คุณบรรณาธิการปากแซ่บกับนักเขียนสายดอง•ตอนที่ 6

เดดไลน์ระทึกขวัญ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ถ้าคุณยังกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะเอาแฟ้มต้นฉบับฟาดหน้าคุณจริงๆ ด้วยนะคะ!" เสียงแหลมสูงของรตาไม่ได้ช่วยให้ผู้หญิงส้นสูงปรี๊ดในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงหยุดเดิน เธอคนนั้นคือ 'มีน' อดีตแฟนเก่าที่ทิ้งรตาไปแต่งงานกับเศรษฐีหนุ่มเมื่อสามปีก่อน และตอนนี้ เธอกลับมายืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางออฟฟิศของสำนักพิมพ์ในยามวิกาล พร้อมกับถุงชาไข่มุกพรีเมียมในมือเสมือนเป็นแขกผู้มาเยือนที่น่ารัก "โถ... ต๋าคะ ยังใจร้อนปากแจ๋วเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ พอดีมีนแวะเอาของมาฝากพี่กรณ์เขาน่ะค่ะ เห็นว่าช่วงนี้ปั่นต้นฉบับหัวหมุนจนไม่เป็นอันกินอันนอน" มีนส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบด้วยพิษสงรอบตัว พลางปรายตามองสภาพรตาที่หัวฟู หน้ามันแผล็บเพราะนั่งจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์มานานกว่าสิบชั่วโมง บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธของรตา ทว่า ก่อนที่สงครามประสาทจะได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ประตูห้องกระจกด้านในก็เปิดผัวะออกมา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของกรณ์ในชุดเสื้อยืดเซอร์ๆ กางเกงวอร์ม และผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงราวกับรังนก "เสียงดังอะไรกัน... อ้าว มีน?" กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นแขกไม่ได้รับเชิญ สีหน้าของเขาไม่ได้มีความดีใจหรือประหลาดใจในทางที่ดี มีเพียงความรำคาญใจที่ฉายชัดผ่านดวงตาคมกริบคู่นั้น "กรณ์คะ มีนเป็นห่วง... เห็นว่าใกล้เดดไลน์แล้ว พี่กรณ์คงเครียดแย่ที่มี บ.ก. ปากร้ายคอยตามจิกกัดอยู่แบบนี้" มีนทำทีเป็นเดินเข้าไปใกล้ พร้อมจะใช้มือเรียวแตะแขนแกร่งของชายหนุ่มตามนิสัยคุ้นเคย แต่กรณ์กลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างเนียนๆ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของผู้ชายทำงานเร็วยิ่งกว่าไวรัส เขารีบก้าวฉับๆ มาหลบอยู่หลังเก้าอี้ของรตา ราวกับเด็กหนุ่มที่กำลังหลบหลังคุณแม่เวลาเจอคุณครูฝ่ายปกครอง "ต๋า ช่วยด้วย... ยัยนี่น่ากลัวกว่าเดดไลน์สิบเท่าอีกค่ะคุณ" กรณ์กระซิบเสียงเครือข้างหูของรตา ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอาสติของบรรณาธิการสาวกระเจิดกระเจิงชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเห็นยอดขายหนังสือตกเสียอีก "ถอยไปเลยนะนายกรณ์! นี่แฟนเก่าคุณนะ มายุ่งอะไรกับฉันเล่า!" รตาแหวใส่เบาๆ พลางศอกกลับเบาๆ ที่ชายโครงของคนฉวยโอกาส แต่รอยยิ้มมุมปากของเธอกลับซ่อนความหงุดหงิดปนขบขันไว้ไม่อยู่ "แฟนเก่าอะไรล่ะคะคุณ บล็อกเบอร์ บล็อกไลน์ ลบชื่อออกจากทะเบียนสมองไปตั้งนานแล้วค่ะ" กรณ์รีบปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับอดีตแฟนสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ดึกดื่นแล้วนะครับคุณมีน สำนักงานเราปิดทำการแล้ว ถ้าไม่มีเรื่องงาน กรุณากลับไปเถอะครับ ผมต้องเคลียร์ต้นฉบับกับ บ.ก. ส่วนตัวของผมต่อ" คำว่า 'บ.ก. ส่วนตัว' ทำเอาหัวใจของรตากระตุกวูบ แก้มใสร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด มีนกัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจ มองหน้ากรณ์สลับกับรตาด้วยแววตารjอริษยา ก่อนจะวางถุงชานมไข่มุกกระแทกโต๊ะเสียงดัง "ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะพี่กรณ์ ระวังจะโดนผู้หญิงคนนี้หลอกใช้จนหมดตัวนะคะ!" พูดจบ เธอก็สะบัดหน้าพรวดเดินกระแทกส้นสูงจากไป ทิ้งให้ทั้งห้องกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง รตาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนตามเดิม พลางคว้าแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนจืดชืดขึ้นมาดูดแก้เขิน "เหนื่อยกว่าตรวจต้นฉบับร้อยเท่าก็คือการรับมือกับแฟนเก่าคุณนี่แหละค่ะคุณกรณ์!" "Aww... หึงเหรอคะเนี่ย บ.ก. ต๋าขา" กรณ์โน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างเท้าพนักเก้าอี้ของเธอไว้ ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ดวงตาส่อแววเจ้าเล่ห์พราวระยับจนรตาไม่กล้าสบตาตรงๆ "หึงอะไรล่ะคะ! เพ้อเจ้อ! ไปนั่งปั่นต้นฉบับบทที่ 5 ต่อเลยนะยะ อีกสองชั่วโมงจะตีสามแล้ว ต้นฉบับยังมากองอยู่ครึ่งเรื่อง ถ้าไม่เสร็จ ฉันจะเอาชื่อคุณไปประจานลงเพจสำนักพิมพ์ว่า 'นักเขียนเบสต์เซลเลอร์หนีเที่ยวรอบดึก' ซะเลยนี่!" รตาแกล้งทำเป็นดุ กลบเกลื่อนความสั่นไหวในอกด้วยการชูแฟ้มต้นฉบับขึ้นขู่ "โหดร้ายจังเลยค่ะ... แต่ชอบนะ" กรณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมผละตัวออกไปนั่งประจำที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองแต่โดยดี บรรยากาศในห้องทำงานกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงรัวนิ้วพิมพ์คีย์บอร์ดก๊อกแก๊กสลับกับเสียงถอนหายใจของทั้งคู่ รตาขยับเก้าอี้เข้ามานั่งประกบข้างๆ กรณ์ เพื่อช่วยคิดพล็อตและเกลาประโยคสดๆ ร้อนๆ เคียงบ่าเคียงไหล่อย่างเอาเป็นเอาตาย "ตรงนี้ไม่ได้ค่ะคุณกรณ์ พระเอกต้องมีความลังเลมากกว่านี้ จะมาสารภาพรักดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้ คนอ่านจะอินได้ยังไง ยัยนางเอกเรื่องนี้ฟอร์มจัดจะตาย" รตานิ้วเรียวจิ้มหน้าจอ ชี้จุดที่ต้องแก้ด้วยแววตาจริงจัง "อ้าว ก็ผมอยากให้พระเอกมันใจตรงกับปากเหมือนใครบางคนนี่นา..." กรณ์พึมพำเบาๆ พลางหันมามองเสี้ยวหน้าของบรรณาธิการสาวที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำงาน แสงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบแพขนตางอนและจมูกโด่งรั้น ทำให้ความเหนื่อยล้าตลอดสามชั่วโมงที่ผ่านมามลายหายไปจนหมดสิ้น รตาชะงักไปนิดเมื่อหันมาสบตาเข้ากับนัยน์ตาหวานเชื่อมที่มองมาอย่างไร้ความง่วงงุน ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ทันพูดอะไรแซวกันแก้เขิน เสียงแจ้งเตือนแชตจากหน้าจอมือถือของรตาก็สั่นครืดคราดขึ้นมาขัดจังหวะ รตาก้มลงมองหน้าจอ เป็นข้อความจากกลุ่มไลน์สำนักพิมพ์ที่ถูกส่งเข้ามาตอนตีสองครึ่ง จากกองบรรณาธิการใหญ่ [ บ.ก. หัวหน้าฝ่าย: @รตา @กรณ์ ด่วนที่สุด! ทางโรงพิมพ์โทรมาแจ้งว่าแท่นพิมพ์มีปัญหา ต้องส่งต้นฉบับฉบับสมบูรณ์ทั้งหมดภายใน 'เจ็ดโมงเช้าวันนี้' เท่านั้น ไม่งั้นหนังสือออกไม่ทันงานสัปดาห์หนังสือแน่! ] รตาเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำมือถือร่วงลงพื้น "ตายแล้วคุณกรณ์! เราเหลือเวลาอีกแค่สี่ชั่วโมง..." รตาหันไปมองหน้าชายหนุ่มด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด กรณ์หรี่ตาลง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้งอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เขายื่นมือหนามาคว้ามือบางของรตามากุมไว้แน่น อบอุ่น และมั่นคง ท่ามกลางความระทึกขวัญของเดด라이น์ที่กำลังไล่ล่า "ไม่ต้องห่วงค่ะ บ.ก. ต๋า..." กรณ์กระซิบเสียงนุ่ม ทิ้งสายตาหวานซึ้งที่ทำเอาหัวใจคนฟังแทบหยุดเต้น "ถ้าคุณอยู่ข้างๆ ผม... ผมเขียนจบ 'ทั้งเล่ม' ภายในตีห้าให้ดูเลย" และในวินาทีที่รตากำลังจะดึงมือกลับเพื่อด่าความมั่นหน้าของเขา ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทอยู่... ก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารในมือ [โปรดติดตามตอนต่อไป] --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมานั่งเม้าท์มอยและให้กำลังใจยัยต๋าคนเปิ่นกับนายกรณ์กันเสมอนะคะ ❤️
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณบรรณาธิการปากแซ่บกับนักเขียนสายดอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%