กลิ่นหอมเย็นของกาแฟอาราบิก้าชั้นดีลอยวนอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นห้าสิบของตึกระฟ้าใจกลางเมือง แต่มันไม่อาจกลบความอึดอัดที่กดทับจนเกือบหายใจไม่ออกได้เลย
พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนภาพลักษณ์ของนักธุรกิจหญิงผู้เปี่ยมด้วยความมั่นใจ แตกต่างจากผู้หญิงซอมซ่อคนเดิมที่เคยนั่งรอเขาอย่างไร้ค่าเมื่อหลายปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ปลายนิ้วเรียวสวยบรรจงวางเอกสารแผ่นหนึ่งลงบนพื้นผิวโต๊ะกระจกใส เสียงกระดาษกระทบกระจกดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน
"เซ็นชื่อให้ฉันด้วยค่ะ คุณภานุ"
น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความตัดพ้อ อ้อนวอน หรือแม้แต่หยาดน้ำตาที่เคยมีไว้แจกจ่ายให้กับผู้ชายใจร้ายคนนี้ เหลือเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก
ภาณุเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหันมามองสิ่งแปลกปลอมบนโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับอดีตภรรยา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึกอย่างดูแคลน เขานั่งไขว่ห้าง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงท่าทีสบายๆ ราวกับสิ่งที่เธอเพิ่งโยนใส่หน้า เป็นเพียงเรื่องตลกไร้สาระของเด็กอมมือ
"ใบหย่า?" ภาณุทวนคำ เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ยหยันชัดเจน "เธอคิดว่ามุกตลกไร้สาระแบบนี้ จะทำให้ฉันสนใจเธอได้งั้นเหรอ พิมพ์มาดา... เล่นละครตบตาเก่งขึ้นนี่ ไปเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหน ถึงกล้าเอาเอกสารบ้าๆ นี่มาวางไว้บนโต๊ะทำงานของฉัน"
พิมพ์มาดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คมกริบและบาดลึกยิ่งกว่ามีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"ฉันไม่ได้เล่นละครค่ะ และนี่ก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น กรุณาอ่านเนื้อหาให้ละเอียดก่อนจะเซ็นชื่อลงไป เพราะฉันไม่มีเวลามากพอที่จะมาเล่นเกมประสาทเสียกับคุณ"
ความเย่อหยิ่งและถือดีในศักดิ์ศรีของภาณุพุ่งพล่านขึ้นมาทันที เขามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยวิ่งตามก้นเขาอย่างไร้ศักดิ์ศรี วันนี้กลับกล้าใช้สายตาและน้ำเสียงเยMยหยันพูดจากับเขาเช่นนี้ มันช่างน่าขัดหูขัดตาเสียจนเขาอยากจะขยี้ให้แหลกคราบมือ
"หึ! คิดว่าไปชุบตัวที่ต่างประเทศไม่กี่ปีแล้วจะกลายเป็นหงส์ขึ้นมาได้งั้นเหรอ?" ภาณุกระแทกเสียงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงกดดันเธอกลายๆ "จำไม่ได้หรือไงว่าเธอเคยคุกเข่าร้องขอความรักจากฉันแค่ไหน พิมพ์มาดา... ถ้าอยากหย่านักทำไมไม่ไสหัวออกไปมือเปล่าล่ะ ทำไมต้องมาเรียกร้องโน่นนี่นั่น หรือที่จริงแล้ว... เธอก็แค่เรียกร้องความสนใจ เพราะยาพิษที่ชื่อว่า 'ความรัก' ที่เธอมีให้ฉันมันยังสลัดไม่หลุดกันแน่?"
คำพูดดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้น หากเป็นเมื่อก่อนคงกรีดแทะหัวใจของพิมพ์มาดาจนเลือดโชก แต่ในวินาทีนี้ หัวใจของเธอด้านชาและแข็งแกร่งเกินกว่าจะสะเทือนกับคำพูดถ่อยๆ ของผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้แล้ว
"ความรักเหรอคะ?" พิมพ์มาดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้ภาณุถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "คุณเอาสมองส่วนไหนคิดว่าฉันยังเหลือความรู้สึกทุเรศๆ แบบนั้นให้กับคนอย่างคุณอยู่? ตื่นเถอะค่ะคุณภานุ โลกนี้ไม่ได้หมุนรอบตัวคุณ และผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์มาดาคนนี้ ก็ไม่ใช่ของตายที่คุณจะเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อีกต่อไป"
เธอจ้องลึกลงไปในดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่เกรงกลัว ความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดอยู่ในแววตานั้นทำให้ภาณุรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าสิ่งของที่เคยอยู่ในกำมือและเขาสามารถโยนทิ้งขว้างเมื่อไหร่ก็ได้ กำลังบินหนีออกไปไกลเกินกว่าจะเอื้อมคว้า
"เซ็นซะ!" เธอยื่นปากกาหมึกซึมราคาแพงให้เขา "แล้วเราต่างคนต่างไป ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมาข้องแวะกันอีก ชาตินี้... และชาติไหนๆ ก็อย่าได้เจอกันอีกเลยจะดีที่สุด"
ภาณุกัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความโกรธเกรี้ยวตีรวนขึ้นมาในอกราวกับไฟแผดเผา มือหนาคว้าปากราคาแพงมากำไว้แน่นด้วยความหมั่นไส้ เขาอยากจะฉีกกระดาษแผ่นนั้นเป็นชิ้นๆ แล้วโยนใส่หน้าเธอให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า... สัญชาตญาณบางอย่างลึกๆ ในใจกลับบอกเขาว่า หากเขาทำลายมันลงในตอนนี้ เขากำลังจะสูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันหวนคืน
แต่ทิฐิและศักดิ์ศรีค้ำคอมีมากกว่าสำนึกผิด ภาณุแค่นIเสียงลอดไรฟัน "ได้! อยากไปนักใช่ไหม งั้นก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันซะ!"
จังหวะที่ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษแผ่นนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของพิมพ์มาดาก็ดังขึ้นทำลายความตึงเครียด เธอหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว แต่รอยยิ้มอ่อนโยนที่ระบายขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว กลับทำให้หัวใจของภาณุกระตุกวูบอย่างรุนแรง เป็นรอยยิ้มที่ไม่เคยมีให้เขา... ไม่เคยมีเลยสักครั้งตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
"ค่ะ แม่ ทางนี้จัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ... กำลังจะพาเด็กๆ ไปทานไอศกรีมนะคะ"
เสียงหวานเอ่ยตอบปลายสายด้วยน้ำเสียงละมุนละไม ก่อนจะวางสายลง
ภาณุชะงักมือที่กำลังเซ็นชื่อ ดวงตาคมกริบมองอดีตภรรยาด้วยความสงสัยระคนไม่เข้าใจ "เด็กๆ? ใคร?"
พิมพ์มาดาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น เธอโน้มตัวลงหยิบเอกสารที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วขึ้นมาพลิกดูด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น
"ลูกของฉันค่ะ... อ้อ ลืมบอกไป เด็กผู้ชายฝาแฝดวัยสี่ขวบ หน้าตาถอดแบบมาจากใครบางคนแถวนี้จนน่าตกใจเลยล่ะค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์มาดาก็หมุนตัวเดินหันหลังออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ภาณุยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ สมองอื้ออึงราวกับถูกค้อนทุบเข้าอย่างจัง เมื่อภาพของเด็กชายฝาแฝดหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูที่เขาบังเอิญเจอที่สนามบินเมื่อวานนี้ ซ้อนทับขึ้นมาในหัว พร้อมกับคำพูดประโยคสุดท้ายของเธอก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *'หน้าตาถอดแบบมาจากใครบางคนแถวนี้'*
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเริ่มต้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี•ตอนที่ 1
กระดาษแผ่นเดียวกับชีวิตที่พังทลาย
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้าค่ะ คุณอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!