เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของป้าสะใภ้จอมเขมือบยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดา พร้อมกับเอกสารสิทธิ์ที่ถูกปัดตกลงบนพื้นดินเฉอะแฉะ ทว่าในวินาทีที่ความอัปesอดสูและหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นกำลังจะเอ่อล้น สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ กลับดึงสติของหญิงสาวให้กลับคืนมา
ผู้กองศิลาไม่ได้เอ่ยคำพูดปลอบโยนน้ำเน่าสักคำ สายตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกวาดมองคู่กรณีทั้งสองด้วยแววตาดุดันที่ทรงพลังยิ่งกว่าคำขู่ใดๆ เขาเพียงแค่ก้าวขึ้นมาบังร่างโปร่งของเธอไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่พร้อมปกป้องทุ่งหญ้าอันสงบสุขจากการรุกรานของฝูงหมาป่าหิวกระหาย
"ถ้าเอกสารในมือพวกคุณไม่มีลายเซ็นที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีการชำระหนี้สินตามสัญญา... การมายืนเหยียบย่ำพื้นที่ทำกินของคนอื่นแบบนี้ เขาเรียกว่า 'บุกรุก' นะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขามจนป้าสะใภ้ที่กำลังอ้าปากเตรียมจะแผדเสียงแหลมสูงถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง รินรดามองแผ่นหลังกว้างที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเธอในยามวิกฤต ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีตื้นขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความโล่งใจธรรมดา แต่เป็นความเชื่อมั่น... ความเชื่อใจที่ค่อยๆ รากงอกลึกลงไปในดินแดนแห่งความระแวงที่เธอสร้างไว้ปกป้องตัวเองมาโดยตลอด
"กลับไปซะครับ ก่อนที่ผมจะใช้สิทธิ์ของเจ้าของบ้านเชิญพวกคุณออกไปจริงๆ" ศิลาเอ่ยย้ำ ปลายเท้าขยับเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่งจนอีกฝ่ายต้องผถายหลังหนีด้วยความหวาดกลัว
เมื่อเงาร่างของญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อถอยร่นและลับตาไป ความเงียบสงบก็โรยตัวลงเหนือแปลงผักออร์แกนิก รินรดาย่อกายลงเก็บเอกสารที่เปื้อนโคลนขึ้นมาอย่างเงียบๆ ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความอัดอั้นที่ถูกปลดปล่อยออกไปจนหมดสิ้น
"เจ็บไหมครับ..."
เสียงทุ้มเอ่ยถามแผ่วเบา พร้อมกับที่ร่างสูงคุกเข่าลงข้างกาย มือหนายื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดสะอ้านมาให้ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา เขามองเธอด้วยแววตาที่ไม่มีการเสแสร้ง ไม่มีสายตาดูแคลนว่าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีคราบของนายทหารผู้เย็นชา มีเพียงความห่วงใยที่จริงใจและมั่นคงดั่งขุนเขา
"ฉัน... ไม่เป็นไรค่ะ... เอ๊ย ไม่เป็นไรครับ" รินรดาเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชินออกมา รีบเปลี่ยนสรรพนามแก้เก้อจนผู้กองหนุ่มเผลอยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ
"ไม่ต้องฝืนเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้นะครับ คุณริน" ศิลาเอ่ยเสียงนุ่ม ขณะช่วยหยิบเศษใบไม้ออกจากไหล่บางอย่างเบามือ "คุณดูแลคนทั้งหมู่บ้านผ่านอาหารอร่อยๆ และแปลงผักวิเศษนั่นมามากพอแล้ว ถึงเวลาให้คนอื่นดูแลคุณบ้างแล้วล่ะครับ"
คำพูดนั้นราวกับค้อนทุบลงกลางใจกำแพงน้ำแข็งที่รินรดาใช้ห่อหุ้มหัวใจมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา เธอพยักหน้ารับเบาๆ ความรู้สึกหวาดระแวงที่เคยมีต่อผู้ชายคนนี้ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นล้ำลึก เธอเริ่มเชื่อมั่นแล้วว่า... ผู้ชายคนนี้ไม่ได้เข้ามาเพื่อตักตวงผลประโยชน์จากมิติลับหรือฝีมือทำอาหารของเธออย่างที่คนอื่นๆ หวัง แต่เขาเข้ามาเพื่อ 'เติมเต็ม' สิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตต่างหาก
เพื่อเป็นการตอบแทนความกล้าหาญและความจริงใจในวันนี้ รินรดากลืนความรู้สึกอึดอัดทั้งหมดลงคอ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยหวานอีกครั้ง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยไฟแห่งนักสู้
"ในเมื่อผู้กองปกป้องแปลงผักของฉันไว้ได้ วันนี้ฉันจะทำเมนูพิเศษให้คุณทานเป็นกรณีพิเศษเลยค่ะ... ไม่สครับ เป็นกรณีพิเศษเลยครับ!" รินรดาหัวเราะร่วนให้กับความเลินเล่อของตัวเองที่เผลอหลุดปากพูดผิดอีกรอบ ท่าทีน่ารักเป็นกันเองนั้นทำให้ศิลาถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่น่าฟังที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมา
ภายในห้องครัวของร้านลับ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและสมุนไพรสดใหม่จากมิติลับลอยอบอวลไปทั่ว รินรดาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับเชฟมืออาชีพที่กำลังร่ายรำ เตาถ่านไฟอ่อนๆ กำลังเคี่ยวซี่โครงหมูหมักซอสสูตรโบราณที่เธอแอบดึงออกมาจากมิติพิเศษ เนื้อหมูติดกระดูกสีชมพูอ่อนถูกตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ผสานกับความหวานธรรมชาติจากรากผักชี กระเทียม และพริกไทยดำคั่วใหม่ๆ ที่โขลกจนละเอียด ส่งกลิ่นหอมฟุ้งทะลุออกไปถึงหน้าร้านจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องหยุดเดินสูดดมกลิ่นหอมอันเย้ายวนใจ
ศิลานั่งมองการทำงานของหญิงสาวเงียบๆ จากโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง สายตาของนายทหารหนุ่มสะท้อนความชื่นชมและเอ็นดูระคนกัน เขารู้สึกได้ว่ารินรดาในตอนนี้เปล่งประกายยิ่งกว่าเพชรเม็ดงาม ความสตรอง ความฉลาด และความใส่ใจในรายละเอียด ทำให้เธอมีเสน่ห์จนยากจะละสายตา
จานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดถูกวางลงตรงหน้าศิลาอย่างบรรจง เมนูพิเศษในค่ำคืนนี้คือ **"ซี่โครงหมูตุ๋นยาจีนรังนกป่าและสมุนไพรสามเกลอ"** น้ำซุปสีอำพันใสแจ๋วแต่เข้มข้นด้วยรสชาติกลมกล่อม โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งซอยละเอียดและกระเทียมเจียวกรอบๆ ส่งควันฉุยกรุ่นพร้อมกลิ่นอายความอบอุ่นที่โอบกอดหัวใจ
"ลองชิมดูสิคะ... เอ๊ย ชิมดูนะครับ" รินรดายิ้มเขินๆ จนแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อ ศิลาไม่รอช้า เขาตักน้ำซุปเข้าปากคำหนึ่ง รสชาติหวานล้ำกลมกล่อมที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อผสานกับความหอมของสมุนไพรป่าแท้ๆ กระจายซ่านไปทั่วโพรงปาก ความเหนื่อยล้าจากการฝึกและเรื่องปวดหัวตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้นในพริบตาเดียว
"อร่อยมากครับ..." ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงจริงจังจนรินรดาต้องหลบสายตา "อร่อยจน... ผมไม่อยากกินฝีมือใครนอกจากคุณอีกแล้วล่ะครับ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ เคมีหวานละมุนระหว่างทั้งสองคนอบอวลยิ่งกว่าควันจากชามซุปตรงหน้า ทว่าในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังก้าวไปสู่จุดที่งดงามที่สุด เสียงเคาะประตูกระจ็กร้านด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน รินรดากับศิลาหันไปมองพร้อมกันด้วยความแปลกใจ
ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลราคาแพงก้าวเข้ามาในร้านอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมคายนั้นหยิ่งผยองและมีรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้รู้สึกไม่น่าไว้วางใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วร้านก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รินรดา พร้อมกับคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของหญิงสาวเย็นเฉียบลงในพริบตา
"สวัสดีครับคุณเชฟ... ผมได้รับคำสั่งให้มา 'ซื้อ' ร้านนี้คืน ในนามของตระกูลที่คุณหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของฟาร์มเมอร์สุขใจด้วยดีเสมอมานะครับ
เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่•ตอนที่ 25
ใจแลกใจ
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!