"อาชีพสายซัพพอร์ตใน 'Aethelgard Online' ก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องผลิตขยะเปียกหรอกครับคุณเรย์ หากคุณยังยืนกรานจะใช้ 'กระดาษคาดผมพยากรณ์' และ 'คทาไม้ผุกร่อน' เล่มนั้นเดินเข้าดันเจี้ยนระดับสามดาว ทางเราคงต้องปฏิเสธการลงทะเบียนทีมของคุณอย่างเป็นทางการ"
เสียงหัวเราะเยาะหยันจากหัวหน้ากิลด์จัดหาปาร์ตี้ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของห้องโถงล็อกอินส่วนกลาง แสงไฟนีออนสีฟ้าอมม่วงสะท้อนบนหน้าจอโฮโลแกรมสว่างวาบ เผยให้เห็นรายชื่อสมาชิกทีมที่ถูกตัดออกอย่างไร้เยื่อใย เรย์ยืนนิ่งสงบ สีหน้าของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาแม้แต่น้อย นัยน์ตาสสีดำสนิทคู่นั้นกวาดมองตัวเลขสถิติความเสียหายเฉลี่ยและอัตราการรอดชีวิตของอาชีพสายโจมตีตรงหน้าที่กำลังพากันอวดอ้างสรรพคุณ
ในยุคที่เกม VRMMO เสมือนจริงครองโลก 'Aethelgard' คือจุดสูงสุดที่ผู้เล่นนับสิบล้านคนต่างแย่งชิงความเป็นหนึ่ง ทุกคนต่างบูชาพลังทำลายล้าง ความรวดเร็ว และตัวเลขดาเมจหลักล้านที่ปรากฏบนจอ ไม่มีใครสนใจเบื้องหลังของความสำเร็จนั้น ว่ามันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและมานาของใครบ้าง
"ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ" เรย์โค้งศีรษะให้อย่างสุภาพ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "แต่ผมคิดว่า... คนที่มองไม่เห็นคุณค่าของฐานราก ก็มักจะล้มลงในวันที่ตึกถล่มลงมานั่นแหละครับ"
เด็กหนุ่มหมุนตัวเดินเลี่ยงออกมาจากเคาน์เตอร์ลงทะเบียน ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาที่ไล่หลังมาว่าเขาเป็นพวกสติไม่ดีที่เลือกเดินเข้าสู่เส้นทางสายซัพพอร์ตสายบริสุทธิ์—สายอาชีพที่ไร้ซึ่งสกิลโจมตีโดยสิ้นเชิง มีเพียงเวทมนตร์ฟื้นฟูพื้นฐาน บัฟความเร็วระดับต่ำ และคำสาปปัดเป่าที่เหล่าสำนักจัดอันดับจัดให้อยู่ในลำดับรั้งท้ายสุดของเกม
เรย์ก้าวเท้าเข้าไปในห้องแคปซูล VR รุ่นล่าสุด แสงสีขาวนวลจากผนังโลหะเกรดพรีเมียมส่องกระทบใบหน้าคมคาย เขาถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่งเพื่อปรับจังหวะลมหายใจ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเบาะรองรับสรีระที่ออกแบบมาอย่างไร้รอยต่อ
เสียงระบบปัญญาประดิษฐ์เริ่มทำงานเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
[กำลังตรวจสอบคลื่นสมอง... 99%]
[เชื่อมต่อระบบประสาทเสมือนจริงสมบูรณ์]
[ยินดีต้อนรับสู่ "Aethelgard Online" ขอให้ท่านสนุกกับการเดินทางครั้งใหม่ครับ ผู้เล่นเรย์]
วูบ!
ความรู้สึกหนັກอึ้งของโลกความเป็นจริงหลุดลอยหายไปในพริบตา สิ่งแรกที่ปะทะเข้ามาไม่ใช่ความมืดมิด แต่เป็นกลิ่นอายของดินชื้น สายลมเย็นเยียบที่พัดผ่านยอดสน และเสียงเพลงบรรเลงจากเครื่องสายโบราณที่แว่วมาแต่ไกล
เรย์ลืมตาขึ้น พบว่าตนเองยืนอยู่บนลานหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ใจกลางมหานครลอยฟ้า 'อาร์เคเดีย' เมืองหลวงแห่งปฐมบท เมืองเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยผู้เล่นนับแสนคนที่กำลังวิ่งวุ่นเตรียมตัวออกเดินทาง บ้างก็สวมชุดเกราะเหล็กกล้าสะท้อนแสงแดดยามเที่ยง บ้างก็ถือคทาเวทมนตร์ประดับอัญมณีระยิบระยับ
ทว่า สายตาของเรย์ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมรอบตัว นิ้วเรียวยาวกางหน้าต่างสถานะส่วนตัวขึ้นมาตรวจสอบความพร้อมอีกครั้ง
[ชื่อผู้เล่น: Ray (เรย์)]
[อาชีพ: Cleric (นักบวชฝึกหัด) - สายซัพพอร์ตบริสุทธิ์]
[เลเวล: 1]
[ฉายา: -]
[พลังชีวิต (HP): 120/120]
[มานา (MP): 350/350]
[ค่าความฉลาด (INT): 45 (สูงกว่าค่าเฉลี่ยอาชีพสายซัพพอร์ต 30% จากการปรับแต่งโบนัสพิเศษ)]
[ทักษะติดตัว: การมองเห็นจุดอ่อน (Passive Skill - Rank F), การคำนวณมานาแม่นยำ (Passive Skill - Rank F)]
"หึ ค่าสถานะเริ่มต้นไม่ได้เลวร้ายอย่างที่พวกนั้นคิดนี่ครับ" เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ
ในเกม Aethelgard ผู้เล่นส่วนใหญ่เทแต้มสถานะไปที่พละกำลัง (STR) ความคล่องแคล่ว (AGI) หรือพลังโจมตีเวท (MATK) เพื่อให้สามารถเคลียร์มอนสเตอร์ได้รวดเร็วที่สุด แต่เรย์กลับเลือกเทแต้มทั้งหมดลงในความฉลาด (INT) และการฟื้นฟูมานา ซึ่งส่งผลให้เขามีปริมาณมานาที่หนาแน่นตั้งแต่เลเวลแรก และความสามารถในการคำนวณระยะเวลาคูลดาวน์ของสกิลได้อย่างแม่นยำระดับวินาที
เป้าหมายของเขาในวันนี้ไม่ใช่การวิ่งไปตีหมูป่าริมเมืองเพื่อเก็บเลเวลเหมือนผู้เล่นทั่วไป แต่เป็นการมุ่งหน้าสู่เขตป่าต้องห้ามทางทิศเหนือ—สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่ามีมอนสเตอร์ระดับสูงและดันเจี้ยนลับที่ยังไม่มีใครค้นพบ
เรย์จัดระเบียบกระเป๋าผ้าคาดเอว ตรวจสอบขวดน้ำยาฟื้นฟูมานาคุณภาพต่ำที่ซื้อมาจนหมดตัว และหยิบ 'คทาไม้ผุกร่อน' ที่ถูกสบประมาทขึ้นมาถือไว้ในมือ แม้ภายนอกมันจะดูเหมือนกิ่งไม้แห้งๆ ทว่าหากมองผ่านสกิล [การมองเห็นจุดอ่อน] ของเรย์แล้ว แกนกลางของคทาด้ามนี้กลับซ่อนร่องรอยของแร่มานาโบราณเอาไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้านค้าทั่วไปมองข้ามและนำมาวางขายในราคาถูกแสนถูก
ระหว่างที่เขากำลังก้าวเท้าเดินผ่านย่านการค้าเพื่อมุ่งสู่ประตูเมือง สายตาก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่มุมถนน
กลุ่มผู้เล่นระดับสูงประมาณห้าคนกำลังล้อมรอบร่างของเด็กสาวคนหนึ่งในชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่า เธอนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น มือทั้งสองข้างกุมกระเป๋าหนังใบเล็กแนบอก รอบตัวมีร่องรอยการต่อสู้เล็กน้อย สภาพดูมอมแมมราวกับเพิ่งรอดพ้นจากการถูกโจมตี
"นี่ ยายเด็กฝึกหัด ถ้าไม่อยากเสียสิทธิ์ในการเข้าสำรวจวิหารโบราณ ก็ส่งไอเทมเควสต์ชิ้นนั้นมาซะดีๆ!" ชายร่างใหญ่สวมเกราะหนักระดับสอง หัวหน้าปาร์ตี้จากกิลด์ 'อัสนีคำราม' ใช้เท้าเขี่ยพื้นดินใกล้ตัวเด็กสาวอย่างคุกคาม
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าเรียวเล็กและดวงตากลมโตสีอำพันที่ฉายแววเยือกเย็น ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่ในแววคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ดังก้องพอให้คนรอบข้างได้ยิน
"สิทธิ์ในการเข้าสำรวจวิหาร... ถูกบันทึกไว้ด้วยรหัสพันธุกรรมของผู้เล่นในระบบคลาวด์ การที่พวกคุณพยายามจะแย่งชิงมันไป ไม่เพียงแต่จะเสียเวลาเปล่า แต่ระบบยังจะลงโทษด้วยการรีเซ็ตสถานะไอเทมทั้งหมดเป็นศูนย์... เป็นความโง่เขลาที่น่าขันเสียจริงครับ เอ๊ย... น่าขันสิ้นดี"
คำพูดที่สวนกลับอย่างฉาดฉานและตรงจุดทำเอาหัวหน้ากิลด์หน้าชาด้วยความโกรธ
"ปากดีนักนะนังนี่! คิดว่ามีชุดคลุมซอมซ่อแล้วจะไม่มีใครกล้าทำอะไรเธอบรรณาการความอับอายให้เด็กนี่ซะ!" ชายร่างใหญ่เงื้อง่าดาบในมือเตรียมฟาดฟันลงมาทันที ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของผู้คนรอบข้างที่ไม่อยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน
เรย์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว ขยับแว่นสายตาไร้กรอบเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นนิดๆ
เขาไม่ได้เป็นคนชอบสอดเรื่องของชาวบ้าน แต่จังหวะการลงเท้าของหัวหน้ากิลด์คนนั้น ช่องว่างระหว่างเกราะตรงหัวไหล่ขวา และอัตราการแกว่งดาบที่ช้ากว่าปกติ 0.4 วินาที... ทุกอย่างถูกประมวลผลผ่านสมองของเรย์จนเสร็จสรรพในเสี้ยววินาที
เรย์ดีดตัวพุ่งออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง คทาไม้ผุกร่อนในมือถูกยกขึ้นชี้ตรงไปที่ข้อพับเข่าของหัวหน้ากิลด์ พร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบแต่กังวานท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คน
"สกิลซัพพอร์ตขั้นพื้นฐาน... [คำสาปถ่วงเวลา (Delay Curse)] ทำงานครับ"
แสงสีม่วงจางๆ พุ่งเข้ากระทบเป้าหมายอย่างแม่นยำ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของชายร่างใหญ่ชะงักงันไปชั่วพริบตา ดาบที่กำลังจะฟันลงมาเกิดอาการติดขัดและเสียศูนย์จนเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น สร้างความแตกตื่นให้กับสมาชิกในกิลด์อัสนีคำรามเป็นอย่างมาก
เรย์ไม่รอช้า เขาก้าวเข้าไปยืนขวางระหว่างกลุ่มคนเหล่านั้นกับเด็กสาวในชุดคลุม พร้อมกับยื่นมือออกไปช่วยดึงเธอให้ลุกขึ้นยืนด้วยรอยสุภาพ
"การเดินทางในเขตชานเมืองคนเดียวอันตรายมากนะครับ... อาจารย์มาเรีย"
เด็กสาว—หรือมาเรีย ผู้เล่นระดับตำนานในคราบ NPC ผู้กุมความลับเวทโบราณ—เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่ม ดวงตาสสีอำพันคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มลึกลับจะปรากฏขึ้นบนเรียวปากของเธอ
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือเมืองอาร์เคเดียก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เมฆหมอกสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สะเทือนไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์
[ประกาศจากระบบ: ตรวจพบการปลุกพลังของ 'ดันเจี้ยนบรรพกาล' ระดับ SSS นอกเขตปลอดภัย!]
[ผู้เล่นทั้งหมดในรัศมี 10 กิโลเมตร จะถูกบังคับเข้าสู่สถานะ 'ทดสอบบทเรียนแห่งปราชญ์' ณ บัดนี้]
หน้าต่างระบบสีแดงฉานเด้งขึ้นตรงหน้าเรย์และมาเรีย พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนสุดท้ายที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน
[คำเตือน: หากท่านไม่สามารถผ่านบททดสอบภายใน 10 นาที วิญญาณในเกมจะถูกผนึกถาวร... และนี่คือบทเรียนแรกของคุณครับ เรย์]
---
ด้วยความเคารพในทุกย่างก้าวของการเดินทาง
**แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต**
เซียนเกมสายซัพพอร์ตกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับเวท•ตอนที่ 1
ก้าวแรกสู่โลกเสมือนจริง
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายซัพพอร์ตกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
