"ฉันว่าเส้นสายมินิมอลแบบนี้มันตายซากค่ะคุณคิม ถ้าเราจะรีโนเวทคอมมูนิตี้สเปซกลางกรุงให้คนรุ่นใหม่อยากเข้ามาใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่สร้างกล่องคอนกรีตหน้าตาเย็นชาแล้วแปะป้ายว่าโมเดิร์นหรอกนะคะ"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังขึ้นผ่าความเงียบของห้องประชุมใหญ่ ชั้นสี่สิบของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ รินรดาชะงักปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือ เปลือกตาบางกะพริบช้าๆ ก่อนจะเงยขึ้นสบกับเจ้าของเสียงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะประชุมกระจกเงาวับ
มินตรา... อินฟลูเอนเซอร์สาวสายแต่งบ้านและไลฟ์สไตล์ผู้มียอดผู้ติดตามหลักล้าน เธอกำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ สวมเสื้อสูทโอเวอร์ไซส์สีเขียวพาสเทลที่ขับให้ผิวขาวออร่าเปล่งประกาย เส้นผมลอนยาวสลวยสะบัดน้อยๆ ตามจังหวะการพูด รอยยิ้มมั่นใจระบายอยู่บนเรียวปากอิ่มสีพีช แต่ดวงตากลับคมกริบราวกับพร้อมจะขย้ำสถาปนิกทุกคนที่ขวางทางโปรเจกต์ในฝันของเธอ
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเยียบเย็นพอกับอุณหภูมิแอร์ในห้อง
"ตายซากเหรอคะ?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนคนฟังต้องหันมามอง "สถาปัตยกรรมที่ผ่านการคำนวณโครงสร้าง การใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า และปรัชญาการออกแบบที่คงอยู่เหนือกาลเวลา คุณเรียกว่ามันตายซาก หรือเป็นเพราะคุณมองเห็นแต่ความฉาบฉวยตามกระแสโซเชียลมีเดียกันแนคะ?"
บรรยากาศในห้องประชุมลดฮวบลงทันที กวินที่นั่งคั่นอยู่ตรงกลางระหว่างสองสาวถึงกับลอบกลืนน้ำลาย เขารู้จักเพื่อนสนิทอย่างรินรดาดี ผู้หญิงคนนี้คือสถาปัตยกรรมเคลื่อนที่ เจ้าระเบียบ สมบูรณ์แบบ และไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ ยิ่งกับอินฟลูเอนเซอร์สายคอนเทนต์ที่เธอแอบปรามาสอยู่ในใจว่า 'เน้นสวยแต่รูปจูบไม่หอม' ด้วยแล้ว การปะทะกันครั้งนี้จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้
"โอ๊ะ! ร้อนแรงจังนะคะคุณสถาปนิก" มินตราโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ข้อศอกยันทับบนโต๊ะ ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย "ฉันไม่ได้บอกว่าดีไซน์ของคุณใช้ไม่ได้ แต่เรากำลังพูดถึง 'พื้นที่สาธารณะ' ค่ะ พื้นที่ที่มนุษย์เงินเดือน คนรักศิลปะ หรือแม้แต่เด็กวิ่งเล่นเขาจะรู้สึก 'อยากอยู่' ไม่ใช่ยืนมองแล้วเกร็งกลัวว่าจะไปทำลายความสมบูรณ์แบบของเส้นสายที่คุณอุตส่าห์ขีดเขียนมา"
"ถ้าเราตามใจกระแสพร่ำเพรื่อ พื้นที่นั้นก็จะไร้ตัวตนค่ะ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างเพรียวระหงในชุดสูทสีเทาดำเข้ารูปดูน่าเกรงขาม เธอกวาดสายตามองมินตราตั้งแต่หัวจรดเท้า "งานออกแบบต้องมีรากฐาน ไม่ใช่แค่เอาต้นไม้ปลอมมาตั้งแล้วบอกว่านี่คือพื้นที่สีเขียวเพื่อเรียกยอดไลก์"
"นี่คุณ!" มินตราผุดลุกขึ้นบ้าง ความสูงของเธอไม่ได้ด้อยไปกว่ารินรดาเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธระคนหมั่นไส้ "อย่ามาดูถูกวิธีคิดของฉันนะ รินรดา! คนแบบคุณน่ะเก่งแต่ก้มหน้าอยู่แต่ในกระดาษ ไม่เคยลงมามองโลกความเป็นจริงด้วยซ้ำว่าคนเขาต้องการอะไร!"
"พอๆๆ ครับคุณริน คุณมิน! ใจเย็นกันก่อนครับ เรามาประชุมเพื่อหาจุดร่วม ไม่ใช่มาเปิดศึกแลกหมัดกันกลางดงบอร์ดบริหารนะคะ!" กวินรีบแทรกตัวขึ้นยืนผายมือปรามทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มแห้งแล้ง พร้อมส่งสายตาขอความเห็นใจไปยังบอร์ดบริหารที่นั่งอมยิ้มดูมวยคู่เอกกันอย่างสนุกสนาน
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่ตีตื้นขึ้นมา เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกราบมองมินตราเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันไปทางประธานกรรมการ
"ดิฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ หวังว่าเวลาสิบนาทีนี้จะช่วยให้ใครบางคนแถวนี้เข้าใจความแตกต่างระหว่าง 'งานออกแบบระดับมืออาชีพ' กับ 'การจัดฉากถ่ายรูป' มากขึ้น"
พูดจบ รินรดาก็ก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมด้วยจังหวะที่มั่นคงและสง่างาม ทิ้งให้มินตรายืนกำมือแน่นด้วยความเจ็บใจ
ประตูห้องน้ำหญิงเงียบสงบและเย็นฉ่ำ รินรดายืนค้ำอ่างล้างหน้า ปล่อยให้น้ำเย็นจากก๊อกไหลผ่านปลายนิ้วเพื่อดึงสติ ความตึงเครียดจากครอบครัวที่คาดหวังให้เธอต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ บวกกับโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่นี้ ทำให้เธอแบกรับความกดดันมหาศาลจนแทบหายใจไม่ออก และยัยอินฟลูเอนเซอร์ปากจัดคนนั้นก็ดันเข้ามาสะกิดปมทั้งหมดในคราวเดียว
*ผู้หญิงอะไร... น่ารำคาญสิ้นดี* รินรดาคิดในใจขณะเงยหน้ามองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก
แ음วทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ก้าวเข้ามาในห้องน้ำ รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาของใครบางคนสะท้อนผ่านกระจก ร่างเพรียวของมินตราเดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่อ่างข้างๆ ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นไม่ได้มีเค้าลางของความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก
"ตามมาทำไมคะ?" รินรดาถามเสียงห้วน พลางหยิบกระดาษทิชชُّขึ้นมาซับมือ
"เปล่าค่ะ แค่อยากมาเตือนด้วยความหวังดี" มินตราพิงสะโพกกับขอบอ่างล้างหน้า ดวงตาสีเข้มจ้องมองรินรดานิ่ง "ที่คุณเกรี้ยวกราดใส่ฉันเมื่อกี้... จริงๆ แล้วกลัวว่าไอ้ดีไซน์เนี๊ยบๆ ของตัวเองมันจะสู้เสียงสะท้อนจากประชาชนจริงๆ ไม่ได้ต่างหากล่ะคะ"
รินรดาหันขวับกลับมาประชิดตัว ดวงตาสีเทาเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้กันเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจ รินรดาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ด้วยความถือดี
"ถ้ามั่นใจนักว่าเสียงของคุณมันมีน้ำหนักพอ ก็ลองพิสูจน์ให้บอร์ดเห็นสคะว่าไอ้คอนเทนต์ผิวเผินของคุณจะรอดพ้นจากเงื้อมมือสถาปนิกหัวโบราณอย่างฉันได้ยังไง"
มินตราไม่ถอยหนี เธอกลับโน้มตัวเข้าหามากกว่าเดิม ปลายจมูกแทบจะชนกันจนรินรดารู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดริมฝีปาก รอยยิ้มยั่วเย้าปรากฏขึ้นบนเรียวปากของอินฟลูเอนเซอร์สาว
"ระวังนะคะคุณสถาปนิก..." มินตรากระซิบแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงนุ่มทุบชวนใจสั่น "คนที่ปากแข็งมากๆ สุดท้าย... มักจะตกหลุมพรางของสิ่งที่ตัวเองเกลียดเข้าสักวัน"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างแรงในจังหวะที่สบเข้ากับดวงตาพราวระยับคู่นั้น ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยคำโต้เถียงใดๆ ออกไป เสียงเคาะประตูก็หักล้างความเงียบ พร้อมกับเสียงกวินที่ตะโกนแทรกเข้ามา
"คุณรินครับ! คุณมิน! รีบกลับเข้าห้องประชุมด่วนเลยครับ... มีแขกที่ไม่คาดคิดโผล่มา และเขาบอกว่าต้องการพบ 'ผู้ออกแบบหลักทั้งสองคน' เดี๋ยวนี้!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูเข้าสู่โลกใบนี้ด้วยกันนะคะ แล้วเราไปลุ้นต่อในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกมาดนิ่งกับยัยอินฟลูฯ สายดีไซน์•ตอนที่ 1
จุดตัดของเส้นขนาน
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับยัยอินฟลูฯ สายดีไซน์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
