รอยแค้นข้ามภพ: สยบอ๋องทรราชด้วยปลายปากกา•ตอนที่ 6

จดหมายลับหลังม่าน

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"กาน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายครามใบนั้น... ช่างเป็นงานฝีมือจากเตาเผาหลวงที่หาชมได้ยากยิ่งนักเพคะ" สุ้มเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมปรากฏขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องโถงชั้นในของเรือนรับรอง หลี่ซูเหวินขยับกายเล็กน้อย อาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีนวลปักลายดอกเหมยด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสงตะเกียงวับแวม นางนั่งหลังตรงสง่างาม ปลายเล็บสวมปลอกทองคำสลักลวดลายวิจิตรบรรจงเคาะลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังเคาะระฆังพิพากษาชะตากรรมของใครบางคน เบื้องหน้าของนางคือ ‘ชุนเซียง’ สาวใช้คนสนิทที่รับใช้ในเรือนหลังนี้มานานร่วมห้าปี ร่างของอีกฝ่ายสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวซีด ปลายนิ้วที่ประสานกันแน่นจิกเข้าหากันจนเล็บจิก "บ่าว... บ่าวไม่เข้าใจที่ฮูหยินกล่าวเพคะ" ชุนเซียงเค้นเสียงตอบ ดวงตาหลุบต่ำ ไม่กล้าสบสายตากับสตรีเบื้องหน้าผู้มีรัศมีกดดันประหลาด "ไม่เข้าใจ หรือแสร้งว่าไม่เข้าใจกันแน่" ซูเหวินแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา รอยยิ้มนี้... หญิงสาวผู้เคยผ่านความตายในตำหนักเย็นมาแล้วย่อมรู้ซึ้งดีว่า มันงดงามเพียงใดในสายตาของเหยื่อที่กำลังจะดิ้นรน "เจ้าเข้ามาทำงานในจวนอ๋องตั้งแต่ปีที่สามที่องค์ชายหนานกงเหยียนทรงขึ้นดำรงตำแหน่งอ๋องทมิฬ ฝีมือการชงชาและการจัดเตรียมเครื่องหอมของเจ้าเป็นที่เลื่องลือ แม้แต่ท่านอ๋องยังเคยเอ่ยปากชมว่าเจ้ามีความละเอียดอ่อนยิ่ง" ซูเหวินลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายกระโปรงยาวลากพื้นส่งเสียงเสียดสีกับพรมปูพื้นหนานุ่ม นางก้าวเข้าไปใกล้สาวใช้ทีละน้อย กลิ่นอายความเยือกเย็นแผ่ออกมาจากตัวนางราวกับละอองเหมันต์ "แต่เจ้าคงหลงลืมไป... ว่าใบชา ‘หลงจิ่ง’ ยอดฤดูใบไม้ผลิที่เจ้าแอบนำมาเปลี่ยนในสำรับของท่านอ๋องเมื่อสามวันก่อน เป็นใบชาชนิดเดียวกับที่ข้าเคยใช้ในตำหนักสกุลหลี่เมื่อชาติก่อน" ซูเหวินโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของชุนเซียง น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบยาพิษ "และที่สำคัญที่สุด... มีเพียงคนของตระกูลอัครเสนาบดีฝั่งตรงข้ามเท่านั้น ที่นิยมชมชอบการอบใบชาด้วยกลิ่นดอกอ้ายเฉ่าเพื่อกลบเกลื่อนพิษเรื้อรัง" ชุนเซียงสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกโพรงด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด ความลับที่ถูกซ่อนเร้นมานานนับปี บัดนี้กลับถูกเปิดโปงออกมาอย่างง่ายดายด้วยวาเพียงไม่กี่คำจากปากสตรีผู้นี้! "ท่าน... ท่านพูดเรื่องอะไรกัน ฮูหยิน ท่านกำลังใส่ร้ายบ่าว!" ชุนเซียงกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้ร่างบางทรุดตัวลงโอบกอดข้อเท้าของซูเหวิน น้ำตาไหลพรั่งพรู "บ่าวรับใช้ด้วยความจงรักภักดีมาโดยตลอด ท่านอ๋องทรงโปรดปราน... อ๊าก!" ยังไม่ทันที่ชุนเซียงจะได้เอื้อnคำใดต่อ ประตูห้องโถงไม้สักแกะสลักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง สายลมยามค่ำคืนพัดพาไอเย็นเยียบเข้ามาวูบหนึ่ง พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมฆาทมิฬด้วยดิ้นทอง อ๋องหนานกงเหยียนก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและไร้ซุ่มเสียง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองภาพเบื้องหน้าด้วยความเยือกเย็นและดุดัน ไอสังหารแผ่ซ่านออกมารอบกายจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น "เกิดอะไรขึ้นที่นี่" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงสั้นๆ ทว่ากดดันให้ทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ ซูเหวินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียมอย่างงดงามไร้ที่ติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในแผ่นดินผู้นี้ด้วยแววตานิ่งสงบ "ทูลท่านอ๋อง หม่อมฉันเพียงกำลังช่วยท่านกวาดล้าง ‘ฝุ่นผง’ ที่เกาะกินรากฐานจวนอ๋องมานานหลายปีเพคะ" ซูเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคง ชี้ไปยังสาวใช้ที่ตัวสั่นงันท่ามกลางแทบเท้าของตน หนานกงเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาปรายตามองชุนเซียงที่บัดนี้หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ก่อนจะเบนสายตากลับมามองสตรีตรงหน้า ความสงสัยระคนทึ่งฉายชัดขึ้นในแววตาคู่คม เขาเฝ้าสืบหาตัวหนอนบ่อนไส้ที่ซรกซึมอยู่ในจวนมานานแรมปี แต่กลับไม่มีเบาะแสใดๆ ชัดเจน จนกระทั่งสตรีผู้นี้ก้าวเข้ามาในจวนได้ไม่ถึงเดือน นางกลับใช้เวลาเพียงชั่วก้านธูปเดียวในการกระชากหน้ากากของสายลับตระกูลใหญ่ได้อย่างหมดจด "เจ้าเอาหลักฐานอะไรมาพูด" หนานกงเหยียนเอ่ยเสียงเข้ม ก้าวเข้ามาประชิดตัวซูเหวิน กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังโอบล้อมร่างบางไว้ ทว่าซูเหวินหาได้ถอยหนีไม่ นางกลับเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ "หลักฐานอยู่ที่นางแล้วเพคะ... และถ้าท่านอ๋องทรงอนุญาต หม่อมฉันยังมี ‘บัญชีรายชื่อ’ ของคนอื่นๆ ที่เหลืออยู่อีกครึ่งค่อนจวน ที่อาจทำให้ใต้เท้าต้องประหลาดใจว่า ใครบ้างที่ขายข่าวความเคลื่อนไหวของกองทัพทมิฬให้แก่ราชสำนักฝ่ายใน" คำพูดของซูเหวินทำเอาชุนเซียงถึงกับหน้าถอดสี ร่างกายอ่อนปวกเปียกจนแทบสิ้นสติ ส่วนหนานกงเหยียนนั้น นัยน์ตาคมกริบไหววูบชั่วขณะ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง เต็มไปด้วยความชื่นชมและระแวดระวังในคราเดียวกัน "เจ้าช่าง... เกินความคาดหมายของข้าจริงๆ หลี่ซูเหวิน" หนานกงเหยียนเอ่ยกระซิบชิดริมหางตาของนาง เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายด้วยความพึงพอใจ ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและชวนให้หัวใจเต้นระส่ำนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็กระโดดลงมาจากหลังคา ก่อนจะพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยท่าทางตื่นตระหนก "เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ! ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ถูกส่งมาถึงหน้าประตูจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์เงายื่นหีบไม้ประทับตราหยกสีชาดส่งให้ด้วยมือที่สั่นเทา หนานกงเหยียนรับมาด้วยใบหน้าไร้ระลอกคลื่น ทว่าเมื่อเขาเปิดฝากล่องออกและกวาดสายตาอ่านข้อความด้านในเพียงปราดเดียว นัยน์ตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นก็หรี่แคบลงจนเหลือเพียงนิดเดียว รังสีอำมหิตพวยพุ่งทะลักออกมาจากร่างของเขาราวกับคลื่นพายุคลั่ง ซูเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย นางก้าวเข้าไปชะโงกมองข้อความในราชโองการนั้นด้วยความสงสัย ก่อนที่ดวงตางามจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นชื่อผู้มีพระราชกระแสรับสั่งลงนามในท้ายกระดาษ... มันไม่ใช่ราชโองการแต่งตั้งหรือปลดตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น... แต่มันคือพระราชโองการลับสั่งประหารชีวิต ‘หลี่ซูเหวิน’ ทันทีโดยไม่ต้องไต่สวน! และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากนอกกำแพงเรือน พร้อมกับลูกธนูอาบยาพิษนับร้อยดอกที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาปักตรงหน้าพวกเขาอย่างแม่นยำ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เงียบแต่ฟาดเรียบ" มา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นข้ามภพ: สยบอ๋องทรราชด้วยปลายปากกา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%