"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกนิดเดียว เกรงว่าเราคงต้องเปลี่ยนจุดหมายจากน้ำตกใสสะอาด ไปเป็นห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลประจำอำเภอแทนแล้วล่ะครับ ผู้กองศิลา"
เสียงใสๆ ที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น ท่ามกลางเสียงซ่าของสายน้ำที่ตกกระทบโขดหินเบื้องหน้า รินรดาหยุดฝีเท้าลงบนแผ่นหินราบขนาดใหญ่ที่ถูกละอองน้ำเย็นฉ่ำพ่นใส่จนชุ่มชื้น เธอปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมด้วยหลังมือข้างหนึ่ง ในมืออีกข้างถือตะกร้าหวายสานบรรจุห่อใบตองตุงแน่น ซึ่งส่งกลิ่นหอมยวนใจของสมุนไพรและเครื่องเทศโชยออกมาทุกครั้งที่ลมพัดผ่าน
ผู้กองศิลาชะงักฝีเท้า เขาก้าวถอยหลังสองก้าวอย่างว่าง่าย ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีพื้นและกางเกงคาร์โก้ลุยป่าดูทะมัดทะแมง ใบหน้าคมคายขึ้นโครงชัดเจนตามแบบฉบับชายชาติทหาร ปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบมองสำรวจภรรยาจำเป็นที่วันนี้สลัดผ้ากันเปื้อนในครัว มาสวมชุดเดินป่าทะมัดทะแมงแต่ยังคงความน่ามอง
"ผมแค่อยากพาคุณมาสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด และที่สำคัญ..." ศิลาเว้นจังหวะ ทอดสายตาลึกลงไปในดวงตากลมโตของหญิงสาว "ผมไม่อยากให้ใครมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของเรา สัปดาห์นี้คุณเหนื่อยกับศึกรอบด้านมามากพอแล้ว ทั้งเรื่องร้านอาหารและพวกญาติจอมปลอมกลุ่มนั้น"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาฉายแววคมปลาบอย่างรู้ทัน "หึ... คนพวกนั้นเหรอครับ? ผมว่าพวกเขาน่าจะกำลังกุมขมับอยู่มากกว่า หลังจากที่ผมจัดการเคลียร์บัญชีและปฏิเสธหน้าตายไปเมื่อวานนี้ โทษฐานที่คิดจะมาฮุบสูตรน้ำซุปออร์แกนิกของผมไปต่อยอดธุรกิจร้านส้มตำหน้าปากซอย คิดว่าผมเป็นแม่พระหรือยังไงกัน"
"คุณไม่ใช่แม่พระ..." ศิลาก้าวเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ มือหนายื่นไปปัดใบไม้แห้งที่ติดอยู่บนกลุ่มผมนุ่มของรินรดาแผ่วเบา "คุณคือเชฟมือฉมังผู้เด็ดเดี่ยวต่างหากล่ะครับ และผมชอบเวลาที่คุณจัดการคนพวกนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่สุด"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงด้วยความเงียบสงบของผืนป่า มีเพียงเสียงน้ำตกและเสียงหัวใจที่เต้นรำไปตามจังหวะความใกล้ชิด รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นอายแดดและป่าไม้จากตัวชายหนุ่ม ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิงไปชั่วขณะ เธอเบี่ยงสายตาหลบไปมองสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากเบื้องล่างเพื่อตั้งสหลัก
นี่คือ "วันพักผ่อน" ที่ศิลายื่นคำขาดแกมบังคับให้เธอหยุดงานหนึ่งวันเต็ม หลังจากที่เธอหมกมุ่นอยู่กับการตระเตรียมวัตถุดิบในมิติลับ 'สวนป่ามหาเสน่ห์' เพื่อรองรับลูกค้าล้นทะลักในสัปดาห์ที่ผ่านมา
"ไหนล่ะครับที่บอกว่าจะมาเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง? อย่ามาเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนนะ ผู้กอง" รินรดาเลือกที่จะรุกกลับด้วยน้ำเสียงกึ่งกระเซ้ากึ่งจริงจัง เธอวางตะกร้าหวายลงบนโขดหินแบนราบ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งห้อยขาอย่างระมัดระวัง
ศิลานั่งลงเคียงข้าง ระยะห่างระหว่างไหล่ของทั้งคู่แนบชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น ชายหนุ่มทอดสายตาเหม่อมองไปยังสายน้ำที่ไหลวนก่อนจะทอดถอนหายใจยาวนาน เป็นครั้งแรกที่รินรดาเห็นแววตาไหววูบในความนิ่งสงบนั้น มันไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นร่องรอยของอดีตที่ผ่านการขัดเกลาจนตกตะกอน
"คุณรู้ไหม... ทำไมผมถึงขอลาพักร้อนยาวขนาดนี้?" ศิลาเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวานแข่งกับเสียงน้ำตก
รินรดาเอียงคอมองเล็กน้อย "ก็เพราะคุณบอกว่าอยากมาช่วยงานในฟาร์มของครอบครัว และ... มาคอยตรวจเช็คความปลอดภัยให้ผมไม่ใช่เหรอครับ?"
ศิลาหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมาย "นั่นก็ส่วนหนึ่งครับ... แต่ความจริงคือ ผมกำลังหนี"
"หนี?" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น "ระดับผู้กองศิลา ผู้ชายที่ต่อกรกับสถานการณ์คับขันมานักต่อนักเนี่ยนะ กำลังหนีอะไรอยู่?"
"หนีเงาของตัวเองครับ" ศิลาหันมาสบตาเตร็งตรง แววตานั้นจริงจังจนรินรดาต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ "สมัยที่ผมประจำการอยู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษทางภาคเหนือ เราสูญเสียลูกน้องและเพื่อนร่วมทีมไปต่อหน้าต่อตาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ผมเป็นหัวหน้าทีม ผมเป็นคนออกคำสั่ง และผม... เป็นคนเดียวที่รอดชีวิตกลับมาพร้อมกับบาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังและในใจ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดารู้สึกได้ถึงความหนقอึ้งที่ลอยวนอยู่ในอากาศ เธอไม่เคยเอ่ยถามถึงบาดแผลเป็นทางยาวที่พาดผ่านแผ่นหลังของเขาเวลาที่เขาถอดเสื้อทำงานในไร่ เพราะคิดว่าเป็นร่องรอยจากสนามรบตามปกติ แต่เบื้องหลังรอยแผลนั้นกลับซ่อนความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณของชายหนุ่มมาเนิ่นนาน
มือเรียวเล็กตัดสินใจยื่นไปกุมมือหนาที่วางอยู่บนเข่าของศิลาอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านไป ทำให้ชายหนุ่มชะงัก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
"ความผิดพลาดไม่ได้แปลว่าคุณต้องแบกมันไว้ชั่วชีวิตนะครับ, ผู้กอง" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นในทุกถ้อยคำ "ถ้าคนที่ตายไปเขาเห็นคุณเอาแต่ลงโทษตัวเองด้วยการปิดกั้นความสุข และใช้ชีวิตอย่างไร้ชีวิตชีวาแบบนี้ พวกเขาคงเสียใจมากกว่าที่คุณรอดชีวิตกลับมาเสียอีก"
ศิลาจ้องมองมือนุ่มที่กุมมือเขาไว้แน่น ดวงตาคมกริบไหวระริก ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกปิดผนึกไว้ใต้ความเย็นชามาแรมปี คล้ายกำลังถูกละลายด้วยความอบอุ่นจากหญิงสาวตรงหน้า เขาพลิกมือกลับมากุมมือเธอไว้แนบแน่นเสียเอง ราวกับกลัวว่าความจริงใจนี้จะเป็นเพียงภาพลวงตา
"แล้วถ้าผมบอกว่า... ตั้งแต่ผมได้มาเจอคุณ ได้มากินอาหารฝีมือคุณ และได้เห็นวิธีที่คุณลุกขึ้นสู้กับปัญหาโดยไม่เคยยอมแพ้ มันทำให้ผมอยากมีชีวิตอยู่เพื่อวันพรุ่งนี้จริงๆ ล่ะ คุณจะเชื่อไหม?"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอรีบดึงมือกลับเบาๆ ก่อนจะกระแอมกลบเกลื่อนความเขินอายที่แล่นพล่าน
"แหม... ปากหวานแบบนี้ สงสัยฝีมือการทำอาหารของผมจะเริ่มมีผลข้างเคียงกับสมองของคุณซะแล้วล่ะมั้งครับ!" เธอรีบแก้เขินด้วยการหันไปเปิดตะกร้าหวาย "ถ้าอย่างนั้นเพื่อเป็นการปลอบใจทหารผ่านศึกที่ขี้ดราม่า วันนี้เชฟรินจัดเมนูพิเศษที่คุณไม่มีวันได้กินจากที่ไหนแน่นอนครับ!"
กลิ่นหอมหวลของเครื่องเทศและสมุนไพรพุ่งทะลักออกมาทันทีที่ชั้นห่อใบตองถูกเปิดออก เผยให้เห็น "ไก่อบสมุนไพรป่าซอสมะขามสูตรโบราณ" ที่เนื้อไก่ฉ่ำน้ำ หมักด้วยเครื่องเทศลับจากมิติลับจนเข้าเนื้อ หนังไก่สีเหลืองทองย่างด้วยไฟอ่อนจนกรอบกรุบ ราดด้วยซอสมะขามเคี่ยวเค็มหวานกลมกล่อม โรยด้วยหอมเจียวกรอบและพริกแห้งทอดกรอบสีแดงสด ตัดเลี่ยนด้วยใบสะระแหน่สดๆ จากแปลงออร์แกนิก
ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างลืมตัว กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณป่าโปร่งรอบน้ำตก ขัดกับบรรยากาศดราม่าเมื่อครู่นี้โดยสิ้นเชิง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มทันที
"ผมชักจะไม่แน่ใจแล้วว่า คุณตั้งใจพาผมมาฟังเรื่องอดีต หรือตั้งใจจะใช้เสน่ห์ปลายจวักมามัดมือชกผมให้ยอมเป็นเชฟประจำตัวคุณไปตลอดชีวิตกันแน่ครับ, คุณภรรยา"
"อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยครับผู้กอง!" รินรดายื่นจานใบตองส่งให้เขาพร้อมรอยยิ้มท้าทาย "ทานซะ... แล้วคุณจะรู้ว่านรกกับสวรรค์ผ่านกระเพาะอาหารมันเป็นยังไง"
ศิลาหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ความมืดมนในจิตใจเมื่อครู่พลันมลายหายสิ้น เหลือเพียงความสุขเรียบง่ายที่อบอวลอยู่กลางผืนป่า ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเตรียมจะลิ้มรสชาติอาหารมื้อพิเศษนั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ริมทางเดินเท้าเข้าสู่ป่าลึก
ร่างเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังหลบซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้หนา พร้อมกับเสียงกุกกักที่ดังขึ้นราวกับจงใจให้ได้ยิน รินรดาลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาหรี่แคบลงด้วยความระแวง ขณะที่ศิลาเปลี่ยนสีหน้าเป็นความเคร่งขรึมในเสี้ยววินาที ร่างสูงก้าวเข้ามาบังหน้าภรรยาสาวโดยสัญชาตญาณ พร้อมกับเอื้อมมือไปควալหาปืนพกประจำกายที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคาร์โก้อย่างเงียบเชียบ
"...ใครอยู่ตรงนั้น?!" ศิลาตะโกนถามเสียงก้อง กลิ่นอายความเป็นนายทหารหน่วยรบพิเศษแผ่ซ่านกดดันจนบรรยากาศรอบตัวเยือกเย็นลงทันตา
ไม่มีเสียงตอบรับจากพุ่มไม้เบื้องหน้า ทว่า สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นดินแทบเท้าของทั้งคู่ กลับเป็นวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่า พร้อมกับข้อความลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท ซึ่งทำให้รินรดากลั้นหายใจเฮือกใหญ่เมื่อก้มลงอ่านมัน
**[ข้อความสั้นๆ บนกระดาษ: "ระวังตัวไว้... ของในสวนป่ามหาเสน่ห์ของคุณ กำลังจะถูกแย่งชิงในคืนจันทร์เต็มดวงนี้"]**
ฟาร์มเมอร์สุขใจ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะครับ
เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่•ตอนที่ 19
วันพักผ่อนของเชฟ
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!