“ถ้าพวกแกยังไม่อยากตายที่นี่ ก็ไสหัวออกไปให้พ้นสายตาฉันซะ!”
เสียงตะคอกแหบพร่าด้วยความหวาดกลัวดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงหินอัคนีชั้นที่เจ็ดของดันเจี้ยนระดับ S ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและควันไฟจากเวทมนตร์ระเบิดที่เพิ่งมอดดับลง สภาพของปาร์ตี้ ‘สิงห์อัคคี’ กิลด์ยักษ์ใหญ่ที่เคยประกาศกร้าวว่าจะพิชิตดันเจี้ยนนี้ด้วยตัวคนเดียว บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังและสภาพที่ไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก
‘ก้องภพ’ หัวหน้าปาร์ตี้ผู้เคยมีใบหน้าหยิ่งทะนงและสายตาดดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น บัดนี้เข่าทรุดฮวบลงกับพื้นหินที่เปื้อนฝุ่นควัน เสื้อเกราะเวทมนตร์ราคาแพงแตกละเอียดจนไม่เหลือชิ้นดี แขนซ้ายห้อยรุ่งริ่งเพราะกระดูกแหลกละเอียดจากแรงกระแทกของบอสประจำดันเจี้ยน เลือดสีแดงฉานไหลอาบใบหน้าซีดเผือดที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อความตายที่คืบคลานเข้ามาทุกขณะ
ข้างกายเขาคือ ‘พงศกร’ แทงก์เกอร์ร่างยักษ์ที่เคยใช้โล่กระแทกธรณินจนกลิ้งตกลงไปในเหวลึกเมื่อหลายเดือนก่อน บัดนี้เขากำลังนอนหายใจรวยริน ขาขวาขาดหายไปครึ่งท่อน เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาไม่หยุดจนสติแทบจะเลือนราง ร่างกายที่เคยกำยำล่ำสันสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดทรมานและเสียงครางครวญที่น่าเวทนา
“ช่วยด้วย… ใครก็ได้… ฮีลเลอร์… ใครก็ได้ช่วยพวกเราที!” พงศกรส่งเสียงร้องขอชีวิตด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง น้ำตาและคราบเหงื่อไหลรวมกันบนใบหน้าที่บิดเบี้ยว ความหยิ่งยโสที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่ต้องการความรอด
ทว่า ในดันเจี้ยนระดับ S ที่ไร้ซึ่งฮีลเลอร์ประจำกลุ่ม เพราะพวกมันเคยขับไล่และเหยียดหยามฮีลเลอร์คลาส E อย่างธรณินออกไปอย่างไร้เยื่อใย ความตายจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป มันอยู่ห่างจากลมหายใจของพวกเขาแค่เพียงเอื้อมมือ
ก้องภพเงยหน้าขึ้นด้วยความสิ้นหวัง ดวงตาเบิกโพลงเมื่อมองเห็นเงาร่างหนึ่งกำลังก้าวเดินผ่านกลุ่มควันสีเทาเข้ามาอย่างช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินดังก้องกังวานราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย
ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทไร้รอยเปื้อน แม้จะอยู่ท่ามกลางซากศพและกลิ่นคาวเลือด แต่ชายหนุ่มผู้นี้กลับดูราวกับเดินอยู่บนพรมแดงในงานเลี้ยงหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย เย็นชา และไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกวาดมองสภาพอันน่าสมเพชของอดีตเพื่อนร่วมปาร์ตี้ด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวเล็กๆ ที่กำลังจะตายข้างทาง
“ธ… ธรณินเหรอ?” ก้องภพกระซิบชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม สมองพยายามประมวลผลภาพตรงหน้าแต่ก็ทำไม่ได้ ฮีลเลอร์คลาส E ที่เคยถูกถีบหัวส่งและใช้เป็นเพียงโล่มนุษย์ในวันนั้น เหตุใดจึงมายืนสง่างามอยู่ ณ จุดสูงสุดของดันเจี้ยนระดับ S แห่งนี้ได้โดยไร้รอยขีดข่วน?
รินรดา ฮันเตอร์สาวดาวรุ่งจากกิลด์พันธมิตร ก้าวตามหลังมาติดๆ เธอยกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบัง สายตาที่เธอมองไปยังอดีตฮันเตอร์ระดับท็อปของกิลด์ใหญ่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา “แปลกใจมากหรือไงครับที่ได้เห็นเขาที่นี่? ก็นึกว่าคนเก่งอย่างพวกคุณจะเคลียร์ดันเจี้ยนระดับ S ได้ด้วยตัวคนเดียวเสียอีก เห็นตะโกนกร่างลั่นกิลด์ตั้งแต่วันก่อนนี่นา”
คำพูดเสียดสีนั้นแทงทะลุเข้าไปในใจของก้องภพจนเขาหน้าชาวาบ ความทรงจำเมื่อหลายเดือนก่อนย้อนกลับมาในหัวราวกับฉากภาพยนตร์ วันที่ธรณินคุกเข่าขอร้องให้พวกเขาแบ่งยาฟื้นฟู วันที่พวกเขาหัวเราะเยาะและถีบธรณินตกลงไปในเหวเพื่อลดภาระของปาร์ตี้
และวันนี้… กรรมตามสนองอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าติดจรวด
ก้องภพคลานเข้าไปหาธรณินด้วยความทุรักทุレーส มือข้างที่ยังใช้งานได้คว้าชายกางเกงสูทราคาแพงไว้อย่างหมดฟอร์ม น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน “ธรณิน! เพื่อนรัก… นายจำฉันได้ใช่ไหม? เราเคยร่วมสู้กันมานะเว้ย! ช่วยพวกเราด้วยเถอะ ขาของพงศกรกำลังจะเน่าตายแล้ว ส่วนฉัน… ฉันก็ใกล้จะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน นายเป็นฮีลเลอร์ไม่ใช่เหรอ? ใช้สกิลฮีลของนายช่วยพวกเราที!”
ธรณินก้มมองมือเปื้อนเลือดที่เกาะกุมขากางเกงของตน ชายหนุ่มไม่ได้ขยับหนี แต่กลับค่อยๆ ก้มตัวลงต่ำ สายตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของก้องภพ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หนาวเหน็บจนทำให้ก้องภพรู้สึกราวกับถูกโยนลงไปในมหาสมุทรน้ำแข็ง
“เพื่อนรักอย่างนั้นหรือครับ?” ธรณินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับทรงพลังและเย็นชาจนบาดลึกถึงขั้วหัวกระดูก “วันที่นายถีบฉันลงไปในเหว นายจำได้ไหมว่านายพูดว่าอะไร? นายบอกว่าขยะอย่างฉันไม่มีค่าแม้แต่จะหายใจร่วมกับพวกนายไม่ใช่หรือครับ ก้องภพ”
ร่างของก้องภพสะท้านเฮือก ใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด “วันนั้น… วันนั้นฉันล้อเล่น! ฉันแค่เครียด! ธรณินี่ย นายใจกว้างจะตาย นายมีจิตใจของฮฮีลเลอร์ผู้เสียสละไม่ใช่เหรอ? โปรดเถอะ… เมตตาพวกเราสักครั้งเถอะนะ!”
“จิตใจของฮีลเลอร์เหรอครับ?” ธรณินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น “น่าเสียดายจังนะครับที่ระบบที่ฉันถือครองอยู่ตอนนี้… ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้ความเมตตาแก่ขยะสังคมอย่างพวกนาย”
สิ้นคำพูดของธรณิน อากาศรอบตัวก็พลันแปรปรวน แสงสีทองสว่างวาบพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินรอบตัวธรณิน สเตตัสอันทรงพลังที่โลกไม่เคยรู้ถูกปลดปล่อยออกมา แรงกดดันระดับพระเจ้าแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถงจนก้องภพและพงศกรแทบจะหมอบราบคาบกับพื้น หายใจไม่ออกราวกับมีภูเขาทั้งลูกมากดทับ
รินรดายืนมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง เธอย่อมรู้ดีว่าธรณินในตอนนี้ไม่ใช่ฮีลเลอร์คลาส E ที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป เขคือ ‘หมอเทวะแรงก์ SSS’ ผู้กุมชะตากรรมความเป็นความตายของฮันเตอร์ทั่วโลกไว้ในกำมือ
ก้องภพเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกมา เมื่อพลังงานสีทองอร่ามไหลเวียนอยู่ในมือของธรณิน มันไม่ใช่แสงสีเขียวอ่อนของการรักษาทั่วไป แต่มันคือแสงสีทองที่แฝงไปด้วยอำนาจแห่งการบงการชีวิต
“นะ… นาย… นายมันตัวอะไรกันแน่? ทำไมพลังระดับนี้ถึง…” ก้องภพกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อตระหนักได้ว่าฮีลเลอร์ที่พวกเขาเคยเหยียดหยาม แท้จริงแล้วคือปีศาจผู้ซ่อนเร้นภายใต้หน้ากากของแพทย์สนาม
ธรณินก้าวถอยหลัง1 ก้าว ปล่อยให้ก้องภพเงยหน้ามองเขาจากเบื้องล่าง สายตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเด็ดขาดไร้ความปรานี “อยากให้ฉันช่วยใช่ไหมครับ? ได้สิ… ในฐานะฮีลเลอร์ ฉันไม่เคยปฏิเสธคนไข้หรอกนะ”
รอยยิ้มของธรณินทำให้ก้องภพมีความหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่าประโยคถัดมากลับดับฝันของพวกมันลงอย่างสิ้นเชิง
“แต่การรักษาของฉัน… มีราคาที่พวกนายไม่มีทางจ่ายด้วยเงินหรอกนะ” ธรณินเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ เรียกหน้าต่างระบบสีฟ้าเข้มข้นลอยเด่นขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนของระบบที่ดังชัดเจนในโสตประสาทของทุกคนในที่นั้น
[ตรวจพบคำร้องขอรับบริการจากผู้ป่วยวิกฤต: ก้องภพ และ พงศกร]
[ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ได้คำนวณค่ารักษาและค่าชดเชยความเสียหายทางจิตใจเรียบร้อยแล้ว]
[ยอดชำระสุทธิ: 1,200,000,000 เครดิต (หนึ่งพันสองร้อยล้านเครดิต) หรือแลกด้วยการเซ็นสัญญาขายสิทธิ์ขาดในกิลด์สิงห์อัคคีทั้งหมดให้แก่ธรณินทันที]
ดวงตาของก้องภพเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวัง ยอดเงินหนึ่งพันสองร้อยล้าน หรือการยกกิลด์ที่ครอบครัวสร้างมาทั้งชีวิตให้… นั่นมันหมายถึงการล่มสลายอย่างแท้จริง
“เลือกเอาครับ… ระหว่างตายอย่างสุนัขข้างถนนตรงนี้ กับการเซ็นชื่อลงบนสัญญาเพื่อเป็นทาสรับใช้ใต้เท้าของฉันไปตลอดชีวิต” ธรณินยื่นปากกาและเอกสารสิทธิ์ขาดสีดำสนิทลงตรงหน้าก้องภพ พร้อมกับรอยยิ้มอันทรงอำนาจที่ทำให้คนเคยกร่างต้องสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้•ตอนที่ 17
เสียงกรีดร้องของคนเคยกร่าง
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!