"ถ้าฉันปฏิเสธ คุณก็จะปล่อยให้ *'The Frame Studio'* กลายเป็นลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าสินะคะ... ท่านประธานคิมหันต์"
น้ำเสียงของธีรภัทรไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าปลายนิ้วที่ประสานกันอยู่บนตักจะจิกเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดก็ตาม ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววดื้อรั้นยามเถียงกับลูกค้า ตอนนี้กลับพราวระยับด้วยหยาดน้ำใสที่เจ้าตัวพยายามกะพริบไล่มันกลับเข้าไปอย่างสุดความสามารถ
คนตรงหน้า... ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มือฉกาจผู้เลือดเย็น วัยยี่สิบแปดปีที่กุมชะตากรรมของตึกแถวโบราณสามชั้น ซึ่งเป็นทั้งบ้านและสตูดิโอถ่ายภาพอันเป็นลมหายใจสุดท้ายของคุณพ่อที่ล่วงลับไปแล้ว คิมหันต์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงระยับ ร่างสูงโปรดปรานสูทสีเทาเข้มที่เข้ารูปพอดีตัว บ่งบอกรสนิยมความเนี๊ยบอย่างไร้ที่ติ ทว่าแววตาคู่คมที่มองลอดกรอบแว่นสายตากลับเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและเหนือกว่า
"อย่าใช้คำว่าปล่อยให้เป็นเลยครับคุณธีรภัทร..." คิมหันต์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยแต่น่าฟัง ทว่าถ้อยคำกลับเชือดเฉือนจนคนฟังอยากจะคว้าแจกันดอกไม้แถวนั้นฟาดหน้าหล่อๆ สักที "พูดให้ถูกคือ... มันเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทผมโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย และสัญญาเช่าของคุณก็หมดอายุไปตั้งแต่สิ้นเดือนที่แล้วแล้วด้วยซ้ำ"
"คุณมัน..." เต็นท์เค้นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยตวัดมองค้อนอย่างไม่เกรงกลัว "หน้าเลือด หน้าด้าน และไร้หัวใจที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย!"
"ชมเกินไปแล้วครับ" คิมหันต์ยักไหล่ช้าๆ ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำด่าทอที่ได้รับมานับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่เริ่มเจรจา เขายื่นมือเรียวยาวไปหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะกระจกใส เลื่อนมันมาหยุดตรงหน้าดีไซเนอร์หนุ่มปากเก่ง "แต่ถ้าไม่อยากให้ความทรงจำของคุณพ่อคุณกลายเป็นเศษปูนซีเมนต์... ทางเลือกมันก็ไม่ได้มีแค่ศูนย์กับหนึ่งหรอกนะ"
แฟ้มเอกสารเล่มนั้นเปิดออกเองด้วยแรงผลักเบาๆ เผยให้เห็นกระดาษแผ่นบางที่พิมพ์ข้อความตัวอักษรเป็นระเบียบเรียบร้อย หัวข้อด้านบนสุดทำเอาธีรภัทรถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ
*‘สัญญาการแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันทางพฤตินัย (ฉบับชั่วคราว)’*
เต็นท์เงยหน้าขึ้นขมวดคิ้วมุ่นทันที ความสงสัยฉายชัดผ่านแววตาคู่สวยที่ตอนนี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "แต่งงาน? นี่คุณประสาทกลับไปแล้วหรือไง ถึงได้เอาเรื่องนี้มาล้อเล่นในเวลาแบบนี้!"
"ผมดูเหมือนคนว่างงานจนเอาอนาคตบริษัทมาล้อเล่นเหรอครับ?" คิมหันต์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ข้อศอกวางพนักพิงก่อนจะประสานมือเข้าหากัน ดวงตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้าเนียนใสของคนตรงอย่างพิจารณา ทุกอณูความดื้อรั้นและริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั่น... มันช่างน่าหงุดหงิดจนอยากจะแกล้งให้ร้องไห้คาอกเสียจริง แต่กระนั้น... ความรู้สึกบางเบาที่ตีตื้นขึ้นมาในอกข้างซ้ายกลับบอกเขาว่า *นี่คือคนเดียว* ที่จะช่วยแก้ปัญหา "ปัญหาใหญ่" ของเขาได้
"เหตุผลอะไรที่คุณต้องมาแต่งงานกับผม? ในเมื่อเราแทบจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ แถมคุณก็เกลียดขี้หน้าผมจะตาย" เต็นท์ถามเสียงแข็ง พยายามตั้งสติท่ามกลางหัวใจที่เต้นรัวเร็วกว่าปกติ
"เหตุผลมีร้อยแปดครับ..." คิมหันต์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แววตากลับไหววับอย่างประหลาด "แต่หลักๆ เลยคือ... คุณคุณปู่ของผมท่านอยากเห็นผมเป็นฝั่งเป็นฝา และยื่นคำขาดว่าถ้าผมไม่มีภรรยาภายในสามเดือนนี้ หุ้นทั้งหมดในเครือจะถูกโอนไปให้ลูกพี่ลูกน้องสายรองที่คุณก็รู้ว่าจ้องจะฮุบอยู่ ซึ่งผมไม่ยอมแน่ๆ"
"แล้วทำไมต้องเป็นผมล่ะ? สังคมไฮโซของคุณมีผู้หญิงเพอร์เฟกต์ต่อคิวให้เลือกเป็นกระบุง!"
"เพราะผู้หญิงพวกนั้นน่ารำคาญ" คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อนึกถึงบรรดาคุณหนูตระกูลดังที่ผู้ใหญ่จัดเตรียมไว้ให้ "และที่สำคัญ... มีนตรากำลังทำให้ผมปวดหัวเกินกว่าจะรับไหว"
แค่ได้ยินชื่อนั้น ธีรภัทรก็พยักหน้ารับในใจเบาๆ *มีนตรา*... คู่หมั้นเก่าที่ตระกูลผู้ใหญ่หมายมั่นปั้นมือ แม้จะถอนหมั้นกันไปแล้วแต่เจ้าหล่อนก็ยังตามตื๊อไม่เลิกรา แถมยังชอบสร้างข่าวฉาวให้บริษัทเขาเสียหายอยู่เรื่อยๆ
"แล้วเกี่ยวอะไรกับผมล่ะครับ?" เต็นท์เชิดหน้าขึ้นดื้อๆ "ผมเป็นแค่ช่างภาพกระจอกๆ คนหนึ่ง ไม่ได้มีอำนาจเงินทองไปช่วยอะไรคุณได้สักหน่อย"
"คุณมีความสามารถในการปฏิเสธคนได้อย่างหน้าตาเฉย และที่สำคัญ... คุณไม่กลัวผม" คิมหันต์เหยียดยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก "คุณสมบัติสองข้อนี้แหละ ที่เหมาะจะเอาไปใช้ตบตาคุณปู่และกันพวกน่ารำคาญออกไปจากชีวิตผมที่สุด"
เต็นท์นิ่งงัน สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ข้อเสนอนี้บ้าสิ้นดี! มันคือการเอาอิสรภาพครึ่งหนึ่งไปผูกติดกับผู้ชายเผด็จการ ปากร้าย และเอาแต่ใจอย่างคิมหันต์ แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง... สตูดิโอที่เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของคุณพ่อจะถูกทุบทำลายไม่ได้เด็ดขาด ที่นั่นคือบ้าน คือความทรงจำ และคือทุกสิ่งทุกอย่างของเขา
"แล้วผมจะได้อะไรจากการเอาอนาคตไปผูกติดกับคุณ?" เต็นท์กัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างชั่งใจ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามมั่นคงที่สุด
"หนึ่ง... สตูดิโอของคุณจะรอด และผมจะรีโนเวทให้ใหม่ทั้งหมดโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย" คิมหันต์ชูนิ้วขึ้นทีละข้อ น้ำเสียงจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "สอง... หนี้สินทั้งหมดที่ร้านของคุณติดค้างอยู่ ผมเคลียร์ให้เกลี้ยงในวันนี้ และสาม... เมื่อครบกำหนดสัญญาหนึ่งปี เราจะหย่ากันอย่างเงียบๆ พร้อมกับเงินก้อนโตที่คุณสามารถเอาไปตั้งตัวได้สบายๆ ตลอดชีวิต"
ความเงียบโรยตัวลงในห้องทำงานหรูหราทันที มีเพียงเสียงแอร์ทำงานเบาๆ กับเสียงหัวใจของธีรภัทรที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ดีไซเนอร์หนุ่มจ้องมองเอกสารในมือสลับกับใบหน้าคมคายของประธานหนุ่มผู้กุมไพ่เหนือกว่าทุกประตู
ไม่มีทางเลือกอื่น... นั่นคือความจริงที่โหดร้ายที่สุด
เต็นท์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงบนโต๊ะขึ้นมา ความเย็นเฉียบของด้ามโลหะทำให้ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อย
"สัญญา... ต้องเป็นสัญญาครับคุณคิมหันต์" เต็นท์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ แววตาดื้อรั้นฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยว "ถ้าคุณผิดสัญญาแม้แต่ข้อเดียว ผมจะเอาภาพลับตอนที่คุณเมาหัวราน้ำเมื่อปีที่แล้วไปปล่อยลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์แน่!"
คิมหันต์ชะงักไปนิดเมื่อได้ยินประโยคขู่แกมบังคับนั้น ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะยกยิ้มกว้างขึ้นอย่างนึกสนุก ดวงตาคมกريบพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ไม่ได้เห็นมานาน
"หืม? กล้าต่อรองกับผมเหรอครับ... ว่าที่ภรรยา"
"เลิกเรียกผมแบบนั้นแล้วเอาปากกามานี่!" เต็นท์ดึงแฟ้มเอกสารเข้ามาใกล้ตัว พร้อมจรดปลายปากกาลงบนกระดาษอย่างรวดเร็วเพื่อเซ็นชื่อลงไป โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่า... แววตาของคิมหันต์ในยามนี้นั้น ไม่ได้มีเค้าโครงของความจำยอมเลยแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของนักล่าที่ต้อนเหยื่อเข้ามาในกรงได้สำเร็จเท่านั้น
*แกร๊ก... เสียงประตูกระจกห้องทำงานถูกผลักเปิดออกกะทันหันโดยปราศจากการเคาะขออนุญาต*
ร่างโปร่งบางระหงของคุณหนูมีนตราในชุดแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมใบหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมโตส่อแววเอาแต่ใจกวาดมองคนทั้งสองที่นั่งใกล้ชิดกันเกินความจำเป็นบนโซฟา ก่อนที่ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดจะอ้าค้างด้วยความตกใจ
"พี่คิม! นี่มันหมายความว่ายังไงคะ? ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมานั่งอยู่ในห้องส่วนตัวของพี่ได้!"
เต็นท์ชะงักค้าง มือที่ถือปากกาหยุดนิ่งสนิท ขณะที่คิมหันต์กลับค่อยๆ เอนหลังพิงโซฟาช้าๆ สายตาคมกริบตวัดมองแขกผู้มาเยือนด้วยความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปคว้าข้อมือเรียวของธีรภัทรแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่ง
"ก็หมายความว่า..." คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจให้ได้ยินกันชัดเจนทุกถ้อยคำ พร้อมกระตุกยิ้มมุมปากส่งให้คนรักเก่าที่หน้าเสีย "ว่าที่ภรรยาตัวจริงของผมมาเคลียร์เอกสารการแต่งงานไงครับ... คุณมีนตรา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งความฟินนี้ไปด้วยกัน แล้วมาติดตามตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!
ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน•ตอนที่ 1
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อคหัวใจยัยตัวแสบของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!