เสียงครางโอดครวญด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วห้องโถงกว้างของดันเจี้ยนระดับ A กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นไหม้ของเนื้อหนังที่ถูกกรดกัดกร่อนคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ ร่างของกิตติ หัวหน้ากิลด์อัคคีทมิฬนอนบิดเร่าอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ แขนขวาของเขาบิดเบี้ยวผิดรูปจนกระดูกทิ่มทะลุเนื้อออกมา ขณะที่ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ไม่มีแล้วซึ่งท่าทีผยองพองขน หรือคำพูดดูถูกเหยียดหยามเหมือนในอดีตที่เขากล้าถีบส่งธรณินออกไปจากปาร์ตี้อย่างไร้เยื่อใย
"ทะ... ธรณิน... ช่วยฉันด้วย... แกเป็นฮีลเลอร์ไม่ใช่เหรอ? รักษาฉันที... ฉันขอร้อง..." เสียงของกิตติแหบพร่าและสั่นเครือเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและเลือด เขาพยายามกระเสือกกระสนคลานเข้าไปหาชายหนุ่มที่ยืนมองลงมาด้วยสายตาเรียบเฉยราดรดด้วยความเย็นชา
ธรณินยืนกอดอกนิ่งสนิท เสื้อคลุมสีดำสนิทของเขาโบกสะบัดเบาๆ ตามแรงลมเวทมนตร์ที่หลงเหลืออยู่ในบรรยากาศ ดวงตาคมกริบใต้เงาฮู้ดมองดูสภาพอันน่าเวทนาของคนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาอย่างไม่นึกสมเพชและไม่นึกเวทนาแม้แต่น้อย
"ความช่วยเหลือจากฉัน... มีราคาที่พวกนายไม่มีปัญญาจ่ายหรอกครับ" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาเรียบๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนที่กำลังจะตาย
ข้างกายของธรณิน รินรดากำลังยืนมองภาพนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ฮันเตอร์สาวดาวรุ่งกอดดาบคาตานะคู่ใจไว้แนบอก ดวงตากลมโตคู่นั้นมองอดีตหัวหน้ากิลด์ผู้ยิ่งใหญ่ด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนาจนแทบไม่อยากกวาดสายตาไปมองซ้ำ สภาพของกิตติในตอนนี้เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่ากฎแห่งกรรมและการกระทำอันโสมม กำลังตามทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างอย่างสาสม
"ไอ้... ไอ้สวะ... แกมันก็แค่ฮีลเลอร์ชั้นต่ำ... อั่ก!" กิตติพยายามจะตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้น แต่พิษบาดแผลและการเสียเลือดมากเกินไปก็ทำให้เขาสำลักเลือดออกมาคำโต ร่างกายสั่นเทิกรุนแรง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนแทบสิ้นสติ
สมาชิกกิลด์คนอื่นๆ ที่ยังพอมีลมหายใจต่างก็นอนระเนระนาดอยู่รอบๆ พวกเขาทำได้เพียงส่งสายตาอ้อนวอนร้องขอชีวิตมาที่ธรณิน แต่ไม่มีใครกล้าปริปากเอ่ยคำหยาบคายออกมาอีกเลย ความจริงที่ว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือผู้ครอบครองระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ที่พวกเขากลalอ้างว่าไร้ค่า ได้ตบหน้าพวกมันอย่างฉาดใหญ่ด้วยความเป็นจริงอันโหดร้าย
ธรณินก้มมองหน้าจอโฮโลแกรมสีทองที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบคำขอร้องจากเป้าหมายระดับภัยคุกคามต่ำ]
[เงื่อนไขการเยียวยา: ต้องแลกด้วยทรัพย์สินทั้งหมด, หุ้น 100% ของกิลด์อัคคีทมิฬ, และการคุกเข่าสารภาพบาปต่อหน้าสาธารณชน]
[เวลาในการตัดสินใจ: 10... 9... 8...]
ชายหนุ่มหลุบตาลงมองตัวเลขที่กำลังนับถอยหลังอย่างใจเย็น เขามีอำนาจในมือ มีพลังที่สามารถชุบชีวิตคนใกล้ตายให้กลับมาเป็นปกติได้ในพริบตาเดียว แต่ความเมตตานั้นมีไว้สำหรับคนที่เห็นคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ ไม่ใช่กับพวกเหลือบไรที่พร้อมจะหักหลังคนอื่นได้ทุกเมื่อเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
"นายจะปล่อยให้พวกมันตายตรงนี้จริงๆ เหรอ?" รินรดาเอ่ยถามขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเธอเจือความกังวลเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะสงสารศัตรู แต่กลัวว่ามือของธรณินจะแปดเปื้อนไปด้วยบาปจากการเพิกเฉย
"ความตายไม่ใช่การลงโทษที่สาสมที่สุดหรอกครับรินรดา..." ธรณินปรายตามองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาที่อ่อนลงชั่วพริบตา ก่อนจะหันกลับไปมองกิตติที่ตอนนี้กำลังร้องไห้ฟูมฟายราวกับเด็กๆ "การปล่อยให้พวกมันมีชีวิตอยู่ต่อในฐานะคนพิการไร้ค่า ไร้อำนาจ และไร้เงินทอง... นั่นต่างหากคือขุมนรกที่แท้จริง"
กิตติเบิกตากว้างเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว เขารู้ทันทีว่าธรณินจะไม่ยื่นมือเข้าช่วย และปล่อยให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับความพิการนี้ไปตลอดชีวิต ขาทั้งสองข้างใช้งานไม่ได้อีกต่อไป พลังเวทถูกทำลายจนหมดสิ้น กิลด์อัคคีทมิฬที่เขาสร้างมากับมือจะต้องล่มสลายลงในคืนนี้
"ไม่... ไม่นะ! ได้โปรด... ฉันยอมแล้ว! ฉันยอมทุกอย่าง!" กิตติพยายามใช้มือที่เหลืออยู่คลานเข้ามาหมายจะจับชายเสื้อของธรณิน แต่ฮันเตอร์หนุ่มกลับถอยหลังหลบอย่างนิ่มนวล ราวกับรังเกียจที่จะให้รองเท้าของตนต้องแปดเปื้อนสิ่งสกปรก
ธรณินหันหลังให้กับร่างที่กำลังดิ้นรนอย่างไร้ความหมาย เขาส่งสัญญาณมือให้รินรดาก้าวเดินตามออกไปจากห้องโถงมืดทึบแห่งนั้น เสียงร้องคร่ำครวญและเสียงทุบพื้นด้วยความสิ้นหวังดังไล่หลังมาเรื่อยๆ ก่อนจะถูกกลืนหายไปด้วยความเงียบงันของดันเจี้ยนชั้นลึก
ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังก้าวเดินผ่านประตูมิติเพื่อกลับขึ้นสู่เบื้องบน เสียงฝีเท้าระรัวนับสิบก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินอีกด้านหนึ่ง
ธรณินหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที รินรดาชักดาบออกจากฝักอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณนักสู้
เงาร่างของกลุ่มคนในชุดสูทสีดำสนิทพร้อมตราสัญลักษณ์รูปงูพิษสีทองปรากฏขึ้นขวางทางออกทั้งหมดเอาไว้ ปล่อยรังสีอำมหิตและแรงกดดันระดับมหาศาลที่ทรงพลังยิ่งกว่ากิลด์อัคคีทมิฬหลายเท่าตัว
ชายวัยกลางคนสวมแว่นตากรอบทองก้าวออกมาจากแถวหน้า ใบหน้าของเขายกยิ้มเยือกเย็น ดวงตาคมกราบกวาดมองธรณินด้วยความกระหายใคร่รู้
"ในที่สุดก็ตามหาตัวเจอ... ผู้ครอบครองระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ที่ท่านประธานของเราตามหามานาน" ชายคนนั้นกล่าวพร้อมกับตบมือช้าๆ สองสามครั้ง "ทางเราเกรงว่า... นายจะต้องตามพวกเราไปที่สำนักงานใหญ่สักหน่อยแล้วล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้•ตอนที่ 18
ความเมตตาที่ไร้ค่า
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!