เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสาดส่องระรัวไปทั่วผนังกระจกนิกรีตของชั้นใต้ดิน กลิ่นอายของโอโซนผสมกับควันจางๆ จากแผงวงจรที่ถูกไวรัสมาตรการความปลอดภัยบดขยี้จนแหลکค่ายลอยคละคลุ้ง รินรดาเสยผมลวกๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติท่ามกลางความโกลาหลที่กำลังคืบคลานเข้ามา เธอไม่เคยคิดเลยว่าองค์กรเบื้องหลังที่ตามล่าตัวเธอจะกล้าบุกรุกเข้ามาถึงรังใหญ่ของตระกูลอัครเดชาโชติ—สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุดในเอเชีย
"ยัยตัวแสบ... บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำตัวเป็นภาระให้ฉันต้องตามเช็ดตามล้าง!"
น้ำเสียงเย่อหยิ่งทุบทำลายความเงียบขึ้นมากะทันหัน พร้อมกับร่างระหงของพริมาที่ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัว ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปดูสง่างามและอันตรายในเวลาเดียวกัน ดวงตาคู่คมกริบราวกับพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์รอบตัวด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของรินรดาที่แม้จะตื่นตระหนกแต่ก็ยังดื้อรั้นไม่ยอมแพ้
"ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยสักหน่อย คุณพริมา!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามด้วยความหวาดกลัว "ทางออกฉุกเฉินถูกล็อก... พวกมันกำลังมาทางนี้แล้ว คุณควรจะห่วงตัวเองมากกว่าจะมาสั่งฉันนะคะ!"
"ปากดีให้มันตลอดเถอะน่า" พริมาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงสด ทว่าแววตากลับไหววูบด้วยความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้มิดชิด "ถ้าเธอตายที่นี่ ศักดิ์ศรีของฉันคงป่นปี้หมดพอดี... ตามมา อย่าปล่อยให้มือฉันต้องสกปรกเพราะลากศพเธอเลย"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้สวนกลับคำพูดกวนประสาทนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินมืดทึบเบื้องหน้า เงาร่างกำยำในชุดยุทธวิธีสีดำสนิทพร้อมอาวุธครบมือปรากฏขึ้นในระยะประชิด แสงไฟฉายจากปลายกระบอกปืนกราดส่องตรงมายังจุดที่พวกเธอยืนอยู่
"เจอเป้าหมายแล้ว! จัดการซะ!"
เสียงคำรามต่ำทึบดังขึ้นพร้อมกับกระสุนนัดแรกที่พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ผนังปูนข้างตัวจนเศษปูนกระจาย รินรดาหลับตาปี๋โดยสัญชาตญาณ ทว่าก่อนที่ร่างของเธอจะได้ทันรับความเจ็บปวด เอวบางกลับถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนอุ่นของใครบางคน
พริมาดึงเธอกลิ้งหลบหลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กได้อย่างเฉียดฉิว กระสุนอีกหลายนัดพุ่งเจาะทะลุกระจกตู้เก็บเอกสารแตกกระจาย เสียงเศษแก้วร่วงหล่นกราวรูดเคล้ากับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่
"ยัยบ้าเอ๊ย... ยืนเป็นเป้านิ่งให้พวกมันยิงเล่นอยู่หรือไง!" พริมาสบถเบาๆ ใบหน้าสวยเฉียบอยู่ใกล้แค่คืบ จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย แววตาของทายาทมาเฟียสาวเวลานี้ไม่มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดันและสมาธิที่แน่วแน่ในการปกป้อง
"ก็ฉันไม่ได้พกปืนเหมือนคุณนี่!" รินรดาเถียงเสียงสั่น แม้ปากจะแข็งแต่ปลายนิ้วที่กำชายเสื้อสูทของพริมาแน่นกลับสั่นเทาอย่างปิดไม่มิด
"งั้นก็หุบปากแล้วเกาะฉันไว้แน่นๆ"
พริมาไม่รอให้รินรดาได้เอ่ยอะoอีก มือเรียวสวยควักปืนพกสั้นเก็บเสียงกระบอกงามออกจากซองหนังใต้แขนเสื้อขึ้นมาปลดล็อกอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าในการเคลื่อนไหวของเธองดงามราวกับนักล่าผู้ช่ำชองในความมืด ดวงตาสีนิลคู่นั้นหรี่ลงเมื่อประเมินระยะห่างของศัตรูที่กำลังเดินกระจายกำลังล้อมกรอบเข้ามา
ปัง! ปัง!
เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นสองนัดติดต่อกัน ร่างของชายชุดดำสองคนที่ย่างสามัคคีเข้ามาล้มฟุบลงกับพื้นทันทีโดยไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้อง ทว่าจำนวนของฝ่ายตรงข้ามมีมากกว่าและกำลังระดมยิงกดดันเข้ามาอย่างหนักหน่วงจนพวกเธอไม่สามารถโผล่หัวออกไปได้
"กระสุนใกล้หมดแล้ว..." พริมาพึมพำกับตัวเองขณะเช็กแมกกาซีน สายตาคมกวาดมองหาช่องทางหลบหนีรอบด้าน ซึ่งมีเพียงท่อระบายอากาศขนาดใหญ่เหนือศีรษะเท่านั้นที่เป็นทางรอดเดียว
"คุณพริมา... ข้างหลัง!"
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งแอบอ้อมมาทางด้านหลังของเสาที่พวกเธอกำลังหลบอยู่ พร้อมกับลำกล้องปืนที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังศีรษะของพริมาโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันสังเกตเห็น
ไม่มีเวลาให้คิดคำนวณและไม่มีเวลาให้ลังเล รินรดาพุ่งตัวเข้าใส่พริมาด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง แรงกระแทกทำให้ร่างของทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกับพื้นหลบวิถีกระสุนที่เจาะเข้าใส่เสาปูนอย่างเฉียดฉิว เศษปูนแตกกระเด็นบาดเข้าที่แก้มเนียนของรินรดาจนเลือดสีสดซึมไหลออกมา
"รินรดา! เธอทำบ้าอะไรเนี่ย!" พริมาตบะแตกเป็นครั้งแรก น้ำเสียงที่เคยราบเรียบเยือกเย็นกลับสั่นเครือด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นรอยแผลบนใบหน้าของคนอวดดี
"ฉัน... แค่ไม่อยากให้คนปากจัดอย่างคุณต้องมาตายเพราะช่วยฉันหรอกน่า..." รินรดาฝืนยิ้มเยาะทั้งที่ใบหน้าซีดเผือด ลมหายใจติดขัดจากแรงกระแทก
พริมามองภาพนั้น หัวใจที่เคยปิดตายมาตลอดชีวิตกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้หญิงคนนี้... คนที่ชอบต่อปากต่อคำและกวนประสาทเธอในทุกวินาที กลับเอาชีวิตเข้ามาแลกเพื่อความปลอดภัยของเธออย่างไม่กลัวตาย
ความเงียบงันถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าของศัตรูที่ประชิดเข้ามาทุกที พร้อมกับเสียงหัวเยาะเย้ยของหัวหน้าหน่วยสังหารที่ดังทะลุความมืดเข้ามา
"คิดว่าจะหนีพ้นหรือไงครับ คุณหนูพริมา... ยอมมอบตัวแต่ดีๆ เถอะครับ นายท่านรอคุณอยู่"
พริมาสูดลมหายใจเข้าลึก แววตาที่เคยฉายแววหวั่นไหวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกราะและเด็ดเดี่ยว เธอดันร่างของรินรดาให้เข้าไปหลบอยู่หลังซอกตู้คอนเทนเนอร์เหล็กที่แข็งแรงที่สุด ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกระชับปืนในมือมั่น
"หลบอยู่ตรงนี้... อย่าแม้แต่จะส่งเสียงเด็ดขาด" พริมากดเสียงต่ำสั่งด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ไม่อนุญาตให้ขัดขืน
"แล้วคุณล่ะ..." รินรดารั้งชายเสื้อของเธอไว้ แววตาไหวระริกเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจปิดบัง "อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนะ... คุณพริมา!"
พริมาหันกลับมามองสบตากับเธอเป็นครั้งแรกด้วยแววตาที่อ่อนแสงลงอย่างประหลาด มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ายวน ทว่าเด็ดเดี่ยวและมั่นคงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"บอกแล้วไง... ว่าไม่มีใครมีสิทธิ์รังแกเธอได้ นอกจากฉันคนเดียว"
พูดจบ พริมาก็พุ่งทะยานออกไปจากที่กำบังพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงกรีดร้องของความโกลาหลทั้งหมด ทิ้งให้รินรดานั่งหัวใจแทบวายอยู่เบื้องหลังด้วยความรู้สึกที่โหมกระหน่ำอยู่ในอกอย่างไร้การควบคุม
ทว่า... ในวินาทีที่เสียงปืนนัดสุดท้ายเงียบลง และความเงียบงัดเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง เสียงปรบมือช้าๆ ก้องกังวานก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว พร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ...
"เก่งมาก... หลานสาวตัวน้อยของฉัน ไม่เสียแรงที่ฉันเลี้ยงเธอมาให้เติบโตมาเป็นเหยื่อที่หวานฉ่ำขนาดนี้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะคะ
กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย•ตอนที่ 36
ปกป้องด้วยชีวิต
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักยัยคู่ปรับตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!