันๆ ชิ้นแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน แต่นัยน์ตาที่ควรจะหม่นแสงด้วยความสิ้นหวังกลับเบิกกว้างขึ้นอย่างช้าๆ
ความมืดมิดอันยาวนานนับหมื่นลี้ในห้วงนิทราแห่งความตายถูกฉีกกระชากด้วยสายฟ้าแห่งความทรงจำ...
*ข้าคือลู่เฉิน... มหาเทพกระบี่ผู้เหยียบย่างแดนเซียน บรรลุวิถีมรรคานิรันดร์!*
*ไฉนจึงมานอนรอความตายอยู่ในร่างของศิษย์สายรองผู้ไร้ค่าผู้นี้เล่า?*
ภาพเหตุการณ์บนยอดเขาบรรจบสวรรค์ในแดนเซียนเมื่อสามวันก่อนผุดพรายขึ้นในห้วงสมอง ภาพของสหายสนิทผู้ร่วมเป็นร่วมตายและผู้อาวุโสแปดสำนักใหญ่ที่รุมล้อมแทงกระบี่ทะลวงหัวใจของเขา ทรยศหักหลังเพื่อแย่งชิง "คัมภีร์กระบี่ไร้ลักษณ์" และดวงจิตแห่งมหาเทพกระบี่ รอยยิ้มอันเสแสร้งและคำพูดที่เต็มไปด้วยความโลภยังคงฝังแน่นอยู่ในก้นบึ้งวิญญาณ
*พวกมันคิดว่าข้าดับสูญสลายสิ้นแล้ว... แต่สวรรค์ช่างตลกยิ่งนัก ดันส่งวิญญาณของข้าให้กลับมาจุติในร่างของเด็กหนุ่มตระกูลสาขาผู้มีเส้นชีพจรพิการ ร่างกายอ่อนแอราวกับมดปลวกผู้นี้!*
"ลุกขึ้นมาสิไอ้สวะ! ไหนลองใช้ 'วิชาเพลงกระบี่ตระกูลลู่' ที่แกอวดอ้างนักหนาให้ข้าดูหน่อยซิ!" ลู่หาน บุตรชายสายตรงผู้มีขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นเจ็ด หัวเราะลั่นด้วยความสะใจ เงื้อเท้าขึ้นสูงหมายจะกระทืบลงบนใบหน้าของร่างที่นอนหายใจรวยรินบนพื้น
ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของผู้คนที่ยืนล้อมรอบ ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อยว่า อุณหภูมิภายในโถงทดสอบอัคคีกลับลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ราวกับสายลมหนาวยะเยือกจากขุมนรกได้พัดผ่านเข้ามา อาการสั่นเทาไม่ได้เกิดจากความหนาวเหนียว แต่มาจากจิตสังหารอันบริสุทธิ์ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างที่ใกล้ตายนั้น!
ดวงตาที่เคยขุ่นมัวของลู่เฉินค่อยๆ เงยขึ้นจ้องมองไปยังลู่หาน นัยน์ตาทั้งสองข้างไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวหรือเจ็บปวดแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับล้ำลึก ดำมืด และเยือกเย็นดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรหมื่นปี เป็นสายตาที่มองสรรพชีวิตราวกับธุลีดิน เป็นสายตาของราชาผู้กลับมาทวงบัลลังก์!
ลู่หานที่ก้าวเข้าไปใกล้ถึงกับชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกกดดันประหลาดพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจจนลมปราณในกายปั่นป่วน ราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่เบื้องหน้าอสูรร้ายโบราณที่พร้อมจะกลืนกินเขาได้ในพริบตา
"เจ้า... สายตาของแก..." ลู่หานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามสะบัดความหวาดกลัวไร้ที่มานี้ทิ้งไป แล้วเงื้อเท้าฟาดลงมาด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี "ตายซะเถอะ!"
*ฉับพลันนั้นเอง!*
เวลาในโถงทดสอบราวกับถูกหยุดนิ่ง ลู่เฉินขยับตัวด้วยความเร็วที่เหนือสามัญสำนึก แม้กระดูกทั่วร่างจะแตกละเอียดและเส้นชีพจรจะเสียหายอย่างหนักหน่วง แต่วิถีลมปราณและจิตวิญญาณระดับมหาเทพกระบี่หาใช่สิ่งที่ปุถุชนจะเข้าใจได้ มือเรียวยาวที่อาบไปด้วยคราบเลือดเอื้อมออกไปคว้าข้อเท้าของลู่หานเอาไว้ได้อย่างแม่นยำราوกับจับใบไม้ร่วง
*กร๊อบ!*
เสียงกระดูกข้อเท้าแตกละเอียดดังลั่นประสานไปกับเสียงกรีดร้องโหยหวนจนแทบทะลุแก้วหู ลู่หานเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความเจ็บปวดแสนสาหัสวิ่งพล่านขึ้นสู่สมองก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกเหวี่ยงกระแทกพื้นหินอย่างไม่ใยดี ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ผู้คนนับสิบชีวิตในโถงต่างอ้าปากค้าง แข็งทื่อเป็นหินด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เหตุการณ์พลิกผันเร็วยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ ศิษย์สวะที่ควรจะตายคาเท้า กลับกลายเป็นผู้ใช้มือเดียวหักกระดูกคุณชายรองตระกูลลู่ได้อย่างง่ายดาย!
ลู่เฉินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าการก้าวเดินสง่างามและเย่อหยิ่งราวกับพญาอินทรีผงาดฟ้า แม้เสื้อผ้าจะขาดวิ่นและอาบชุ่มด้วยเลือดสดๆ แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของเขากลับทำให้ผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงทุกคนต้องถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว
เขาก้มมองฝ่ามือของตนเอง แววตาทอประกายแสงสีฟ้าครามจางๆ โคจรพลังลมปราณเริ่มต้นชำระล้างเส้นชีพจรที่อุดตันในร่างทันที เสียงคำรามดังก้องในห้วงสมองพร้อมกับขอบเขตพลังที่เริ่มทะยานพุ่งขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด
*ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่หนึ่ง... ขั้นที่สาม... ขั้นที่ห้า!*
ความเร็วในการเลื่อนระดับพลังน่ากลัวเสียจนขัดหลักสัจธรรมฟ้าดิน ทว่าสำหรับอดีตมหาเทพกระบี่ผู้เคยเหยียบย่นขอบเขตเซียน นี่ไม่ใช่การฝึกฝนใหม่ แต่มันคือการ "ตื่นรู้" และดึงเอาพลังเก่าที่ตกค้างอยู่ในจิตวิญญาณกลับคืนมาต่างหาก!
"พวกสวะ... กล้าดียังไงมาเหยียบย่ำร่างของข้า?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยออกมาเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องกังวานในจิตใจของทุกคน ราวกับเสียงประกาศิตจากสวรรค์ชั้นเก้า ลู่เฉินสะบัดมือขวาเบาๆ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์นับสิบคายพิษสงออกมาจากปลายนิ้ว ก่อตัวเป็นระลอกคลื่นพลังคมกริบที่พร้อมจะตัดหัวคนนับร้อยได้ในคราเดียว
ทว่า ในวินาทีที่ลู่เฉินกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปสะสางบัญชีแค้นกับพวกมดปลวกเบื้องหน้า บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา
กลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่คุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใดลอยละลิ่วเข้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์สวรรค์ ท้องฟ้าเหนือโถงตระกูลลู่ถูกย้อมด้วยแสงสีเงินยวดยิ่งยวด และณ ใจกลางลานประลองที่พายุหิมะโปรยปรายลงมาอย่างไร้ที่มา ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาก็ก้าวออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยว นางถือกระบี่เหมันต์สวรรค์ไว้ในมือ ใบหน้างดงามล้ำเลิศแต่เย็นชาดุจน้ำแข็งไร้ความรู้สึก นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองผู้คนในโถงก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของลู่เฉิน
นางเซียนผู้ไม่เคยชายตามองผู้ใดในใต้หล้า... ไป๋จิงซู กลับปรากฏกายขึ้น ณ ดินแดนรกร้างแห่งนี้ด้วยตัวนางเอง!
ดวงตาสفرของนางสั่นไหวเล็กน้อยยามประสานสายตากับเขา ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำเอาทุกคนในตระกูลลู่ต้องหยุดหายใจ
"ข้าตามหาท่านพบแล้ว... ศิษย์พี่"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้า ขอบคุณจากใจจริงครับ
สยบจอมกระบี่ข้ามภพ•ตอนที่ 1
สายัณห์วิญญาณสลาย
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมกระบี่ข้ามภพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!