เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องรับรองส่วนตัวของร้านอาหารออร์แกนิก "สุขสำราญ" แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้ถ้วยชาเซรามิกเคลือบมุกสั่นไหวจนน้ำชาสีอำพันกระฉอดยอดออกมาเล็กน้อย
"คุณรินรดา! อย่าคิดว่าคุณถือไพ่เหนือกว่าแค่เพราะผักบ้านๆ ของคุณมีกลิ่นหอมชวนฝันแปลกประหลาดกว่าชาวบ้านเขาสักหน่อย โครงการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างรีสอร์ทสุขภาพระดับห้าดาว... มันเป็นวาระแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้! คุณเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ เปิดร้านขายข้าวแกงปะปนกับแปลงเกษตรอินทรีย์กระจอกๆ จะเอาปัญญาที่ไหนมาขวางทางทุนระดับร้อยล้าน!"
เสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและคุกคามของ "ภาคภูมิ" ประธานกลุ่มนักลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ดังขึ้น ข้ารับใช้และผู้ติดตามในชุดสูทสากลสามคนยืนเรียงรายอยู่ด้านหลัง สีหน้าของแต่ละคนบ่งบอกชัดเจนว่าพร้อมจะใช้ทั้งอำนาจเงินและอิทธิพลกดดันเจ้าของร้านสาวให้ยอมจำนนในค่ำคืนนี้
รินรดาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้สักอย่างใจเย็น มือเรียวบางยกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติละมุนลิ้นช้าๆ ราวกับเสียงตบโต๊ะเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงใบไม้แห้งร่วงหล่นจากกิ่งไม้ สายตาคมกริบราวกับเชฟมือฉมังที่กำลังประเมินความสุกของเนื้อวากายuจ้องมองไปยังชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก
"คุณภาคภูมิครับ..." รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ "คำว่า 'พัฒนา' ในพจนานุกรมของคุณ คงหมายถึงการกว้านซื้อที่ดินราคาถูก ไล่ที่ชาวบ้านตาดำๆ แล้วสร้างตึกคอนกรีตบล็อกปูนทึบตันไร้จิตวิญญาณขึ้นมาแทนที่ผืนดินทำกินที่บรรพบุรุษของพวกเขาสร้างสมมาสินะครับ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง คุณคงคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งศักดิ์ศรีของคนในชุมชนนี้"
"ปากกล้าดีนี่!" ภาคภูมิแค่นAเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธที่ถูกนางเอกสาวสกัดดาวรุ่งต่อหน้าลูกน้อง "ระวังตัวไว้เถอะครับคุณรินรดา สัญญาเช่าที่ดินแปลงยาวของคุณกำลังจะหมดอายุลงในอีกสามเดือนข้างหน้า และบอกให้รู้ไว้เสียตรงนี้เลยว่า... ต่อให้คุณจะเสนอเงินมากแค่ไหน เจ้าของโฉนดตัวจริงเขาก็เซ็นสัญญาขายสิทธิ์ขาดให้บริษัทผมไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานนี้!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับรองชั่วขณะ
นี่คือหมัดฮุกที่ภาคภูมิเตรียมไว้เผด็จศึก เขาคาดหวังจะได้เห็นรอดร้าวแห่งความตื่นตระหนก ความหวาดกลัว หรือแม้กระทั่งน้ำตาแห่งความสิ้นหวังบนใบหน้าของเชฟสาวผู้โด่งดัง ทว่า... สิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้มพึงพอใจอย่างประหลาด รอยยิ้มที่ทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของนักธุรกิจเคี่ยวกรำส่งเสียงร้องเตือนภัยดังลั่น
รินรดาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังก้องในความรู้สึกของทุกคน
"เจ้าของโฉนดตัวจริงเหรอครับ?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงเจือความขบขัน "คุณหมายถึงลุงสิงห์ กับป้าบัว สองสามีภรรยาตระกูลจอมสูบเลือดสูบเลือดสูบเนื้อที่ชอบมาอาละวาดไถเงินผมหน้าร้านเมื่อเดือนก่อนน่ะหรือครับ?"
ภาคภูมิขมวดคิ้วเล็กน้อย "จะใครก็ช่าง! เขามีชื่ออยู่ในโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย และพวกเราก็จ่ายเงินมัดจำก้อนโตไปแล้ว โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอิทธิพลระดับจังหวัด คุณไม่มีทางพลิกเกมนี้ได้หรอก เลิกดึงดันแล้วเก็บกระเป๋าออกไปซะเถอะ ก่อนที่ร้านสวยๆ ของคุณจะกลายเป็นกองขยะกองโต"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือหนาของชายชาติทหาร ผู้กองศิลา ก้าวเข้ามาด้วยร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดไปรเวทเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นสมชายชาตรี ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีทอดมองกลุ่มนักลงทุนด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาโดยไม่ต้องเปล่งเสียงขู่คำรามใดๆ
ศิลาเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างเก้าอี้ของรินรดา มือใหญ่วางลงบนพนักพิงเบาๆ เป็นการแสดงออกถึงการปกป้องและเคียงบ่าเคียงไหล่อย่างชัดเจน
"ถ้าคุณพูดถึงโฉนดแปลงนั้น..." ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจทำเอาบอดี้การ์ดของภาคภูมิถึงกับขยับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "เกรงว่าคุณคงต้องไปตรวจสอบข้อมูลที่สำนักงานที่ดินใหม่อีกรอบนะครับท่านประธานภาคภูมิ"
ภาคภูมิหน้าถอดสี "แกหมายความว่ายังไง?"
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่ใต้โต๊ะขึ้นมา เลื่อนมันข้ามไปบนพื้นผิวไม้ขัดมันให้ไปหยุดอยู่ตรงหน้าของนักลงทุนกระเป๋าหนัก
"หมายความว่า... ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ศาลจังหวัดได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าว เนื่องจากตรวจพบหลักฐานการปลอมแปลงลายมือชื่อและการข่มขู่คุกคามเจ้าของที่ดินตัวจริง ซึ่งก็คือ 'คุณตาอ่ำ' ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงตามพินัยกรรมเก่าแก่ ไม่ใช่เจ้าพวกตัวแสบที่คุณไปทำสัญญาซื้อขายจอมปลอมด้วยหรอกครับ"
ภาคภูมิรีบคว้าซองเอกสารขึ้นมาเปิดดู มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านกระดาษแผ่นสำคัญ ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลในเอกสารระบุรายละเอียดรัดกุมจนแม้แต่ทนายความมือหนึ่งของเขาก็ยังหาช่องโหว่ไม่ได้
"เป็นไปไม่ได้! พวกมันรับเงินก้อนโตจากผมไปแล้ว!" ภาคภูมิคำรามลั่นอย่างคนควบคุมสติไม่อยู่
"เงินสดที่คุณอุตส่าห์หอบมาล่อใจตระกูลนั้น... ตอนนี้คงอยู่ในมือตำรวจกองปราบปรามที่ผู้กองศิลาประสานงานไว้เรียบร้อยแล้วล่ะครับ พร้อมกับหลักฐานการติดสินบนเจ้าพนักงาน" รินรดายิ้มหวานหยด แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "คุณเล่นเกมธุรกิจสกปรกเกินไปหน่อย คุณภาคภูมิ... และในเมื่อคุณมาเยือนร้านผมถึงถิ่นแล้ว จะไม่ให้ผมต้อนรับขับสู้ตามธรรมเนียมคนชนบท คงจะเสียชื่อเชฟมือหนึ่งแห่ง 'สุขสำราญ' แย่"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอกวาดสายตามองกลุ่มนักลงทุนที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างอะไรกับไก่ในเข่ง ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ศิลาเล็กน้อย
ศิลาส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียว ประตูห้องรับรองก็เปิดกว้างอีกครั้ง กลิ่นหอมเย้ายวนใจอันเป็นเอกลักษณ์ลึกลับก็ลอยฟุ้งกระจายเข้ามาในอากาศ กลิ่นหอมของเครื่องเทศคั่วบดใหม่ๆ ผสมผสานกับความหอมหวานละมุนของน้ำซุปเคี่ยวเคี่ยวจากกระดูกสัตว์ป่าในมิติลับ และสมุนไพรหายากที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารจนต่อมน้ำลายของทุกคนในห้องต้องทำงานอย่างบ้าคลั่ง แม้กระทั่งภาคภูมิที่กำลังโกรธจัดจนตัวสั่น ก็ยังเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
บนรถเข็นไม้คลาสสิกที่พนักงานยกเข้ามา คือหม้อดินเผาขนาดกลางที่ไอร้อนคุกกรุ่นพวยพุ่งออกมาพร้อมกับควันสีขาวบางเบา กลิ่นหอมนั้นลึกล้ำ ชวนให้รู้สึกถึงความอบอุ่นและพลังชีวิตที่ถูกปลุกเร้า ทว่าสิ่งที่วางอยู่บนจานเคียงข้างกันกลับทำให้สีหน้าของกลุ่มนักลงทุนแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่น... มันคือเมนูเด็ดประจำค่ำคืนนี้ที่รินรดาตั้งชื่อให้มันอย่างไร้ความปรานีว่า "แกงป่าล้างบางทุนชั่ว"
"ก่อนที่พวกคุณจะถูกเจ้าหน้าที่เชิญตัวออกไปจากร้านของผม..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว รอยยิ้มบนใบหน้าสวยคมช่างดูงดงามราวกับเทพธิดา แต่กลับสร้างความหนาวสะท้านไปถึงขั้วกระดูกดำให้กับผู้ฟัง "เชิญลิ้มลองอาหารจานพิเศษนี้เสียก่อนนะครับ... เผื่อว่านี่จะเป็นมื้อสุดท้ายในอิสรภาพของคุณ ก่อนที่คุณจะไม่ได้สัมผัสรสชาติของอาหารฝีมือมนุษย์ไปอีกนาน"
ภาคภูมิจ้องมองหม้อดินตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน ทั้งโกรธแค้น หวาดกลัว และพ่ายแพ้ แต่ในวินาทีที่ฝาหม้อถูกเปิดออก กลิ่นหอมเข้มข้นทะลักทะลายเข้าจู่โหมดประสาทสัมผัสจนสมองของเขาแทบจะหยุดประมวลผลเรื่องราวรอบตัวทั้งหมด...
และในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหน้าร้าน พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—ผู้มีอำนาจสูงสุดในเขตพื้นที่ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบและเอกสารหมายค้นในมือ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของฟาร์มเมอร์สุขใจด้วยดีเสมอมานะครับ
เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่•ตอนที่ 29
การเผชิญหน้าครั้งสำคัญ
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!