กลิ่นอายอับชื้นของอิฐโบราณและละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างในแสงจันทร์สลัว คือสิ่งที่ต้อนรับเรย์ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเหล็กกลไกของซากโบราณสถานชั้นใต้ดิน เสียงฝีเท้าของเขาสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงัน พร้อมกับหน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีฟ้าที่ยังคงกะพริบเตือนระดับพลังงานของมานาในตัว
อาชีพ 'นักบวชเงาจันทรา' ของเรย์ในเวลานี้ไม่ได้โดดเด่นเรื่องพลังโจมตีรุนแรงเหมือนอาชีพนักรบหรือจอมเวทธาตุไฟ แต่สิ่งที่ทำให้เขามายืนหยัดอยู่ ณ จุดที่ผู้เล่นทั่วไปหลีกเลี่ยง คือความสามารถในการอ่านรูปแบบโค้ดเกมและคำนวณความน่าจะเป็นของกลไกสิ่งแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ ทุกย่างก้าวที่เขาวางลงบนพื้นหินสลักรูปรูนes (Runes) โบราณ จึงได้รับการคำนวณองศาและน้ำหนักมาเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้กับดักเวทมนตร์ทำงาน
"เศษซากอารยธรรมยุคที่สาม... กับระบบรูนที่ออกแบบมาเพื่อจำกัดการเข้าถึงของผู้เล่นสายซัพพอร์ตโดยเฉพาะสินะครับ" เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะดึงแผนที่หนังแกะดิจิทัลขึ้นมาตรวจสอบพิกัด
เป้าหมายของเขาในค่ำคืนนี้ไม่ใช่การล่าสมบัติระดับแรร์เพื่อนำไปประมูลแข่งกับกิลด์ใหญ่ แต่เป็นการตามหา 'เบาะแสการอัปเกรดสกิลขั้นที่สอง' ซึ่งเป็นเงื่อนไขลับที่ระบบเกม *Aethelgard Online* ซ่อนไว้ในมุมมืดของแผนที่เริ่มต้น การเป็นผู้เล่นสายซัพพอร์ตในโลก VRMMO ที่ผู้คนต่างบูชาดาบใหญ่และเวทมนตร์ทำลายล้าง ทำให้เรย์ต้องเรียนรู้ที่จะมองหาช่องว่างที่คนอื่นมองข้ามเสมอ
ทันใดนั้น เสียงดีดนิ้วเบาๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า ท่ามกลางเสาหินผุกร่อนที่สลักลวดลายงูพันคบเพลิง
"การเดินเท้าโดยทิ้งน้ำหนักลงที่ส้นเท้าซ้ายสามส่วนและปลายเท้าขวาเจ็ดส่วน... ช่างเป็นรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ระมัดระวังตัวเสียจริง สำหรับเด็กหนุ่มที่ถือไม้เท้าซัพพอร์ตระดับต่ำติดมือมาด้วย"
เสียงหวานนุ่มแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นเรียบเฉย ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ทำให้เรย์ต้องชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดในเกมสั่นเตือนรัวจนหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
เรย์หรี่ตามองไปยังเงาร่างที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนแท่นบูชาหินอ่อนสีดำ ร่างนั้นสวมชุดคลุมยาวสีครามเข้มฮู้ดคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าครึ่งบน เหลือเพียงริมฝีปากได้รูปที่กำลังแย้มยิ้มบางเบา และดวงตาคู่สวยที่สะท้อนแสงเรืองรองจากผลึกมานาในมือ
มาเรีย... อาจารย์สาวลึกลับที่ NPC ในเมืองต่างเล่าขานกันว่าเป็นเพียงผู้ดูแลหอสมุดร้าง แต่เรย์รู้ดีจากข้อมูลวงในและสัญชาตญาณของนักวิเคราะห์เกมว่า ตัวตนของเธอคือกุญแจดอกสำคัญที่สุดในเซิร์ฟเวอร์นี้
"ผมคงต้องขออภัยที่รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณมาเรียนะครับ แต่ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่ใช่เขตหวงห้ามสำหรับผู้เล่นที่มีภารกิจติดตัวมา" เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าเพื่อรักษาความนิ่งสงบ
มาเรียหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นราวกับระฆังแก้วที่กระทบกันในยามค่ำคืน เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะก้าวเดินออกมาจากเงาของเสาหิน แสงจันทร์ที่ส่องผ่านช่องเพดานพังทลายลงมาอาบไล้เรือนร่างระหงและเส้นผมสีเงินยวงที่ยาวสลวยจนถึงกลางหลัง
"ภารกิจงั้นหรือ? เด็กน้อยเอ๋y... สิ่งที่เธอเรียกว่าภารกิจ มันเป็นเพียงบททดสอบเบื้องต้นที่ระบบสร้างขึ้นเพื่อคัดกรองคนโง่ให้พ้นทางต่างหาก" มาเรียหยุดยืนห่างจากเรย์เพียงแค่ช่วงแขน กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก "แต่ก็นั่นแหละ ฉันไม่ได้เจอคนที่สามารถมองทะลุกลไกของชั้นที่สามนี้ด้วยตาเปล่ามานานเท่าไหร่แล้วนะ... ตั้งแต่เบต้าเทสปิดตัวลงไปเมื่อสองปีก่อนโน่นกระมัง"
ดวงตาของเรย์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คำว่า *'เบต้าเทส'* คือข้อมูลระดับความลับที่ผู้เล่นทั่วไปไม่มีทางล่วงรู้ เพราะตัวเกมลบความทรงจำของผู้ทดสอบช่วงนั้นไปจนหมดสิ้น การที่หญิงสาวตรงหน้าเอ่ยถึงมันอย่างหน้าตาเฉย หมายความว่าเธอไม่ได้เป็นแค่ NPC หรือผู้เล่นธรรมดาอย่างแน่นอน
"คุณรู้เรื่องนั้นได้อย่างไรครับ หรือว่าคุณคือ..." เรย์เว้นวรรค ดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์
"ฉันจะเป็นใครนั้นไม่สำคัญเท่ากับว่า... เธออยากได้อะไรจากที่นี่กันแน่ เรย์" มาเรียเอ่ยชื่อตัวละครของเขาออกมาอย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่เขายังไม่ได้แนะนำตัวด้วยซ้ำ เธอยกมือเรียวขึ้นแตะปลายไม้เท้าของเรย์เบาๆ สัมผัสเย็นเยียบราวน้ำแข็งแล่นผ่านเนื้อไม้เข้าสู่ฝ่ามือ "ไม้เท้าผุกร่อนนี่สะสมพลังชีวิตจากการช่วยเหลือผู้เล่นอื่นมามากพอดูด호 แต่เธอก็รู้ใช่ไหมว่า มันใกล้จะถึงขีดจำกัดทางกายภาพแล้ว ถ้าเธอฝืนใช้มันปลดปล่อยสกิลฮีลหมู่ในดันเจี้ยนถัดไป มันจะแตกละเอียดคามือ และเธอก็จะกลายเป็นเป้านิ่งให้มอนสเตอร์ฉีกเป็นชิ้นๆ ในพริบตา"
ความจริงอันโหดร้ายถูกวางลงตรงหน้าอย่างไม่ไว้หน้า เรย์ขบกรามแน่นเล็กน้อย ภาพความทรงจำตอนที่เขาต้องเสียสวนแบ่งไอเทมเพราะไม้เท้าพังในอีเวนต์ก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาในหัว มาเรียพูดถูกทุกประการ
"ถ้าอย่างนั้น... อาจารย์มาเรียพอจะมีวิธีแนะนำไหมครับ" เรย์ตัดสินใจเปลี่ยนวิธีเข้าหา เขาเลือกที่จะแสดงความอ่อนน้อมและยอมรับในความเหนือกว่าของอีกฝ่ายอย่างจริงใจ ในโลกของเกม การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญย่อมเร็วกว่าการงดคลำหาทางเองเป็นร้อยเท่า
มาเรียมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความสนุกสนานเป็นความพึงพอใจ เธอยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะยื่นแผ่นศิลาโบราณสีดำสนิทที่มีอักษรเวทเปล่งแสงสีทองเรืองรองมาให้
"ฉลาดมากที่รู้จักขอความช่วยเหลือในเวลาที่ควร... จงรับศิลาแผ่นนี้ไป แล้วนำไปผสานเข้ากับไม้เท้าของเธอที่แท่นบูชาใจกลางห้องโถง แต่มันมีเงื่อนไขอยู่..." มาเรียกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของเรย์ จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับข้างแก้ม "เมื่อเธอยกระดับสกิลสำเร็จ เวทมนตร์โบราณที่หลับใหลในตัวเธอจะตื่นขึ้น และในตอนนั้น... เธอจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องร่วมเดินทางไปกับฉันสู่ดินแดนต้องห้าม"
เรย์รับแผ่นศิลามาถือไว้ น้ำหนักของมันหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับพื้นผิวศิลา เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวสมองอย่างชัดเจน
[ติ๊ง! ผู้เล่น 'เรย์' ได้รับไอเทมเควสต์ระดับตำนาน: 'ศิลาแห่งพันธสัญญาโบราณ' (Ancient Covenant Stone)]
[ระบบตรวจพบการเชื่อมต่อกับ NPC 'มาเรีย' - ปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ: เส้นทางสายบรรพกาล (Prehistoric Path)]
[คำเตือน: เควสต์นี้ไม่สามารถยกเลิกได้เมื่อยอมรับ และจะดึงดูดความสนใจจากกิลด์ระดับท็อปทั่วเซิร์ฟเวอร์]
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึก ภายในใจกำลังประเมินความเสี่ยงและผลประโยชน์ที่จะได้รับอย่างรวดเร็ว นี่คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่จะทำให้เขาพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของเกม หรืออาจจะพาตัวเองไปสู่จุดจบที่รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม
เขากำศิลาในมือแน่น เงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์สาวลึกลับด้วยแววתาที่แน่วแน่และไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย
"ผมรับข้อเสนอครับ..." เรย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง
แต่ทว่า ก่อนที่มือของเขาจะได้แตะลงบนแท่นบูชาตามคำแนะนำ บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นยะเยือกจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ดังขึ้นจากอุโมงค์ทางเข้าด้านหลัง พร้อมกับเสียงประกาศเตือนภัยสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[ประกาศจากระบบ: ผู้เล่นกลุ่ม 'ราชันโลหิต' จำนวน 45 คน ได้ทำการบุกรุกเข้าสู่เขตหวงห้ามชั้นที่สาม...]
[เป้าหมายการบุกรุก: กำจัดผู้เล่นที่ครอบครอง 'ศิลาแห่งพันธสัญญาโบราณ']
มาเรียหรี่ตามองไปที่ทางเข้ามืดสนิท รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธออีกครั้ง ก่อนที่เธอจะหันมามองเรย์ด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง
"ดูเหมือนว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะ... อาจารย์อยากรู้จริงๆ ว่า เด็กปั้นของฉันคนนี้ จะใช้สกิลซัพพอร์ตกระจอกๆพวกนั้น รอดเงื้อมมือของกิลด์อันดับหนึ่งได้อย่างไร... เริ่มบทเรียนแรกกันได้เลย เรย์"
---
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครทุกท่านนะครับ
**แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต**
เซียนเกมสายซัพพอร์ตกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับเวท•ตอนที่ 2
การพบกันที่หอคอยโบราณ
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายซัพพอร์ตกับอาจารย์สาวผู้กุมความลับเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
