# ความตายคือจุดเริ่มต้น
"นายมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นทำไม พยัคฆ์... หรือความตายของฉัน มันคือสิ่งที่คุณเฝ้ารอมาตลอดสิบปี?"
เสียงของฉันแหบพร่า เลือดอุ่นๆ ที่ทะลักออกจากบาดแผลตรงหน้าอกไหลนองย้อมชุดสูทราคาแพงของชายตรงหน้าจนชุ่มโชก ฉันทำได้เพียงขยับริมฝีปากที่สั่นเทา พยายามฝืนยิ้มให้สมกับเป็น 'ศิลา' ที่ไม่เคยยอมแพ้ให้ใคร แม้ในวาระสุดท้ายของชีวิตก็ตาม
พยัคฆ์ไม่ได้ตอบในทันที เขาค่อยๆ โน้มตัวลงมา กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดที่ฉันเคยซื้อให้เขาในวันเกิดปีที่แล้วยังคงติดอยู่ที่ปกเสื้อ แต่มันกลับผสมปนเปไปกับกลิ่นคาวเลือดที่น่าสะอิดสะเอียน มือของเขาที่เคยจับมือฉันร่วมสาบานว่าจะสร้างอาณาจักรด้วยกัน บัดนี้กลับกระชับกริชเล่มงามที่ปักคาอยู่ในอกฉันแน่นขึ้นอีกนิด
"ศิลา... นายมันฉลาดเกินไป" เขากระซิบข้างหูฉัน เสียงนั้นราบเรียบ เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยชัยชนะที่ถูกวางแผนมาอย่างเลือดเย็น "ฉลาดจนน่ารำคาญ ฉลาดจนฉันต้องทำทุกอย่างเพื่อให้นายหายไปจากโลกนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะนายเอาแต่ขวางทางความยิ่งใหญ่ของฉัน นายก็คงไม่ต้องมานอนตายในอ้อมกอดของเพื่อนรักแบบนี้หรอก"
ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่ทรมานยิ่งกว่าคือความรู้สึกของคนที่ถูกแทงข้างหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุด ฉันหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นับพันย้อนกลับเข้ามาในหัว—การหักหลัง การทรยศของคนในองค์กร คำลวงที่เขาพ่นใส่หน้าฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฉันไม่ควรเชื่อใจใครเลย... โดยเฉพาะคนที่เรียกตัวเองว่าเพื่อน
"ฝากไว้ก่อนนะ... พยัคฆ์" ฉันเค้นเสียงสุดท้ายออกมาพร้อมกับแรงเฮือกสุดท้าย ก่อนที่โลกทั้งใบจะหมุนคว้าง ความมืดมิดเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ กลิ่นคาวเลือดจางหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่เหน็บหนาวจนจับขั้วหัวใจ
...
*พรึ่บ!*
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกจนแทบสำลัก ราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาได้ มือของฉันตะปบลงบนโต๊ะไม้สักตัวหรูอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น
"เป็นอะไรไปคะคุณศิลา? ดื่มน้ำก่อนสิคะ ดูท่าทางคุณจะเครียดกับเอกสารกองนี้มากไปนะ"
เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู ฉันลืมตาโพลง มองเห็นหญิงสาวในชุดเดรสทำงานเรียบกริบ เธอกำลังยื่นแก้วน้ำมาให้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
รินรดา?
ฉันขยี้ตาตัวเองอีกครั้ง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่มันไม่ใช่ภาพหลอนใช่ไหม? ฉันกวาดสายตามองไปรอบห้องที่คุ้นเคย มันคือห้องทำงานส่วนตัวของฉันในคฤหาสน์เก่าเมื่อสิบปีก่อน นาฬิกาเรือนทองที่ผนังกำลังเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า... ฉันได้หวนคืนมาแล้ว
ฉันก้มลงมองมือตัวเอง มันไม่มีรอยเลือด ไม่มีบาดแผลฉกรรจ์ มีเพียงรอยนาฬิกาข้อมือเรือนเก่าที่พยัคฆ์เคยซื้อให้เป็นของขวัญครบรอบการก่อตั้งบริษัท
"ศิลา? คุณมองฉันแบบนั้นทำไมคะ มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?" รินรดาถามซ้ำ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
ฉันแค่นยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่แม้แต่ตัวเองยังรู้สึกว่ามันช่างน่ากลัว พยัคฆ์... สิบปีก่อนสินะ? นายคงไม่คิดหรอกว่านรกจะส่งฉันกลับมาในวันที่นายยังสร้างตัวไม่สำเร็จ และในวันที่ฉันยังถือไพ่เหนือกว่านายอยู่ในมือ
"ไม่มีอะไรหรอกรินรดา" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทจนน่าใจหาย พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "แค่ฝันร้าย... ฝันที่ทำให้ฉันรู้ว่า ต่อไปนี้ฉันควรจะเล่นเกมกับคนแบบไหนถึงจะสนุกที่สุด"
"คะ?" รินรดาเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ
ฉันเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปเห็นรถหรูคันหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์ ทะเบียนรถนั้น... ทะเบียนที่ฉันจำได้แม่นยิ่งกว่าชื่อตัวเอง พยัคฆ์กำลังมาถึง และครั้งนี้ เขาจะไม่ใช่คนที่ถือมีดอยู่ในมืออีกต่อไป แต่จะเป็นฉันที่จะเป็นผู้กำหนดจุดจบของเขา
"เตรียมคนให้พร้อมรินรดา" ฉันเอ่ยสั่งโดยไม่หันไปมอง "และจำไว้... เริ่มตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ห้ามใครก็ตามที่ชื่อ 'พยัคฆ์' เข้ามาใกล้ตัวฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต และถ้าเขาถามหาความร่วมมือในโครงการใหม่... บอกเขาไปว่า ฉันสนใจมาก แต่ต้องจ่ายด้วยสิ่งที่เขารักที่สุดเท่านั้น"
รินรดานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เผยรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัยออกมา เธอคือคนเดียวที่รู้ว่าฉันเปลี่ยนไป แต่เธอฉลาดพอที่จะไม่ถามคำถามโง่ๆ
"รับทราบค่ะ... แล้วเราจะเริ่มเกมกันเลยไหมคะ?"
ฉันแสยะยิ้มให้กับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ที่พาดผ่านหน้าต่าง
"เกมมันเริ่มไปตั้งนานแล้วรินรดา... แค่คราวนี้ ฉันจะเป็นคนเขี่ยตัวหมากที่น่ารำคาญทิ้งเอง"
ขณะที่ฉันกำลังจะก้าวออกจากห้อง เสียงเคาะประตูที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นสามครั้งสม่ำเสมอ เป็นจังหวะที่ฉันจำได้ขึ้นใจว่ามันคือจังหวะเดียวกับที่เขามักจะใช้ในการทำลายความอดทนของฉันทีละน้อย ประตูห้องทำงานเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของเพื่อนรัก... คนที่เคยฆ่าฉันเมื่อสิบปีที่แล้ว
"ศิลา! ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่าเพื่อน? ฉันเอาโปรเจกต์ใหญ่มานำเสนอ นายต้องสนใจมันแน่ๆ"
เขาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสนิทสนมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ในดวงตาคู่นั้น... ฉันกลับเห็นประกายของความทะเยอทะยานที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากเพื่อนแท้ เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้ ฉันมองเห็นทะลุไปถึงไส้ในของแผนการที่เขากำลังจะหลอกล่อให้ฉันเดินลงหลุมอีกครั้ง
ฉันไม่ได้ตอบเขาในทันที แต่ค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาจนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่คืบ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนคนฟังต้องชะงัก
"นั่นสิ... ฉันเองก็สนใจโครงการของนายมากพยัคฆ์... แต่คราวนี้ หวังว่ามันจะไม่ใช่ 'กับดัก' ที่นายตั้งใจจะฝังฉันเหมือนที่ผ่านมาหรอกนะ?"
หวังว่ารี้ดทุกคนจะพร้อมรับมือกับความแค้นที่สั่งสมมาถึงสิบปีไปพร้อมกับศิลานะคะ
หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ•ตอนที่ 1
ความตายคือจุดเริ่มต้น
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนบัลลังก์เลือด: แผนพิฆาตทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!