หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 4

ความว่างเปล่าในคฤหาสน์หลังใหญ่

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
แก้วกาแฟคริสตัลราคาแพงระยับร่วงหล่นกระทบพื้นหินอ่อนจนแตกละเอียด น้ำสีดำสนิทกระเซ็นเปรอะเปื้อนปลายรองเท้าหนังขัดมันวาววับ แต่เจ้าของร่างสูงสง่ากลับไม่แม้แต่จะก้มลงมองความเสียหายนั้น ดวงตาคมกราบดุจเหยี่ยวของภาณุเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยสะท้านต่อวิกฤตการณ์มูลค่าหลักพันล้าน กลับติดขัดอยู่ที่ลำคอราวกับมีใครเอาสำลีแห้งๆ มายัดไว้ "แก...พูดว่าอะไรนะ" น้ำเสียงที่เคยทรงอำนาจและราบเรียบเยือกเย็น บัดนี้กลับแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เลขาคนสนิทกลืนน้ำลายอึกใหญ่จนลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างน่าเวทนา เอกสารในมือสั่นเทาราวกับต้องกระแสไฟฟ้าแรงสูง "ผลตรวจสุขภาพประจำปีของคุณพิมพ์เมื่อเดือนก่อน... ทางโรงพยาบาลเพิ่งส่งแฟกซ์ด่วนมาคอนเฟิร์มครับ... เอ๊ย! ค่ะ! ทางโรงพยาบาลยืนยันว่าคุณพิมพ์ตั้งครรภ์อ่อนๆ ก่อนจะหายตัวไป และจากค่าฮอร์โมน... เป็น 'ลูกแฝด' ค่ะนาย!" ลูกแฝด... คำนี้ดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของภาณุซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับมีค้อนเหล็กปอนด์ใหญ่กระหน่ำทุบลงกลางศีรษะจนสมองขาวโพลน คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงาจนน่าอึดอัด บัดนี้กลับเงียบสงัดยิ่งกว่าเดิม เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรำด้วยความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพความทรงจำเมื่อไม่กี่วันก่อนย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ภาพที่พิมพ์มาดาอดีตภรรยาผู้เงียบขรึมและยอมก้มหัวให้เขามาตลอด ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลแผ่นนั้นให้ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งประกายแสง เธอยอมเซ็นชื่อลงไปอย่างไร้เยื่อใย ไม่ร้องขอ ไม่ต่อรอง และไม่แม้แต่จะเรียกร้องเงินทองติดปลายนวมสักบาทเดียว เขากอดความเย่อหยิ่งและทิฐิเอาไว้แน่นในวินาทีนั้น คิดเข้าข้างตัวเองอย่างโง่เขลาว่า ผู้หญิงที่เคยวิ่งตามเขาต้อยๆ อย่างเธอ เดี๋ยวคงวิ่งหนีไปตั้งหลักสักพัก แล้วสุดท้ายก็ต้องซมซานกลับมาคลานเข่าขอความเมตตาจากเขาเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง แต่ไม่ใช่... เธไม่ได้หนีไปเพื่อประชด เธอหนีไปพร้อมกับเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา... ไม่ใช่คนเดียว แต่เป็นถึงสองคน! "คุณพิมพ์... เธออยู่ที่ไหน" ภาณุกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าอุ้งมือ "เอ่อ... ทางเรากำลังเช็กพิกัดจากสัญญาณโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายอยู่ค่ะนาย แต่ดูเหมือนว่า... คุณพิมพ์จะปิดเครื่องทุกระบบ และเปลี่ยนรถกลางทาง ทำให้การแกะรอยค่อนข้างยาก..." "หาให้เจอ!" ภาณุตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดจนแจกันดอกไม้บนโต๊ะทำงานสั่นสะเทือน "ต่อให้พลิกแผ่นดินหา หรือต้องซื้อโรงพยาบาลทั้งเครือเพื่อขุดคุ้ยประวัติ ฉันต้องรู้ว่าเมียฉันอยู่ที่ไหน!" ลูกเลขารีบโค้งตัวรับคำแล้วถอยหลังกรูดออกจากห้องทำงานส่วนตัวทันที ทิ้งให้ประธานหนุ่มยืนอยู่ท่ามกลางความอ้างว้างของห้องทำงานกว้างขวางที่บัดนี้มันช่างกว้างใหญ่จนน่ากลัว ภาณุสาวเท้าเดินออกจากห้องทำงาน ขึ้นลิฟต์ส่วนตัวตรงดิ่งไปยังชั้นบนสุดของคฤหาสน์ ซึ่งเป็นโซนห้องนอนใหญ่ที่เขาแทบไม่เคยย่างกรายเข้ามานอนร่วมเตียงกับเธอเลยตลอดสามปีที่แต่งงานกัน ผลักประตูบานคู่เข้ามา กลิ่นอายจางๆ ของดอกไม้ป่าที่คุ้นเคยยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ แต่ตู้เสื้อผ้าฝั่งขวาที่เคยอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าโทนสีอ่อนเรียบง่ายของพิมพ์มาดา กลับว่างเปล่า... โล่งเตียน ราวกับไม่เคยมีผู้หญิงคนนี้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมบ้านมาก่อน บนโต๊ะเครื่องแป้ง มีเพียงกระปุกครีมบำรุงผิวราคาประหยัดที่เขาเคยปรายตามองด้วยความรังเกียจ และกิ๊บติดผมพลาสติกสีดำธรรมดาๆ หนึ่งอันที่เธอคงลืมไว้ ภาณุเดินเข้าไปหยิบกิ๊บอันนั้นขึ้นมาสัมผัส ความเย็นเฉียบของโลหะชิ้นเล็กๆ วิ่งพล่านเข้าสู่ปลายนิ้ว ภาพวันวานที่เขาเคยเอ่ยปากไล่เธอด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนหัวใจ ภาพที่เธอกลืนน้ำตากลับลงคอแล้วเดินก้มหน้าออกจากห้องนี้ไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี ย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ในความเงียบ "พิมพ์... เธอใจร้ายเกินไปแล้วนะ" เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า เขายอมรับ... ว่าเขาเกลียดความอ่อนแอของเธอ เกลียดการแต่งงานที่ถูกผู้ใหญ่คลุมถุงชนจนทำให้เขาพาลลงที่เธอสารพัด แต่เขาไม่เคยคิดจะหย่า... ไม่เคยคิดว่าผู้หญิงที่เคยยอมให้เขาเหยียบย่ำจนจมดิน จะกล้าหาญพอที่จะหันหลังให้เขา แล้วเดินจากไปพร้อมกับลูกในท้อง! ทิฐิที่เคยค้ำคอพังทลายลงไม่เป็นท่า ความเย่อหยิ่งที่เคยสะสมมาทั้งชีวิตถูกความหวาดกลัวเข้ากัดกินจนผุกร่อน ถ้าหากเขาตามเธอกลับมาไม่ได้ล่ะ? ถ้าหากเธอเกลียดเขาจนยอมตายพร้อมลูกในท้อง... เขาจะเอาชีวิตที่เหลืออยู่ไปไว้ที่ไหน? ติ๊ด! เสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตราคาแพงบนโต๊ะทำงานดังขึ้นขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่าน ภาณุหันขวับกลับมาด้วยความหวังอันริบหรี่ เขาก้าวฉับๆ ไปคว้าแท็บเล็ตขึ้นมาดู หน้าจอแสดงผลพิกัดจีพีเอสล่าสุดจากบัตรเครดิตเสริมที่เธอเคยถือ ซึ่งถูกเปิดใช้งาน ณ ร้านขายของเด็กอ่อนแห่งหนึ่งในย่านชานเมืองไฮโซ เมื่อสามสิบนาทีที่แล้ว! มุมปากของประธานหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความกระวนกระวายใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นดุดัน *เจอตัวแล้ว... พิมพ์มาดา* เขายัดแท็บเล็ตใส่กระเป๋าเสื้อสูท คว้ากุญแจรถยนต์ราคาแพงแล้วก้าวสาวเท้ายาวๆ ออกจากห้องนอนทันที โดยไม่สนว่าความมืดมิดยามค่ำคืนจะโรยตัวปกคลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ไร้เงาเจ้าของร่วมอีกต่อไปแล้ว รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานออกจากประตูรั้วคฤหาสน์ด้วยความเร็วสูงราวกับพายุฝนคะนอง ภาณุกำพวงมาลัยแน่น สายตากวาดมองถนนเบื้องหน้าอย่างกระหายหิว เขาตั้งปฏิญาณกับตัวเองไว้แล้ว ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินสอกหา หรือต้องคุกเข่าอ้อนวอนริมฝีปากคู่นั้นสักกี่ครั้ง เขาก็จะไม่มีวันปล่อยให้เธอบินหนีไปจากกรงทองแห่งนี้ได้อีกเด็ดขาด แต่ทว่า... เมื่อเขาขับรถมาถึงร้านขายของเด็กอ่อนตามพิกัดเป๊ะ บรรยากาศภายในร้านกลับเงียบเชียบและปิดไฟมืดสนิทไปแล้ว มีเพียงแสงไฟนีออนจากร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามที่สาดส่องเข้ามา ภาณุขมวดคิ้วด้วยความฉงน เขาจอดรถเทียบฟุตบาทแล้วก้าวลงมา ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสคลุมท้องสีครีมเรียบหรู ที่กำลังยืนอุ้มกระถางต้นไม้มอนสเตอร่าเล็กๆ อยู่หน้าร้านกาแฟสไตล์มินิมอลข้างๆ กัน เส้นผมยาวสลวยที่เคยรวบตึงอย่างไร้ชีวิตชีวา บัดนี้ถูกดัดลอนอ่อนๆ ปล่อยเคลียไหล่บาง ท่าทางของเธอดูมั่นใจ สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยออร่าของหญิงสาวผู้ทรงคุณค่า ไม่หลงเหลือเค้าลางของอดีตภรรยาผู้แสนหม่นหมองคนเดิมเลยแม้แต่น้อย หัวใจของภาณุกระตุกวูบ เขากำลังจะก้าวเข้าไปหาเธอเพื่อกระชากข้อมือเล็กๆ นั้นมาถามให้รู้เรื่อง แต่จังหวะนั้นเอง... เสียงทุ้ม นุ่มนวล และคุ้นเคยของชายหนุ่มอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังของเธอเสียก่อน "คุณพิมพ์ครับ ระวังหน่อยสิครับ เดี๋ยวต้นไม้ก็บาดมือเอาหรอก... ให้ผมถือให้ดีกว่านะครับ" ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทลำลองก้าวเข้าไปหาพิมพ์มาดาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น มือหนายื่นออกไปประคองกระถางต้นไม้ร่วมกับเธออย่างสนิทสนม แถมยังโน้มตัวลงกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างข้างใบหู จนพิมพ์มาดาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างมีความสุข รอยยิ้มนั้น... รอยยิ้มที่เธอไม่เคยส่งให้เขาเลยตลอดสามปีที่อยู่กินกัน! ภาณุชะביกฝีเท้าลงทันที โลกทั้งใบหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ เมื่อผู้ชายคนที่ยืนเคียงข้างอดีตภรรยาของเขาในยามวิกาลเช่นนี้... กลับไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'ธนวินท์' คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญที่คอยจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้เขามาโดยตลอด! แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น... เมื่อเด็กชายฝาแฝดหน้าตาน่ารักน่าชังวัยสี่ขวบสองคน วิ่งดุ๊กดิ๊กออกมาจากร้านกาแฟพร้อมกับถือไอศกรีมคนละแท่ง แล้วโผเข้ากอดขาพิมพ์มาดาพร้อมกับส่งเสียงเรียกคำโตที่ทำให้ภาณุถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นถนน "คุณแม่ครับ! น้าธนวินท์ซื้อไอติมรสช็อกโกแลตให้พวกเราตั้งสองแท่งแน่ะครับ!" เด็กแฝดชายหน้าตาถอดแบบมาจากพิมพ์มาดา... และ... มีโครงหน้าที่ชัดเจนราวกับพิมพ์เดียวกับ 'ตัวเขาเอง' ในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%