เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่•ตอนที่ 10

มิตรภาพที่เริ่มก่อตัว

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
พิมพ์เขียวแปลนไม้สักทองแผ่นใหญ่ถูกกางลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ยังไม่ชวนให้ไขว้เขวเท่ากับกลิ่นอายความมุ่งมั่นที่ลอยอบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งสองในห้องครัวหลังร้าน รินรดากวาดสายตามองตัวเลขต้นทุนและกำไรที่ผู้กองศิลาเพิ่งคำนวณเสร็จสิ้น นิ้วเรียวของชายหนุ่มในชุดลำลองสบายๆ เคาะเบาๆ บนกระดาษแผ่นนั้นราวกับจะกำกับจังหวะชีวิตบทใหม่ของร้านอาหารลับแห่งนี้ "ถ้าเราขยายส่วนห้องกระจกออกไปทางแปลงผักด้านหลัง รินจะสามารถเพิ่มโต๊ะรองรับลูกค้าได้อีกไม่ต่ำกว่าห้าชุดครับ แถมยังมองเห็นวิวแปลงสมุนไพรเวลาทานอาหารด้วย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างมั่นคง นัยน์ตาคมกริบมองสบตาหญิงสาวด้วยประกายความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก "ฉันกลัวว่ามันจะเกินกำลังทุนที่เรามีน่ะสิครับ... เอ๊ย หมายถึง ฉันกลัวทุนจมต่างหาก" รินรดาเผลอหลุดคำพูดกันเองออกไปตามความคุ้นเคย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเชฟสาวผู้รอบคอบ แม้ใบหน้าเนียนจะขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกอีกฝ่ายมองทะลุปรุโปร่ง ศิลาไหวไหล่เล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบา "เรื่องทุนรอน รินไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ผมจัดการประสานงานเรื่องวัสดุไม้สักเก่าจากค่ายทหารปลดประจำการไว้หมดแล้ว ราคาถูกกว่าท้องตลาดครึ่งต่อครึ่งแถมความแข็งแรงหายห่วง งานนี้ผมลงมือเลื่อยไม้เอง รับรองว่าแข็งแรงพอที่จะให้รินเปิดร้านไปได้อีกสิบปีแน่นอนครับ" คำว่า 'ลงมือเลื่อยไม้เอง' จากปากนายทหารหนุ่มผู้มีเรือนร่างกำยำและแววตาดุดันเวลาอยู่ในสนามฝึก ทำให้รินรดานึกภาพตามแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ ชายหนุ่มคนนี้ไม่เคยพูดคำหวานเลี่ยนหู แต่ทุกการกระทำกลับหนักแน่นราวกับขุนเขา คอยแบกรับและสนับสนุนเธอในทุกย่างก้าวโดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ "คุณศิลานี่ชักจะเกินไปใหญ่แล้วนะ... มาช่วยฉันคิดเรื่องสูตรอาหารไม่พอ ยังจะมาเหมางานก่อสร้างให้อีก แบบนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะครับ" รินรดาแกล้งทำเป็นบ่นกระปอดกระแปด แต่นัยน์ตากลับระยิบระยับด้วยความซาบซึ้งใจ "เอาไว้ใกล้หัวใจผมก็พอครับ" เสียงทุ้มเอ่ยตอบเรียบๆ แต่ทรงพลังทำเอารินรดาถึงกับสำลักอากาศ หญิงสาวรีบหันไปหยิบเหยือกน้ำออร์แกนิกผสมเลมอนจากมิติลับมารินใส่แก้วเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มที่ควบคุมไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรักที่กำลังผลิบานเงียบๆ เคียงคู่ไปกับกลิ่นหอมกรุ่นของดินและใบไม้หลังฝน ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะความหวาน ก๊อกๆๆ! รินรดากับศิลาหันไปมองพร้อมกัน ร่างท้วมของป้าสำเนียง แม่ค้าปากตลาดจอมจุ้นผู้เคยมาหาเรื่องตักตวงผลประโยชน์จากร้านเธอเมื่อวันก่อน กำลังยืนชะเง้อมองผ่านกระจกใส ใบหน้าอวบอูมนั้นฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มจอมปลอมและแววตาสอดรู้สอดเห็น "อ้าว แม่เชฟริน เปิดร้านหรือยังจ๊ะเนี่ย... อุ๊ยตาย มีผู้กองหนุ่มรูปงามมาช่วยงานด้วยเหรอจ๊ะ ถึงว่าล่ะ ช่วงนี้ร้านถึงได้ขายดิบขายดีจนคนเขาอิจฉากันทั้งหมู่บ้าน" ป้าสำเนียงถือวิสาสะผลักประตูก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ กวาดสายตามองแปลนไม้บนโต๊ะด้วยความอยากรู้อยากเห็น รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รอยยิ้มที่เป็นมิตรเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยแววตาคมกราบที่พร้อมจะเชือดเฉือนใครก็ตามที่กล้าล้ำเส้น "ร้านยังไม่เปิดครับ ป้าสำเนียงมีธุระอะไรหรือเปล่า ถึงได้เดินเข้ามาในโซนส่วนตัวแบบนี้" ป้าสำเนียงทำเป็นไม่รู้ไม่ช้า เดินลอยชายเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ชะเง้อมองตัวเลขต้นทุนในกระดาษแปลนร้าน ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ "แหมมม จะขยายร้านใหญ่โตเชียวนะยะ หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำแบบนี้ ไม่คิดจะแบ่งปันญาติพี่น้องที่เคยช่วยสั่งสอนมาบ้างเลยหรือไง นังริน... เนี่ย ฉันกะว่าจะเอาสูตรน้ำซุปกระดูกหมูสูตรลับของยายแกไปต่อยอดเปิดร้านแข่งเสียหน่อย ไหนๆ แกก็รวยเอาๆ แล้ว แบ่งความลับมาให้ป้าสักนิดคงไม่ตายหรอกมั้ง" ความโลภและความหน้าไม่อายที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้านั้น ทำให้รินรดากำมือแน่น ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกป้าแท้ๆ คนนี้ร่วมมือกับญาติคนอื่นๆ สูบเลือดสูบเนื้อและขับไล่เธอออกจากบ้านหลังเก่าผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ ก่อนที่รินรดาจะทันได้อ้าปากตอกกลับด้วยวาจาเผ็ดร้อน ร่างสูงใหญ่ของผู้กองศิลาก็ขยับก้าวมาบังหน้าเธอไว้เสียก่อน แรงกดดันมหาศาลจากนายทหารผ่านศึกแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น ศิลาไม่ได้ตะคอก แต่สายตาคมกริบที่มองตรงไปยังป้าสำเนียงกลับเยือกเย็นจนน่ากลัว "สูตรอาหาร เป็นทรัพย์สินทางปัญญา และสิทธิ์ส่วนบุคคลครับ ถ้าคุณป้าไม่มีธุระเรื่องการสั่งอาหาร กรุณาออกจากพื้นที่ส่วนตัวของร้านเราไปทันที มิฉะนั้นผมคงต้องใช้สิทธิ์ของเจ้าของบ้านเชิญคุณป้าออกไปด้วยตัวเอง" ป้าสำเนียงสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มเครื่องแบบทหาร "อะ...ไอ้ทหารหนุ่มนี่! แกกล้าไล่ฉันเหรอ เดี๋ยวเถอะ ฉันจะไปประจานพวกแกให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าเนรคุณผู้มีพระคุณ!" นางแหวใส่ด้วยความโมโหก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีออกจากร้านไปอย่างหัวเสีย รินรดามองแผ่นหลังที่เดินลับตาไป ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "ขอบคุณนะครับคุณศิลา ที่ช่วยจัดการยัยป้านั่นให้" ศิลาหันกลับมามองเธอ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในพริบตา "คนแบบนั้นไม่ต้องไปใส่ใจให้รกสมองหรอกครับ รินมีหน้าที่สร้างสรรค์อาหารอร่อยๆ และขยายร้านในฝัน ส่วนเรื่องความปลอดภัยและพวกน่ารำคาญ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง" คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเชฟสาวกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาทดความเหนื่อยล้าทั้งหมด ทั้งคู่กลับมานั่งลงที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง มือหนาและมือเรียวประสานกันบนแปลนไม้สักทอง พร้อมที่จะก้าวเดินไปสู่อนาคตบทใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะลงรายละเอียดขั้นตอนสุดท้าย เสียงกริ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสราคาแพงแบรนด์เนม ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยيยนที่รินรดาจำได้แม่นยำ—**'คุณหญิงมารศรี'** อดีตแม่สามีจอมเชิ่ดผู้เคยเหยียดหยามเธอว่าไม่มีค่าแม้แต่เศษดินรองเท้า ที่บัดนี้กำลังยืนถือกระเป๋าแบรนด์ดัง ยืนจ้องมองความสำเร็จของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและแผนการร้ายกาจบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของฟาร์มเมอร์สุขใจเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%