"เซ็นซะ ถือว่าพวกเราใจดีที่สุดแล้วที่ยังแบ่งเงินก้อนนี้ให้ แกมันก็แค่ตัวกินข้าวสุกที่เกาะตระกูลเรากินมาตลอดชีวิต!"
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพงดังสนั่น พร้อมกับแรงปะทะทางอารมณ์ที่พวยพุ่งขึ้นกลางห้องรับแขกอันโอ่อ่า ป้าสะใภ้ตัวดีแสยะยิ้มเหยียดหยาม ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์หนาเตอะมองต่ำลงมาที่ร่างของรินรดาด้วยความสมเพชเวทนา บนโต๊ะกระจกใสมีเช็คเงินสดมูลค่าห้าหมื่นบาทวางอยู่เคียงข้างกับสัญญาปลดแผ่หนี้สินและสละสิทธิ์มรดกทุกอย่างของตระกูล
รินรดาก้มมองตัวเลขบนกระดาษแผ่นนั้นแวบหนึ่ง มุมปากของเชฟสาวผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวระดับมิชลินมาโชกโชนยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือเศร้าสร้อยเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือรอยยิ้มแห่งความสมเพชที่ส่งย้อนกลับไปยังผู้คนที่ยืนล้อมรอบเธอเหมือนฝูงแร้งกำลังรอทึ้งซากสัตว์
ห้าปี... ห้าปีเต็ม ๆ ที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจบริหารร้านอาหารออร์แกนิกของตระกูลจนทำกำไรทะยานสู่หลักล้าน แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาหลังจากการจากไปของคุณยายผู้เป็นที่รัก คือการถูกญาติผู้พี่และป้าสะใภ้ร่วมมือกันปลอมแปลงพินัยกรรม ไล่เธอออกจากบ้าน และโยนเศษเงินก้อนโตนี้มาให้ราวกับเธอเป็นขอทานข้างถนน
"ห้าหมื่นบาท..." รินรดาทวนคำ เสียงนุ่มทุศกังวานแต่เย็นเยียบจนคนที่ได้ยินต้องขนลุกซู่ เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นป้าสะใภ้ตรงๆ "นี่คือราคาค่าหัวใจของฉันตลอดห้าปีที่ผ่านมาอย่างนั้นหรือครับ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง คุณป้าคงคิดว่าฉันโง่มากสินะครับ"
"อีริน! แกกล้าดียังไงมาพูดจาท้าทายฉันแบบนี้! แกมันก็แค่เด็กกำพร้าที่แม่เก็บมาเลี้ยง ถือว่าบุญหัวแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่ฟ้องข้อหาลักทรัพย์ตอนที่แกรื้อห้องคุณยาย!"
เพียะ! เสียงตบโต๊ะดังขึ้นอีกครั้งด้วยความเกรี้ยวกราด
รินรดาไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เธอเพียงแต่ปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนเสื้อสูทสีเบจของตัวเองอย่างใจเย็น ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่นในมือ ท่าทีที่สุขุมเกินคาดทำให้ป้าสะใภ้และลูกพี่ลูกน้องชายหญิงที่ยืนกอดอกรอสมน้ำหน้าอยู่ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
"ไม่ต้องห่วงครับคุณป้า..." รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าสวยหวานปรากฏแววตาคมกริบที่ยากจะคาดเดา "สมบัติปลอมๆ ของพวกคุณ ผมไม่เคยคิดอยากจะได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว... แต่อย่าลืมล่ะครับ ว่าบางสิ่งที่พวกคุณพยายามแย่งชิงไป วันหนึ่งมันอาจจะกลายเป็นยาพิษย้อนกลับมาแผดเผาพวกคุณจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก"
พูดจบ เธอก็จรดปลายปากกาลงบนกระดาษ ไม่ใช่เพื่อเซ็นสดยอมรับ แต่เป็นการเขียนข้อความตัวโตด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *'เชิญพวกคุณรับกรรมอัปลักษณ์นี้ไว้เองเถอะครับ'* ลงบนเอกสารสละสิทธิ์ ก่อนจะปาแฟ้มนั้นใส่หน้าป้าสะใภ้เต็มแรงจนกระดาษกระจายว่อนทั่วห้อง
"อีบ้า! แกกล้ามากนะ!"
เสียงกรีดร้องโวยวายไล่หลังดังลั่น แต่รินรดาหาได้สนใจไม่ เธอก้าวเดินออกมาจากคฤหาสน์หลังโตหลังนั้นด้วยฝีเท้าที่มั่นคง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มโล่งใจอย่างแท้จริง เพราะในกระเป๋าเสื้อสะพายใบเก่าของเธอนั้น มีกุญแจดอกเล็กๆ ดอกหนึ่งซ่อนอยู่... กุญแจสู่ 'ฟาร์มเก่าของคุณยาย' ณ ชานเมืองอันห่างไกล และที่สำคัญที่สุด เธอยังมีความลับที่ไม่มีมนุษย์หน้าไหนในโลกนี้ล่วงรู้
นั่นคือ **'มิติลับป่ามหาเสน่ห์'** ดินแดนมหัศจรรย์ที่เวลาเดินช้ากว่าโลกภายนอกสิบเท่า มีดินอุดมสมบูรณ์ระดับพรีเมียม และพืชพรรณสมุนไพรหายากที่สูญพันธุ์ไปจากโลกแล้วซุกซ่อนอยู่ภายในจิตสำนึกของเธอ!
รถกระบะมือสองคันเก่าสีซีดพาเธอมุ่งหน้าสู่ทางหลวงชนบท สองข้างทางเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องหนาแน่นกลายเป็นทุ่งนาเขียวขจีและแนวภูเขาซับซ้อน อากาศบริสุทธิ์ที่โชยเข้ามาทางหน้าต่างรถทำให้ปอดของเธอได้สูดออกซิเจนเต็มที่หลังจากอุดอู้กับมลพิษในเมืองหลวงมานาน รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความเหนื่อยล้าทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความตื่นเต้นเร้าใจกับชีวิตใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
สองชั่วโมงต่อมา ล้อรถก็เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าบ้านไม้สองชั้นหลังเก่าที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบ มีเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ไผ่ดังระรัว ตัวบ้านอาจจะดูทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่รอบตัวบ้านกลับรายล้อมไปด้วยพื้นที่ดินกว้างขวางนับสิบไร่ที่เต็มไปด้วยวัชพืชรกเรื้อ
รินรดาลงจากรถ บิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้า เธอมองสำรวจบ้านพักวัยเด็กด้วยสายตาเป็นประกาย "เอาล่ะ... ได้เวลาคืนชีพให้ฟาร์มนี้แล้วสิครับ"
เธอหลับตาลงตั้งสมาธิแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวเดินไปแตะมือลงบนเสาไม้เรือนเก่า พร้อมกับเรียกใช้งานมิติลับในจิตใจ ทันใดนั้น ละอองแสงสีทองจางๆ ก็พวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือ ซึมซับลงสู่พื้นดินรอบบริเวณบ้านราวกับปาฏิหาริย์ ดินแห้งแล้งสีเทากลับกลายเป็นสีดำสนิทอุดมสมบูรณ์ กลิ่นหอมของดินชื้นและดอกไม้ป่าตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น รินรดายิ้มกริ่มในใจ เธอวางแผนไว้แล้วว่าจะใช้พืชผลออร์แกนิกเกรดพรีเมียมจากมิติลับมาเปิดร้านอาหารลับเล็กๆ ที่นี่ สร้างรายได้แบบก้าวกระโดด และตบหน้าพวกญาติจอมโลภให้หงายเงิบด้วยความอิจฉา
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาสำรวจแปลงดินหลังบ้าน สายตาก็เหลือบไปเห็นรั้วไม้ไผ่กั้นเขตแดนติดกัน ซึ่งมีร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดลายพรางทหารกำลังยืนกอดอกพิงต้นมะม่วงมองมาที่เธอด้วยสายตานิ่งสนิท ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจเจือความระแวดระวัง
รินรดาชะงัก ชายหนุ่มคนนั้นรูปร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้างหนาในแบบฉบับชายชาติทหาร ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มตัดผมเกรียนสั้นรับกับสันจอกชัดเจน บรรยากาศรอบตัวเขานิ่งขรึมและทรงพลังจนเธอเผลอกลั้นหายใจ
"คุณเป็นใครครับ..." เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ "แล้วเข้ามาทำอะไรในเขตบ้านร้างหลังนี้... สาวน้อย?"
รินรดากระพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อสบเข้ากับดวงตาดุคมที่จ้องมองมาตรงๆ เหมือนพญาเสือโคร่งกำลังสำรวจอาณาเขตของตัวเอง
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดประตูสู่ฟาร์มแห่งความสุขนี้ไปด้วยกันนะครับ!
เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่•ตอนที่ 1
ทิ้งกระทะใบเก่า เริ่มต้นชีวิตใหม่
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!