กลิ่นกำมะถันจาง ๆ ที่ลอยอวลอยู่ปลายจมูกไม่ได้ทำให้รุกะรู้สึกรู้สาแม้แต่น้อย มือเรียวบางในถุงมือหนังสีดำขשלยังคงคีบหลอดแก้วบรรจุผลึกมานาสีครามเข้มด้วยความนิ่งสนิท ราวกับสิ่งที่เพิ่งระเบิดคามือไปเมื่อสามวินาทีที่แล้วเป็นเพียงแค่การต้มน้ำชาในยามบ่าย ไม่ใช่ความผิดพลาดทางเวทมนตร์ระดับเกรดสี่ที่เกือบทำให้ห้องเรียนวิชาธาตุดั้งเดิมกลายเป็นจุล
เศษควันสีม่วงอมชมพูยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือโต๊ะปฏิบัติการ แผ่ซ่านไอความร้อนระอุที่กัดกร่อนพื้นผิวโต๊ะไม้โอ๊กโบราณจนขึ้นรอยดำไหม้เป็นวงกว้าง นักเรียนรอบข้างต่างพากันถอยร่นกรูดไปชิดผนังห้องราวกับหวาดกลัวว่าเด็กหนุ่มปีสองผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหัวรั้นคนนี้จะเสกอะไรพิสดารออกมาอีก
"รุกะ... นี่เป็นครั้งที่สามของสัปดาห์นี้นะคะ ที่คุณทำให้ห้องเรียนของดิฉันเกือบต้องสร้างใหม่"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบทว่าทรงอำนาจดังขึ้นจากหน้าห้อง ศาสตราจารย์เอลเลียตยืนกอดอกพิงขอบกระดานดำ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะสีเงินจดจ้องมายังร่างเพรียวบางที่ยังคงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมศาสตราจารย์สีชาดเดินฝ่ากลุ่มควันเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน รองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นหินส่งเสียงก้องกังวานในความเงียบสงัดที่ถูกความหวาดกลัวเข้าครอบงำ
"ผมแค่กำลังทดลองสมมติฐานใหม่เกี่ยวกับอัตราการสลายตัวของมานาบริสุทธิ์ครับ... เอ้ย หมายถึงค่ะ" รุกะแก้คำพูดอย่างลื่นไหลเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงปกติ ดวงตากลมโตสีอำพันกะพริบปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสา รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นบางเบาราวกับจะท้าทายอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากร่างของอาจารย์หนุ่ม "อีกอย่าง ผลลัพธ์มันก็พิสูจน์แล้วนี่คะว่าสมมติฐานของผม... ของดิฉันถูกต้อง แรงดันเวทเมื่อครู่ทะยานขึ้นไปถึงร้อยละสามสิบห้าเชียวนะคะ"
เอลเลียตหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะของรุกะ ร่างสูงใหญ่บังแสงไฟจากโคมระย้าด้านบนจนเกิดเงาทอดทับลงมาคลุมร่างของเด็กหนุ่มจนมิด เขามองรอยไหม้บนโต๊ะสลับกับใบหน้าเนียนใสที่ไม่มีความสำนึกผิดแม้แต่น้อย แววตาคู่คมฉายประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก—มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความเหนื่อยหน่ายระคนทึ่งที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเคร่งขรึม
"ร้อยละสามสิบห้าของแรงดันที่เกินขีดจำกัด... ย่อมหมายถึงแรงสะท้อนที่อาจทำให้เส้นประสาทมานาของคุณระเบิดเป็นจุลได้เช่นกัน รุกะ" เอลเลียตโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนแทบจะกระซิบ เสียงของเขาเย็นเยียบแต่กลับตราตรึงอยู่ในโสตประสาทของทุกคนในห้อง "คุณมีความสามารถเกินกว่าหลัก
สูตรปีสองจะรองรับได้ นั่นคือความจริง แต่ความอวดดีและนิสัยชอบแหกกฎของคุณ... มันกำลังสร้างภาระให้คนอื่น"
"อุ๊ย ชมกันเกินไปแล้วค่ะศาสตราจารย์ ดิฉันเขินแย่เลยนะคะ" รุกะแสร้งยกมือขึ้นทาบอก ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นคิ้วคมเข้มของอาจารย์หนุ่มกระตุกเข้าหากันเล็กน้อย ความกวนประสาทนี้คือเกราะกำบังชั้นดีที่เขาสวมไว้เพื่อซ่อนความจริงบางอย่าง... ความจริงที่ว่าเขากำลังตามหาเบาะแสเกี่ยวกับบันทึกเวทต้องห้ามที่เชื่อมโยงกับการตายอันปริศนาของพี่ชาย ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในสถานที่ที่ไม่มีใครอยากก้าวเท้าเข้าไป
เอลเลียตหรี่ตาลงเล็กน้อยราวกับอ่านทะลุปรุโปร่งถึงความคิดซุกซนที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้น มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำเอารุกะถึงกับใจกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"ในเมื่อคุณมีพลังงานเหลือเฟือที่จะมาผลาญห้องเรียนเล่นเช่นนี้ รุกะ..." เอลเลียตผายมือไปทางประตูบานใหญ่ "บทลงโทษสำหรับความผิดในวันนี้... จงไปจัดการทำความสะอาดหอสมุดโบราณชั้นใต้ดินเขตสามด้วยตัวเองโดยห้ามใช้เวทมนตร์ทุ่นแรงแม้แต่บทเดียว ภายในเวลาเที่ยงคืนนี้"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบา ๆ ในหมู่ __นักเรียน__ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า "หอสมุดโบราณเขตสาม" คือสุสานแห่งหนังสือต้องห้ามที่มีอาคมดักจับวิญญาณและฝุ่นละอองเวทที่กัดกร่อนผิวหนังได้หากสัมผัสโดยตรง การทำความสะอาดที่นั่นด้วยมือเปล่าเป็นเวลาหลายชั่วโมง แทบไม่ต่างอะไรกับการถูกเนรเทศไปใช้แรงงานในเหมืองมานา
รุกะชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มกวนประสาทเกือบหลุดออกจากใบหน้า แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมาเขาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทายกลับไปทันที
"รับบัญชาค่ะศาสตราจารย์ หวังว่ากองหนังสือโบราณพวกนั้นจะน่าสนใจพอที่จะไม่ทำให้ดิฉันหลับคาไม้กวาดซะก่อนนะคะ"
รุกะโค้งตัวประชดประชันหนึ่งครั้งก่อนจะคว้ากระเป๋าหนังคู่ใจแล้วเดินสวนออกไปจากห้อง ทิ้งให้เอลเลียตยืนมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและซับซ้อนเกินกว่าใครจะคาดเดา
เมื่อร่างของเด็กหนุ่มลับตาไปจากกรอบประตู เอลเลียตก็ก้มลงหยิบเศษกระดาษชิ้นเล็ก ๆ ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นข้างโต๊ะปฏิบัติการขึ้นมา มันคือแผ่นกระดาษที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ แต่เต็มไปด้วยอักขระโบราณซับซ้อนที่แม้แต่นักเวทระดับสูงยังต้องใช้เวลาถอดรหัสเป็นวัน ๆ
ดวงตาคมกริบของศาสตราจารย์หนุ่มหรี่ลงเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้น ๆ บนแผ่นกระดาษนั้น... ข้อความที่ระบุพิกัดของห้องใต้ดินต้องห้ามอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกผนึกไว้ด้วยเลือดของตระกูลรุกะเมื่อสิบปีก่อน
ทันใดนั้น เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับมาจากความว่างเปล่าก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา พร้อมกับแสงสีแดงฉานที่กะพริบวาบขึ้นบนหน้าต่างกระจกสีของห้องเรียน
*[แจ้งเตือนระบบภารกิจลับ: ตรวจพบการปลุกผนึกเขตต้องห้ามระดับ SSS 'ห้องทดลองสูญญากาศแห่งเอลเดอร์' เป้าหมาย: รุกะ กำลังมุ่งหน้าสู่อันตรายที่อยู่นอกเหนือการควบคุม]*
เอลเลียตขมวดคิ้วแน่น ร่างสูงพุ่งตัวออกไปจากห้องเรียนด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปทันทีเมื่อตระหนักว่า... เกมที่เด็กหนุ่มคนนั้นกำลังเล่นอยู่นั้นอันตรายเกินกว่าที่เขาจะปล่อยให้เผชิญหน้าเพียงลำพังเสียแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับความป่วนและปริศนานี้นะคะ
เด็กเรียนหัวกะทิตัวป่วนกับศาสตราจารย์หน้าตาย•ตอนที่ 1
ระเบิดเวทบทแรกในห้องเรียนเงียบสงบ
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็กเรียนหัวกะทิตัวป่วนกับศาสตราจารย์หน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
