“ส “สิบตำลึงเงินต่อไก่บ้านหนึ่งตัว? พวกท่านเสียสติไปแล้วหรือไร!”
เสียงหวีดร้องด้วยความเหลืออดของแม่ค้าแผงขายสัตว์ปีกดังสะท้านไปทั่วตลาดเช้าเมืองอวี้หลิน แรงกระแทกจากการตบโต๊ะไม้เสียงดังปังทำให้กรงไม้ไผ่สั่นสะเทือนไหว หลิวชุ่ยผิงส่งสายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองบุรุษร่างกำยำในชุดแพรต่วนราคาแพงสามคนที่ยืนล้อมกรอบอยู่ตรงหน้า พวกมันคือคนสนิทของเถ้าแก่ตระกูลเฉิน เจ้าของภัตตาคารใหญ่ที่สุดประจำเมือง ซึ่งกำลังใช้กำลังทรัพย์กว้านซื้อวัตถุดิบทั้งหมดในตลาดไปจนเกลี้ยง
ไม่ใช่แค่ไก่บ้าน แต่ผักกาดขาว หมูสามชั้น ปลาแม่น้ำ ไปจนถึงไข่ไก่สดๆ ถูกกว้านซื้อในราคาสูงลิ่วอย่างไร้เหตุผล เพื่อจุดประสงค์เดียวคือ... ทำให้หลินฟางไม่มีวัตถุดิบทำมาหากินในวันนี้
“จะเสียงดังไปทำไมแม่ค้าหลิว เงินสดๆ กองอยู่ตรงนี้ ท่านไม่ขายก็เรื่องของท่าน แต่ข้าเหมาหมด! และจำไว้... นับจากนี้ไป ใครก็ตามที่กล้าขายของให้ ‘ร้านอาหารบ้านหาน’ ของนางสะใภ้ตระกูลหลินผู้นั้น จะต้องโดนตระกูลเฉินขึ้นบัญชีดำ!”
บุรุษหน้าบากหัวเราะรơiร่อนอย่างลำพองใจ มันโยقถุงเงินกระแทก
ลงบนแผงไม้เสียงดังฟังชัด ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของพ่อค้าแม่ขายคนอื่นๆ ที่ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงคัดค้าน อำนาจเงินและอิทธิพลมืดของตระกูลเฉินแผ่ขยายครอบคลุมตลาดแห่งนี้ไปเสียแล้ว พวกร้านค้าเล็กๆ ต่างหลบสายตา หวาดหวั่นว่าตนเองจะโดนหางเลขไปด้วย
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เงาร่างสูงสง่าในชุดทะมัดทะแมงของบุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวแหวกฝูงชนเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
ไอร้อนระอุและกลิ่นอายสนามรบอันเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างของแม่ทัพหานหยางทันทีที่เขาปรากฏตัว ดวงตาคมกริบราวดาบกล้ากวาดมองสถานการณ์เพียงแวบเดียวก็เข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง เขาไม่ได้เอ่ยคำขู่คุกคามใดๆ ออกมาสักคำ แต่เพียงแค่การยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังภรรยาด้วยท่าทีปกป้อง ก็ทำให้พวกอันธพาลตระกูลเฉินถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“สามีท่านมาพอดีเลยเจ้าค่ะ...” หลินฟางที่เพิ่งเดินถือตะกร้าเปล่ากลับมาจากอีกมุมหนึ่งเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบางเบาประดับบนเรียวปากอิ่มสวย ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์และท้าทาย “ในเมื่อตระกูลเฉินใจป๋าขนาดนี้ ยอมจ่ายเงินสิบตำลึงเพื่อซื้อไก่บ้านธรรมดา งั้นวัตถุดิบชั้นเลิศในมือเราวันนี้ คงมีค่าพุ่งสูงขึ้นเป็นร้อยเท่ากระมัง?”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร แม่นางหลิน?” ลูกน้องคนสนิทของตระกูลเฉินขมวดคิ้วถามอย่างระแวง
หลินฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้สามี พร้อมกับเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อให้อย่างสนิทสนม ก่อนจะหันไปสบตากับพวกมันตรงๆ “ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างไร แค่จะบอกว่า... ต่อให้พวกท่านกว้านซื้อไก่และผักในตลาดนี้ไปจนหมดเกลี้ยง ก็ไม่ได้หมายความว่า ‘เมนูเด็ด’ ของร้านเราจะหายไปหรอกนะเจ้าคะ”
นางสะบัดหน้าหนีไม่สนใจพวกมันอีก หันไปพยักหน้าให้หานหยางที่จัดการกวาดซื้อ “เกลือภูเขาโบราณ” และ “เครื่องเทศป่าหายาก” ที่พ่อค้าเร่คนหนึ่งแอบซ่อนไว้ท้ายเกวียนมาได้ทันเวลาพอดี
ปฏิสัมพันธ์เงียบงันแต่เต็มไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งระหว่างสามีภรรតาสร้างความหมั่นไส้ให้ฝ่ายตรงข้ามไม่น้อย หานหยางเอื้อมมือหนามาโอบเอวบางของภรรยาไว้หลวมๆ เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ก่อนจะเอמהเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจลอดไรฟัน “กลับบ้านเรากันเถอะ อาฟาง... ปล่อยให้พวกสุนัขที่หิวโหยแย่งชามข้าวเศษเนื้อกันไปเถอะ”
คำว่า ‘สุนัขหิวโหย’ กระแทกใจพวกคนของตระกูลเฉินจนหน้าดำคร่ำเครียด แต่วินาทีนั้น ไม่มีใครกล้าหาเรื่องบุรุษร่างยักษ์ผู้มีร่องรอยบาดแผลจากสนามรบผู้นี้ตรงๆ พวกมันทำได้เพียงยืนมองทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันออกไปจากตลาดด้วยความคับแค้นใจ
ลับหลังสายตาผู้คน ในมิติลับของหลินฟาง... บรรยากาศกลับตรงกันข้ามกับความขาดแคลนในตลาดสดโดยสิ้นเชิง
แสงสว่างเรืองรองสาดส่องลงบนแปลงผักออร์แกนิกในมิติที่เติบโตงอกงามอย่างรวดเร็วเกินธรรมชาติ ต้นหอมเขียวขจี พริกแดงสดกรอบ และแปลงข้าวสาลีคุณภาพเยี่ยมส่งกลิ่นหอมกรุ่นดินร่วนซุย ยิ่งไปกว่านั้น ในคลังสมบัติลับยังมีเนื้อกวางป่ารมควันและปลาแม่น้ำตัวโตที่นางแอบเก็บสำรองไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนนอนนิ่งอยู่ในน้ำแข็งวิเศษ ความพยายามของตระกูลเฉินในการปั่นราคาและกว้านซื้อวัตถุดิบเพื่อบีบคั้นร้านของนาง จึงกลายเป็นเรื่องตลกขบขันไปในทันที
“พวกมันคงคิดว่าบีบเราจนมุมได้แล้วกระมัง” หลินฟางพึมพำขณะหยิบมีดสับลงบนเขียงไม้ไผ่ เสียง ‘ตับๆๆ’ ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนใบหน้าเนียนนุ่ม “ในเมื่ออยากเล่นสงครามราคา งั้นวันนี้ข้าจะใช้ ‘กลิ่นหอม’ ตบหน้าพวกมันให้ดูเจ้าค่ะท่านพี่”
หานหยางนั่งผ่าฟืนอยู่ไม่ไกล ดวงตาคมเข้มมองภรรยาคนเก่งด้วยความรักและทึ่งระคนกัน เขาชินชาเสียแล้วกับการที่ภรรหาสามารถเนรมิตทุกอย่างออกมาจากความว่างเปล่าได้ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศที่เริ่มโชยออกมาจากเตาไฟ ทำให้ท้องของเขาเริ่มส่งเสียงประท้วงเบาๆ แต่นั่นไม่ใช่ความหิวโหยธรรมดา มันคือความกระօหายในฝีมือการทำอาหารที่ผูกพันลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณ
ผ่านไปเพียงหนึ่งกช S (สองชั่วโมง) กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมาก่อนก็เริ่มลอยฟุ้งกระจายออกจากครัวหลังบ้านของตระกูลหาน
มันไม่ใช่กลิ่นผัดผักหรือต้มจืดธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมเย้ายวนของ ‘หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรลับเฉพาะ’ ที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานหลายชั่วยาม จนน้ำตาลเคี่ยวเคลือบผิวเนื้อหมูเป็นเงาวับ ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศจีนโบราณและพริกไทยดำคั่วจนฉุนกานต์ กลิ่นหอมอันทรงพลังนี้ไม่ได้ลอยอยู่แค่ในบ้าน แต่มันพัดพาไปตามสายลม ยามบ่ายพัดผ่านรั้วบ้าน ข้ามทุ่งนา และพุ่งตรงเข้าจมูกของชาวบ้านในหมู่บ้าน รวมถึง... ลูกค้าประจำที่กำลังเดินผ่านหน้าร้านของตระกูลเฉินพอดี!
อึก... เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นพร้อมๆ กันของกลุ่มคนที่เดินผ่านหน้าร้านภัตตาคารใหญ่
“กลิ่นอะไรวะ... หอมชิบหาย! หอมกว่าหมูตุ๋นภัตตาคารเหลาตระกูลเฉินเสียอีก!” ชายหนุ่มชาวบ้านคนหนึ่งอุทานออกมาอย่างลืมตัว จมูกฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมที่ลอยมาจากทิศทางบ้านของหลินฟางอย่างมึนงง
ณ ภัตตาคารตระกูลเฉิน เถ้าแก่เฉินที่กำลังนั่งนับเงินด้วยความสะใจพลันชะงักกึก เมื่อลูกน้องวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าซีดเผือด
“เถ้าแก่แย่แล้วขอรับ! ลูกค้า... ลูกค้าที่จองโต๊ะไว้ครึ่งหนึ่ง ลุกหนีออกจากร้านไปหมดแล้ว! พวกเขาบอกว่าทนกลิ่นหมูตุ๋นมาจากทางบ้านนังสะใภ้หลินไม่ไหว ตอนนี้คนแห่ไปยืนออกันหน้าร้านของนางยาวเป็นหางว่าวแล้วขอรับ!”
เถ้าแก่เฉินหน้าถอดสี ดีดตัวลุกขึ้นยืนพรวด มือหนาสั่นเทาชี้หน้าลูกน้อง “เป็นไปได้ยังไง! ข้ากว้านซื้อวัตถุดิบในตลาดจนเกลี้ยงแล้วนี่นา! นางเอาวัตถุดิบมาจากไหน?!”
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าร้านอาหารบ้านหาน แถวยาวเหยียดของลูกค้าที่ถือเงินสดแน่นในมือต่างส่งเสียงเซ็งแซ่แย่งกันสั่งอาหาร หลินฟางยืนตักข้าวสวยร้อนๆ โปะด้วยหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงชิ้นโตที่ฉ่ำซอสสีอำพัน ส่งประกายเงาวับน่ากินจนน้ำลายสอ ยื่นส่งให้ลูกค้ารายแรกด้วยรอยยิ้มสดใส
ทว่า ในวินาทีที่ลูกค้ารายนั้นกำลังจะอ้าปากกัดลงบนหมูตุ๋นชิ้นโต เสียงเคาะประตูดังปังกร้าวก็ขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับร่างของบุรุษแปลกหน้าในชุดขุนพลชั้นสูงผู้หนึ่ง ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหลินฟางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมปลาบกวาดมองหมูตุ๋นในหม้อดินด้วยแววตาหิวกระหายอย่างปิดไม่มิด
“แม่นางหลิน... ข้าได้รับคำสั่งด่วนจาก ‘ท่านแม่ทัพใหญ่’ ให้มาปิดซื้อสูตรอาหารทั้งหมดของเจ้าในราคาร้อยตำลึงทอง... ณ บัดนี้!”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีสโลว์ไลฟ์สุดฟินนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย•ตอนที่ 13
สงครามแย่งชิงวัตถุดิบ
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!