ความตายไม่เคยส่งเสียงเตือนล่วงหน้า มันมาเยือนดั่งสายลมที่ไร้ร่องรอย ทว่าในยามนี้ สายลมเหล่านั้นกลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นจนแทบสำลัก
เบื้องหน้าของไป๋หลาง ค่ายกลโลหิตหมื่นศพกำลังแผดเสียงคำรามกึกก้อง ท้องฟ้าเหนือหุบเขามารทมิฬถูกย้อมด้วยสีแดงฉานดั่งโลหิตสดๆ มวลหมู่มารนับร้อยชีวิตจากสำนักมารอัคคีโลหิตต่างยืนเรียงรายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมและกระหายเลือด พวกมันคิดว่าการนำเอาศቀยภาพของผู้อาวุโสระดับสูงมาผนึกกำลัง จะสามารถบดขยี้เด็กหนุ่มผู้บังอาจท้าทายอำนาจมืดให้แหลกเป็นจุลได้ในพริบตา
"ไป๋หลาง! วันนี้คือวันตายของเจ้า ต่อให้เจ้ามีวิชากระบี่เทวะมาจากไหน ก็มิอาจรอดพ้นจากค่ายกลกลืนวิญญาณนี้ไปได้!"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันของผู้อาวุโสพรรคพวกมารดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา แรงกดดันจากพลังปราณสายสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า บีแอดบรรยากาศรอบด้านจนบิดเบี้ยว ทว่าไป๋หลางกลับยืนตระหง่านนิ่งสงบดั่งขุนเขา ร่างกายของเขาสะท้อนรัศมีสีครามจางๆ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์ทอดมองไปยังเบื้องหน้า เขารู้ดีว่าความเมตตาต่อเหล่ามารร้าย คือความโหดร้ายต่อผู้บริสุทธิ์ในยุทธภพ
ณ มุมหนึ่งบนหน้าผาสูงชัน ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายกำลังยืนสงบนิ่ง มู่หรงเสวี่ยทอดสายตามองบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจของนาง แม้ใบหน้างามล้ำจะยังคงความเย็นชาตามวิสัยนางเซียนผู้สูงส่ง ทว่าปลายนิ้วเรียวงามที่กำด้ามกระบี่วิเศษไว้แน่นกลับสั่นระริกเล็กน้อย นางมิได้เป็นห่วงว่าเขาจะพ่ายแพ้ แต่นางรู้ซึ้งถึง "วิถีกระบี่ไร้ปรานี" ที่เขากำลังจะปลดปล่อยออกมา—วิชาที่จะล้างผลาญชีวิตและตัดขาดทุกสรรพสิ่ง
*ลุยเลย... พิสูจน์ให้สวรรค์เห็นว่าวิถีกระบี่ของเราหาได้ก้มหัวให้ผู้ใดไม่* ไป๋หลางรำพึงในใจ
ชั่วพริบตานั้นเอง ฝ่ามือที่กุมด้ามกระบี่เหล็กนิลก็กระชับแน่นขึ้น เสียงโลหิตในกายไหลเวียนดั่งเสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่ง ปราณกระบี่บริสุทธิ์ทะลักทะลายออกจากจุดตันTian (ตันเถียน) พุ่งทะยานทะลุชั้นฟ้าจนเมฆหมอกสีดำสลายกลายเป็นจุล
เขาก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว!
พื้นดินเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นรอยแยกลึกนับร้อยวา แรงสะเทือนทำให้เหล่ามารนับร้อยที่กำลังตั้งกระบวนท่าถึงกับหน้าถอดสี ความฮึกเหิมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ เมื่อพวกมันสัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในรูปแบบของแสงประกายกระบี่สีเงินยวง
"หนึ่งกระบี่... สยบฟ้าดิน"
เสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปากของไป๋หลาง มันมิใช่เสียงตะโกนก้อง แต่มันคือประกาศิตจากเทพยดาผู้ทรงอำนาจ
ฉับพลันนั้น ร่างของไป๋หลางก็เลือนหายไปจากจุดเดิม กลายเป็นเงาสีขาวที่พาดผ่านห้วงอากาศด้วยความเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ ประกายกระบี่เพียงสายเดียวถูกชักออกจากฝัก... ชั่วลมหายใจเดียวที่สั้นยิ่งกว่ากระพริบตา ทว่ากลับกว้างใหญ่ไพศาลราวกับดึงเอาดาราจักรทั้งมวลมาเป็นพลังขับเคลื่อน
แคว่ก!
เสียงแหวกอากาศแหลมคมบาดลึกถึงจิตวิญญาณ แสงกระบี่สีเงินสว่างวาบขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วดับลง ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมหุบเขามารทมิฬในทันที เหล่ามารนับร้อยชีวิตที่เคยยืนหยัดขวางทางต่างแข็งค้างราวกับรูปปั้น ร่างกายของพวกมันยังคงตั้งท่าเตรียมจู่โจม ทว่าดวงตากลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีเลือดพุ่งกระฉูดในทันทีทันใด มีเพียงสายลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านร่างของพวกมันไป
แปะ... แปะ... แปะ...
เสียงหยดน้ำกระทบพื้นดังขึ้นเป็นจังหวะ ทว่ามันไม่ใช่หยดน้ำฝน หากแต่เป็นโลหิตสีแดงฉานที่ไหลรินออกจากรอยตัดบางเฉียบบริเวณลำคอของผู้อาวุโสและเหล่าสมุนมารนับร้อยชีวิตพร้อมเพรียงกัน ร่างกายของพวกมันถูกตัดขาดออกเป็นสองท่อนในพริบตาเดียวด้วยอานุภาพกระบี่ที่รวดเร็วและเด็ดขาดจนแม้แต่ความเจ็บปวดก็ยังวิ่งตามมาไม่ทัน
โครม!
ร่างนับร้อยทรุดฮวบลงกองกับพื้นพร้อมๆ กันอย่างไร้ชีวิต วิญญาณของพวกมันถูกทำลายสิ้นโดยปราณกระบี่อันบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งโอกาสที่จะได้ร่ำร้องหรือแม้แต่จะใช้เคล็ดวิชาหนีตาย
ไป๋หลางยืนสงบนิ่งอยู่ที่เบื้องหลังซากศพเหล่านั้น ปลายกระบี่ยังคงหยาดหยดด้วยโลหิตสีแดงสดเพียงหยดเดียว ก่อนที่เขาจะสะบัดข้อมือเบาๆ เก็บกระบี่เข้าฝักอย่างนุ่มนวล ท่าทีของเขาราบเรียบราวกับเมื่อครู่มิได้เพิ่งสังหารผู้คนไปนับร้อย หากแต่เป็นเพียงการปัดกวาดใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นบนพื้นดินเท่านั้น
บนหน้าผาเบื้องบน มู่หรงเสวี่ยผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา มุมปากงามประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้เติบโตขึ้นอีกก้าวแล้ว ก้าวที่เข้าใกล้จุดสูงสุดของวิถียุทธภพอย่างแท้จริง
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะคืนสู่หุบเขา แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นยิ่งกว่าเดิม เสียงคำรามต่ำๆ ราวกับเสียงกู่ร้องของอสูรบรรพกาลดังขึ้นมาจากก้นบึ้งของหุบเหวที่ลึกที่สุด หมอกควันสีดำสนิทพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง พร้อมกับแรงกดดันระดับขอบเขตบรรพกาลที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าผู้อาวุโสสำนักมารนับร้อยรวมกันเสียอีก
ร่างเงาสลัวร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่เสียดแทงแก้วหูจนไป๋หลางต้องหรี่ตาลง
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นวิชากระบี่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก สมแล้วที่เป็นทายาทแห่งผู้ทรยศ... แต่ทว่า น่าเสียดายนักที่เจ้าเพิ่งจะทำลาย ‘ร่างอวตาร’ ของข้าเล่นไปเพียงเท่านั้นเอง..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่และส่งกำลังใจให้มหากาพย์บทนี้มาโดยตลอดนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์•ตอนที่ 39
กวาดล้างเหล่ามารในดาบเดียว
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์สวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!