เสียงกระแทกของถ้วยชาเคลือบหยกกระทบลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดัง *“เพล้ง”* จนน้ำชาสีทองกระฉอกเปื้อนรอยพับของแผนที่ยุทธศาสตร์ ใบหน้าคมเข้มของขุนนางท้องถิ่นนามว่า "จ้าวซานกง" บิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด ดวงตาเรียวรีที่มักมองผู้คนด้วยความดูแคลนกวาดมองไปรอบโรงเตี๊ยมเล็กๆ ปลายหมู่บ้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของหลินฟางที่กำลังยืนเช็ดมือด้วยผ้าขาวสะอาดอย่างใจ,เย็น
"เจ้ากล้าดียังไง ถึงบอกว่าหมูป่าตุ๋นน้ำแดงหม้อนี้... หมดแล้ว?"
น้ำเสียงทรงอำนาจกดต่ำลงจนผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับตัวสั่นเทา ทว่าหลินฟางกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเพียงแค่เงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยความสุภาพตามมารยาท แต่ประกายตาในดวงคู่สวยกลับฉายแววเยືือกเย็นอย่างชัดเจน
"เรียนใต้เท้าจ้าว ร้านเล็กๆ ของเราเปิดรับวัตถุดิบสดใหม่วันต่อวันตามวิถีสโลว์ไลฟ์ของครอบครัวเราครับ อีกอย่าง... ป้ายหน้าร้านก็ติดประกาศไว้อย่างชัดเจนว่า จำกัดเพียงสิบที่ต่อวันเท่านั้น หากท่านต้องการลิ้มรสความอร่อยระดับพรีเมียมนี้อีกครั้ง พรุ่งนี้รบกวนท่านมาเข้าคิวตั้งแต่ฟ้าสว่างก็น่าจะยังทันนะครับ"
คำพูดที่เอ่ยออกมาอย่างฉาดฉานและรักษารอยยิ้มประชดประชันเบาๆ ทำให้จ้าวซานกงถึงกับสำลักลมหายใจ ความโกรธพุ่งทะยานขึ้นถึงขมับ ตั้งแต่เขาเข้ามารับตำแหน่งผู้ตรวจการในเขตนี้ มีพ่อค้าแม่ขายคนไหนบ้างที่ไม่ก้มหัวกราบกราน ยอมถวายอาหารเลิศรสให้เขาโดยไม่ต้องเอ่ยปาก แต่นี่... หญิงชาวบ้านธรรมดากลับกล้าปฏิเสธเขาต่อหน้าบ่าวไพร่
"สามหาว! เจ้าเป็นแค่ภรรยาของนายทหารยศกระจอก กลับกล้าสามหาวต่อหน้าข้าผู้ดูแลเมืองนี้อย่างนั้นหรือ!" จ้าวซานกงตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนจนตัวสั่นเทาด้วยความแค้น "เชื่อหรือไม่ ว่าข้าสามารถสั่งปิดร้านซอมซ่อของเจ้าในข้อหาก่อกวนความสงบได้ในคำเดียว!"
บรรยากาศภายในร้านเงียบกริบลงทันตาเห็น ชาวบ้านที่นั่งอยู่โต๊ะมุมมืดต่างพากันกลั้นหายใจ หลบสายตาด้วยความหวาดกลัว หลายคนส่งสายตาเห็นใจมาให้หลินฟาง เพราะรู้ดีว่าอิทธิพลของจ้าวซานกงนั้นน่ากลัวเพียงใด
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก ประตูไม้หนาหนักของร้านก็ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเข้มที่ก้าวเข้ามา แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศในห้องจนอุณหภูมิลดฮวบลงทันที
หานหยางก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไหล่กว้างที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนขยับเล็กน้อยขณะถอดหมวกผ้าออก ดวงตาดำสนิทคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ปราดเดียวก็เข้าใจทุกอย่าง ร่างสูงเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อย ใช้แขนแกร่งโอบเอวบางไว้หลวมๆ เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของและปกป้องอย่างชัดเจน
"ใต้เท้าจ้าว... ดูเหมือนท่านกำลังเข้าใจอะไรผิดไปกระมังครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของหานหยางดังขึ้น แต่กลับทรงพลังจนทำให้จ้าวซานกงที่กำลังเกรี้ยวกราดถึงกับชะงัก ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจในเมืองหลวงเก่าหรี่ตามองขุนนางท้องถิ่นด้วยแววตาที่คมกริบราวกับใบมีด "ภรรยาของข้าทำตามกฎของร้านอย่างเคร่งครัด หากท่านมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการเวลาของตนเองจนมาไม่ทันอาหารอร่อย นั่นเป็นเรื่องที่ท่านต้องจัดการเอง ไม่ใช่มาลงที่คนในครอบครัวของข้า"
"เจ้า... เจ้ากล้าดี, หานหยาง! แกกล้าต่อปากต่อคำกับข้าหรือ!" จ้าวซานกงกัดฟันกรอด แม้เขาจะรู้ว่าอดีตแม่ทัพผู้นี้บาดเจ็บและปลีกวิเวกมาอยู่ที่นี่ แต่รัศมีอำนาจที่อีกฝ่ายแผ่ออกมายังคงทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวอย่างห้ามไม่อยู่
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ หลินฟางก็ยื่นมือไปแตะแขนสามีเบาๆ นางส่งยิ้มให้เขาเพื่อบอกว่านางรับมือได้ จากนั้นจึงหันกลับไปสบตากับจ้าวซานกงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
"ใต้เท้าจ้าวอย่าเพิ่งกริ้วไปเลยครับ ความจริงแล้ว... ข้ายังมีอาหารอีกหนึ่งเมนูพิเศษที่ตั้งใจจะเก็บไว้ทานกันเองในครอบครัว แต่วันนี้เห็นแก่ความพยายามของท่านที่เดินทางมาไกล ข้าจะยอมทำข้อยกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษก็แล้วกัน"
คำพูดของหลินฟางทำให้จ้าวซานกงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "อาหารอะไร? อย่าบอกนะว่าเป็นแค่ผักต้มบ้านๆ ของพวกเจ้า"
หลินฟางไม่ตอบคำถาม นางเพียงแค่หันหลังเดินหายเข้าไปในห้องครัว พร้อมกับส่งจิตอธิษฐานเรียกวัตถุดิบชั้นเลิศออกจากมิติลับทันที ในพริบตา กลิ่นหอมเย้ายวนของ "เนื้อกวางตุ้งซีיוวสูตรลับเฉพาะ" ที่หมักด้วยสมุนไพรป่าสิบสองชนิดและน้ำผึ้งแท้จากยอดเขา ก็ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้องอาหาร
หานหยางมองตามภรรยาด้วยแววตาอ่อนโยน รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของนายทหารผู้เคร่งขรึม เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขากำลังใช้กลยุทธ์ใด
ไม่นานนัก หลินฟางก็เดินกลับออกมาพร้อมกับถาดไม้ที่วางจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด บนนั้นคือเนื้อกวางตุ้งสีน้ำตาลเข้มมันเงา ส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลจนแม้แต่บ่าวไพร่ที่ยืนอยู่ด้านหลังยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้ เนื้อสัมผัสที่ถูกเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มชุ่มฉ่ำด้วยซอสสูตรพิเศษ ตัดกับสีเขียวสดของผักกวางตุ้งป่าที่ผัดไฟแดงมาอย่างพอดิบพอดี
จ้าวซานกงที่ตั้งใจจะมาหาเรื่องถึงกับชะงัก กลิ่นหอมที่เตะจมูกทำให้ต่อมรับรสของเขาทำงานอย่างรุนแรงโดยไม่รู้ตัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอยากรู้อยากเห็นที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด
"นี่คือ... เมนูอะไร?" จ้าวซานกงถามเสียงเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่ลดฮวบลงครึ่งหนึ่ง
"เชิญชิมดูสิครับใต้เท้า แล้วท่านจะรู้ว่าทำไมลูกค้าวีไอพีจากตัวเมืองถึงยอมเดินทางข้ามวันข้ามคืนเพื่อมาที่ร้านเล็กๆ แห่งนี้" หลินฟางผายมือเชิญด้วยรอยยิ้มการค้าที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์
จ้าวซานกงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขายกตะเกียบขึ้นคีบชิ้นเนื้อกวางตุ้งที่ฉ่ำซอสเข้าปากช้าๆ
และในวินาทีที่เนื้อสัมผัสแรกแตะลงบนลิ้น ดวงตาของขุนนางผู้หยิ่งผยองก็เบิกกว้างขึ้นทันที ความนุ่มละมุนที่แทบละลายในปาก ผสมผสานกับรสชาติกลมกล่อม หวานเค็มกำลังดี และกลิ่นหอมของสมุนไพรป่าที่อบอวลอยู่ในโพรงจมูก ทำให้เขารู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ ความอร่อยที่เหนือความคาดหมายนี้ทำให้เขาลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ศักดิ์ศรีของความเป็นขุนนางก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
"อร่อย... อร่อยยิ่งนัก!" จ้าวซานกงอุทานออกมาเสียงดังลั่นโดยไม่รักษามาดแม้แต่น้อย เขารีบคีบชิ้นที่สองเข้าปากอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าจะมีใครแย่งไป
หานหยางยืนมองภาพนั้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะเหลือบไปเห็นเงาดำลึกลับที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วผ่านหน้าต่างด้านข้างของร้าน—เงาของสายสืบจากตระกูลเดิมของหลินฟางที่ถูกส่งมาจับตาดูความเคลื่อนไหว
และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูร้านก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของแขกที่ไม่ได้รับเชิญผู้กุมความลับดำมืดในอดีตของหานหยาง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีสโลว์ไลฟ์สุดฟินนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย•ตอนที่ 12
ลูกค้าวีไอพีจากตัวเมือง
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!