"ถ้าพวกเรากินข้าวเกลือหม้อนี้หมดเมื่อไหร่ แกก็เตรียมตัวเก็บเสื้อผ้าไสหัวออกไปจากตระกูลหานเสีย ไม่เช่นนั้น อย่าหาว่าฉันคนนี้ใจร้ายที่ต้องใช้ไม้เรียวไล่ตะردเหมือนสุนัขข้างถนน!"
เสียงกระแทกถ้วยชามเซรามิคบิ่นๆ ลงบนโต๊ะไม้ไผ่ผุพัง ดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงันของกระท่อมปลายนา นางจางผู้เป็นป้าสะใภ้ตระกูลหานยืนค้ำเอว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ สายตากวาดมองร่างระหงที่นั่งทรุดอยู่บนพื้นดินอัดแน่นด้วยความดูแคลนราวกับมองเศษขยะเปียกปูน
หลินฟางกะพริบตาช้าๆ ความเจ็บปวดร้าวรานที่ท้ายทอยจากการถูกผลักกระแทกเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ แต่ความรู้สึกที่เด่นชัดกว่ากลับเป็นความทรงจำอันซับซ้อนที่หลั่งไหลเข้ามาในสมองดั่งกระแสน้ำวน นางไม่ใช่คุณหนูตกอับในยุคโบราณผู้ไร้ทางสู้ แต่คือเชฟมือหนึ่งระดับท็อปของวงการอาหารนานาชาติ ผู้ครอบครองรางวัลมิชลินสามดาวติดต่อกันถึงสามปีซ้อน และที่สำคัญที่สุด... ในห้วงจิตใต้สำนึกของนางเวลานี้ มี 'มิติคลังวัตถุดิบซูเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะ' ที่บรรจุวัตถุดิบชั้นเลิศ เครื่องปรุงรสระดับตำนาน และอุปกรณ์ครัวครบครันติดตัวมาด้วย
ร่างบางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน ช้าๆ ทว่ามั่นคง ความสูงของนางไม่ได้ทำให้ป้าสะใภ้จางรู้สึกเกรงกลัวแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้อีกฝ่ายแสะยิ้มหยันออกมามากขึ้น
"มองหน้าฉันทำไม? คิดจะเถียงหรือไงนังตัวซวย! แต่งเข้ามาได้ไม่ทันข้ามวัน สามีพิการใกล้ตายของแกก็ไร้ประโยชน์ แถมยังพาความซวยมาให้บ้านใหญ่ต้องเปลืองข้าวสารเลี้ยงดูฟรีๆ สามวันดีสี่วันไข้ ถ้าไม่ใช่เพราะท่านผู้เฒ่าสั่งไว้ ป่านนี้ฉันโยนแกลงแม่น้ำไปนานแล้ว!" นางจางพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่ไม่ยั้ง พร้อมกับถ่มน้ำลายลงพื้นเพื่อแสดงความรังเกียจ ก่อนจะสะบัดก้นเดินกระแทกเท้าออกจากกระท่อมร้าง ปล่อยให้ประตูไม้ผุๆ ปิดกระแทกตามแรงลมจนเกิดเสียงดังลั่น
กระท่อมหลังนี้ทั้งแคบ อับชื้น และมีกลิ่นอับของความยากจนโชยเข้าจมูก ฝุ่นผงละอองลอยวนท่ามกลางแสงแดดที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคามุงจาก บนเตียงไม้ไผ่ด้านใน มีร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งนอนหายใจรวยรินอยู่ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยความมืดและเส้นผมที่ยุ่งเหยิง ทว่าสัญชาตญาณของเชฟและอดีตทหารผ่านศึก (ในความทรงจำของร่างนี้) บอกได้ทันทีว่า ชายผู้นี้คือ 'หานหยาง' สามีตามพฤตินัยที่ตระกูลใหญ่ขับไล่ไสส่งให้มาตายผ่อนส่งที่นี่
หลินฟางสูดลมหายใจเข้าลึก
*ขับไล่ไสส่งงั้นหรือ? ไสหัวออกไปงั้นหรือ? ช่างน่าขันสิ้นดี...*
ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือสิ้นหวังเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย กลับเปี่ยมไปด้วยประกายตาวับวาวของนักล่าผู้กุมไพ่เหนือกว่าในมือ นางกวาดสายตามองไปรอบห้อง ครัวที่ไร้ซึ่งวัตถุดิบ มีเพียงหม้อดินเผาเก่าๆ ร้าวรานหนึ่งใบ กับเศษข้าวสารหยาบกร้านก้นถุงที่ขึ้นมอดจนแทบไม่เหลือความเป็นเมล็ดข้าว
สำหรับคนอื่น นี่คือจุดจบ... แต่สำหรับเชฟหลินฟาง นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างอาณาจักรต่างหาก
นางก้าวเท้าเดินไปที่เตาถ่านเก่าคร่ำคร่า บนพื้นมีฟืนแห้งที่ผุกร่อนอยู่ไม่กี่ท่อน หลินฟางย่อตัวลง ใช้มือเรียวบางปัดฝุ่นและหยิบก้อนถ่านที่ยังใช้ได้ขึ้นมาพิจารณา ภายในใจส่งกระแสจิตเบาๆ เรียกใช้พลังจากมิติคลังวัตถุดิบ ทันใดนั้น เงาเลือนรางของถ่านไม้ไผ่ไร้ควันคุณภาพสูงก็ปรากฏขึ้นในมือผ่านการสับเปลี่ยนอย่างแนบเนียนด้วยความเร็วแสง
*แกร๊ก...*
นางจุดไฟด้วยหินไฟเก่าๆ ที่วางอยู่ข้างเตา แม้จะทุลักทุเลอยู่บ้างตามสภาพร่างกาย แต่วิธีการควบคุมเปลวไฟของหลินฟางนั้นนิ่งสนิทและแม่นยำรากับจับวาง เปลวไฟสีส้มอมแดงค่อยๆ LEO เลียก้นหม้อดินเผาอย่างนุ่มนวล นางไม่ได้ใช้ข้าวสารหยาบกร้านก้นถุงนั้น แต่แอบควักเอาข้าวหอมมะลิชั้นดีจากมิติลับปะปนลงไปในปริมาณที่พอเหมาะ พร้อมกับเติมน้ำสะอาดบริสุทธิ์ที่ผ่านการกรองจากระบบอัจฉริยะลงไป
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของข้าวใหม่เริ่มระเหยออกมาผสมกับกลิ่นอินทรีย์ของดินและไม้ไผ่ในกระท่อม
บนเตียงไม้ไผ่ด้านใน ร่างที่นอนแน่นิ่งมาตลอดหลายชั่วโมงเริ่มขยับตัวเล็กน้อย ลมหายใจที่เคยติดขัดและแผ่วเบาเริ่มสม่ำเสมอขึ้น สัญชาตญาณอันเฉียบคมของแม่ทัพผู้ผ่านศึกมาโชกโชนสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาด กลิ่นหอมที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในดินแดนรกร้างแห่งนี้ กลิ่นที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณการมีชีวิตรอดและกระตุ้นความหิวโหยในกระเพาะที่ว่างเปล่ามาหลายวันให้ตื่นขึ้นอย่างรุนแรง
หานหยางค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองไปยังแผ่นหลังของสตรีที่กำลังงגתอยู่หน้าเตาไฟ นางดูบอบบางเกินกว่าจะมารับชะตากรรมอันโหดร้ายในสถานที่เช่นนี้ แต่ท่าทางจับตะหลิวและควบคุมฟืนไฟของนางกลับสง่างามและเด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด
หลินฟางไม่ได้หันกลับไปมอง แต่รอยยิ้มที่มุมปากของนางลึกขึ้น เมื่อเสียงท้องร้องโครกครากดังขึ้นเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าที่เอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก
"เจ้า... กำลังทำอะไรกลิ่นหอมอะไรกัน?"
หลินฟางป้องปากหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางตักน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนเข้มข้นที่แอบปรุงสำเร็จรูปไว้ในมิติเทลงหม้อดินอีกใบเพื่อเคี่ยวต่อให้เดือดพล่าน พร้อมกับหันไปสบตากับสามีผู้หิวโหยด้วยแววตาระยิบระยับ
"ก็กำลังทำมื้อแรกที่จะทำให้ท่านเลิกคิดอยากตาย และทำให้คนที่ดูถูกพวกเราต้องคลานเข่ามากราบขอร้องอย่างไรล่ะท่านพี่..."
ทว่า ในวินาทีที่ไอน้ำจากหม้อข้าวเริ่มพวยพุ่งส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งกระท่อมจนทะลุออกไปนอกหน้าต่าง ปรากฏว่าเสียงเคาะประตูไม้ด้วยความรุนแรงดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกของคนกลุ่มใหญ่ที่พังประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ!
"กลิ่นอะไรวะ หอมฉุนชวนน้ำลายสอขนาดนี้! นังสะใภ้ตัวซวย พวกแกซ่อนอาหารดีๆ อะไรไว้ในกระท่อมนี้ เอาออกมาให้หมดเดี๋ยวนี้ไม่งั้นพวกฉันจะเผาเรือนนี้ทิ้งเสีย!"
________________________________________
*ฟาร์มเมอร์สุขใจ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเริ่มต้นนี้ และโปรดติดตามตอนต่อไปว่า หลินฟางจะจัดการกับญาติจอมโลภเหล่านี้อย่างไรนะครับ!*
กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย•ตอนที่ 1
มื้อแรกในกระท่อมร้าง
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!