เสียงกระแทกของแฟ้มหนังราคาแพงลงบนโต๊ะไม้สักเก่าแก่ในร้าน "รินรดา ออร์แกนิกคาเฟ่" ดังสนั่นจนกาน้ำชาเซรามิกสั่นสะเทือน รินรดายังคงก้มหน้าก้มตาใช้มีดสเตนเลสคมกริบบรรจงหั่นเนื้อปลาเทราต์สีส้มสดที่เพิ่งจับขึ้นมาจากบ่อในมิติลับ เนื้อสัมผัสแน่นเด้งที่ส่งกลิ่นหอมสะอาดของธรรมชาติไม่ได้สะท้อนความตื่นตระหนกใด ๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย
"ผมให้ราคานี้เป็นครั้งสุดท้ายนะคุณริน ที่ดินผืนนี้รวมถึงโรงเรือนปลูกผักด้านหลัง ทางบริษัท ‘แกรนด์ปาร์ควิว’ ของเราวางแผนพัฒนาเป็นรีสอร์ตและคอมมูนิตี้มอลล์ระดับไฮเอนด์ไว้หมดแล้ว อย่าปล่อยให้ความดื้อรั้นพื้น ๆ มาขัดขวางมูลค่าหลักสิบ миллион (ล้าน) เลยครับ"
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บอย่างประณีต นามบัตรบนโต๊ะระบุตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการ เขากวาดสายตามองไปรอบร้านด้วยรอยยิ้มเยعหยันแกมสมเพช
รินรดาวางมีดลงอย่างนุ่มนวล เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผู้มาเยือนด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวั่นเกรง ดวงหน้าเรียวสวยประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ทำให้อีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ
"หลักสิบิลล้าน... ฟังดูน่าสนใจไม่น้อยเลยนี่คะ... เอ๊ย... น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ" รินรดาแกล้งแซวตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ "แต่ขอโทษด้วยนะครับคุณธนา ที่ดินผืนนี้ไม่ใช่แค่ดินโคลนกับแปลงผักธรรมดา แต่มันคือหยาดเหงื่อและความสุขของผมกับสามี... อ้อ และที่สำคัญที่สุด มันไม่ได้มีไว้ขาย"
ธนาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เขาขยับเนกไทราคาแพงอย่างหงุดหงิด "อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลยคุณรินรดา ร้านเล็ก ๆ ที่ขายแค่อาหารจานละไม่กี่บาท กับแปลงผักที่อาศัยน้ำฝนเทวดา คุณคิดว่าจะต้านทานอำนาจทุนของพวกเราได้สักกี่น้ำ? อีกไม่นานหรอกครับ ทางอำเภออาจจะมีประกาศเวนคืน หรือไม่ก็... มีปัญหาเรื่องโฉนดที่คุณคาดไม่ถึง"
คำขู่คุกคามแบบนักลงทุนหน้าเลือดไม่ได้ทำให้รินรดาสะท้านแม้แต่น้อย เธอกลับยกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มมุมปากยิ่งทวีความคมคาย
"ถ้าคิดว่าเก่งพอก็ลองดูครับ ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าระหว่างกระดาษแผ่นเดียวของพวกคุณ กับความตั้งใจจริงของคนทำมาหากิน... อะไรจะพังก่อนกัน"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระจก ผู้กองศิลาในชุดลำลองเสื้อยืดสีเขียวเข้มและกางเกงคาร์โก้เดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศรอบตัวของนายหนุ่มทหารกล้าที่ผ่านสนามฝึกและภารกิจเสี่ยงตายมาโชกโชนแผ่รังสีความกดดันออกมาจนธนาถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน
ศิลาไม่ได้เอ่ยทักทายแขกผู้มาเยือน เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปหารินรดา ยื่นมือหนาไปปัดเศษแป้งบางเบาที่ติดอยู่ข้างแก้มภรรยาอย่างเบามือ สายตาคมกริบเหลือบมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับนักลงทุนอสังหาฯ ด้วยแววตานิ่งสนิทที่ทรงพลังยิ่งกว่าคำขู่ใด ๆ
"มีแขกไม่ได้รับเชิญมาสร้างความรำคาญให้คุณเหรอครับที่รัก" ศิลาเอמהถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม
"แค่คนหลงทางที่คิดจะมาซื้อบ้านหลังที่สองด้วยวิธีสกปรกน่ะครับ" รินรดาตอบยิ้ม ๆ พลางเอียงคอเล็กน้อย "คุณศิลาช่วยส่งแขกให้หน่อยสครับ พอดีผมต้องรีบไปเตรียมวัตถุดิบทำเมนูพิเศษต้อนรับลูกค้าช่วงเย็นแล้ว"
ธนารีบเก็บเอกสารใส่กระเป๋าด้วยความทุลักทุเลเมื่อเผชิญหน้ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวนายทหารหนุ่ม เขาชี้หน้าคาดโทษเบา ๆ ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวออกจากร้านไปอย่างเสียหน้า
เมื่อประตูร้านปิดลง ศิลาก็ดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่สูดดมกลิ่นหอมสะอาดอ่อน ๆ ของสมุนไพรจากตัวภรรยาเพื่อคลายความตึงเครียด
"ปล่อยให้ผมจัดการพวกมันเด็ดขาดกว่านี้ไหมครับ" ศิลาสบถเบา ๆ ที่ข้างหู "กล้าดียังไงถึงมาวุ่นวายกับที่ดินของเรา"
"ไม่ต้องห่วงหรอครับคุณศิลา ปล่อยให้พวกเขาดิ้นรนไปก่อน ให้ตายใจว่ากำลังจะชนะ... แล้วเราค่อยตลบหลังด้วยความจริงที่พวกเขาคาดไม่ถึง" รินรดาหันกลับมาคล้องคอสามี ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ "ตอนนี้ สิ่งสำคัญกว่าคือเมนู ‘ปลาเทราต์ย่างสมุนไพรในมิติลับราดซอสครีมเลมอน’ ที่ผมกำลังทำต่างหากล่ะครับ รับรองว่าค่ำนี้ลูกค้าในหมู่บ้านต้องติดใจจนลืมไม่ลงแน่"
กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้ที่ละลายผสมผสานกับกลิ่นหอมฉุนของโรสแมรี่และเลมอนสดเริ่มลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวและอบอวลออกไปถึงหน้าร้าน กลิ่นหอมเย้ายวนชวนน้ำลายสอที่รัญจวนใจเสียจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดฝีเท้าสูดดมความหอมนั้นด้วยความฉงน
รินรดาจัดการตกแต่งจานอาหารอย่างประณีต บรรจงวางเนื้อปลาสีส้มทองที่หนังกรอบแต่เนื้อในชุ่มฉ่ำลงบนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ราดด้วยซอสครีมสูตรลับที่ทำจากนมวัวในมิติพิเศษ รสชาติความกลมกล่อมและความหอมละมุนพุ่งทะยานขึ้นแตะจมูกจนศิลาต้องส่งเสียงชื่นชมในลำคอ
วิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความมั่นคงและมั่งคั่งกำลังดำเนินไปอย่างมีความสุข ทว่าความสงบสุขนั้นมักเป็นเป้าหมายของพวกโลภมากเสมอ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังช่วยกันจัดเตรียมโต๊ะอาหารสำหรับค่ำคืนนี้ เสียงรถยนต์หรูรุ่นนำเข้าราคาแพงระยับสีดำสนิทก็แล่นมาจอดเทียบท่าหน้าร้านอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของชายชราในชุดสูทสากลภูมิฐานผู้หนึ่งก้าวลงมา พร้อมด้วยชายฉกรรจ์ชุดดำอีกสามคนยืนล้อมรอบ
ชายชราถอดแว่นตากันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประสบการณ์และความเย่อหยิ่ง เขาเดินตรงเข้ามาผลักประตูกระจกของร้านเปิดออกอย่างไร้มารยาท กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดนิ่งที่รินรดาด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้รู้สึกขนลุก
"สวัสดีหลานสาว... ไม่คิดเลยนะว่าทายาทคนสุดท้ายของตระกูลที่ถูกขับไล่ จะมาแอบซ่อนตัวเปิดร้านขายข้าวแกงกระจอก ๆ อยู่ที่นี่เอง" ชายชราเอמהด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแตบทรงอำนาจ "ฉันคือคุณปู่ของคุณ... และฉันมาที่นี่เพื่อเอา ‘สมบัติ’ ทุกอย่างของตระกูลที่เธอยักย้ายถ่ายเทมาคืนซะ!"
รินรดาสะبัดหน้าขวับ รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา แววตาของเชฟสาวเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเฉียบคมดุจใบมีดโกน ในขณะที่ศิลาก้าวเท้าขนาบข้างภรรยาพร้อมปล่อยออร่าความกดดันขั้นสุดยอดออกมาขวางหน้าชายชราผู้นั้นทันที!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของฟาร์มเมอร์สุขใจด้วยดีเสมอมานะครับ
เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่•ตอนที่ 21
คนแปลกหน้าที่มาเยือน
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!