คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว!•ตอนที่ 9

ซาลาเปาไส้ทะลักมื้อแรก

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ใครกัน!" หลินซูหยินตวัดสายตาคมกริบไปยังทิศทางของรั้วไม้ไผ่ทันที มือเรียวที่กำลังถือไม้คลึงแป้งชะงักค้างกลางอากาศ บรรยากาศรอบกายพลันเยียบเย็นลงถนัดตา สัญชาตญาณของอดีตนักโภชนาการมือหนึ่งและแม่ที่ต้องปกป้องลูกแฝดพุ่งพล่านถึงขีดสุด เงาน่างสูงโปร่งที่ทาบทับอยู่หลังรอยแตกของรั้วสะعدเล็กน้อย ก่อนที่ร่างนั้นจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความมืดสลัวยามค่ำคืนของหมู่บ้านยุค 80 กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีหมักยีสต์และเห็ดหอมผัดซีอิ๊วยังคงลอยอวลอยู่รอบบริเวณ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของแขกไม่ได้รับเชิญ ทว่า... ก่อนที่ซูหยินจะได้คว้าไม้กวาดหรือหยิบมีดหั่นผักจากมิติลับมาป้องกันตัว เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูก็เอ่ยแทรกขึ้นทำลายความเงียบเสียก่อน "ซูหยิน... พี่เอง" ร่างสูงใหญ่ก้าวพ้นเงามืดออกมา เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและฝุ่นควันจากการเดินทาง ไหล่กว้างแบกกระเป๋าผ้าใบใหญ่ เครื่องแบบทหารที่สวมใส่ยับยู่ยี่เล็กน้อยแต่ยังคงความสง่างามไว้อย่างเต็มเปี่ยม ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองภรรยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งห่วงหา อ่อนโยน และ... ความประหลาดใจระคนทึ่งกับกลิ่นอาหารที่หอมฟุ้งจนท้องร้อง ลู่ถิงกลับมาแล้ว! ซูหยินกะพริบตาปริบๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เธอน่าวางไม้คลึงแป้งลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "คุณกลับมาเร็วกว่ากำหนดนี่คะ... แล้วทำไมไม่ส่งเสียงเรียกดีๆ มายืนลับๆ ล่อๆ หน้าต่างหลังบ้านแบบนี้ อยากให้ฉันฟาดด้วยไม้คลึงแป้งหัวแตกหรือยังไงกัน" น้ำเสียงของเธอแม้จะเจือแววตำหนิ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มโล่งอก ลู่ถิงเดินเข้าใกล้รั้วเตี้ยๆ เขาวางกระเป๋าลงแล้วดันตัวข้ามรั้วเข้ามาอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบไม่ได้มองแค่ภรรยาคนสวย แต่กวาดมองไปทั่วห้องครัวชั่วคราวที่สะอาดสะอ้านผิดหูผิดตา บนโต๊ะมีอ่างผสมแป้งขนาดใหญ่และเข่งไม้ไผ่สานที่เตรียมไว้สำหรับนึ่งซาลาเปา "พี่เพิ่งลงจากรถบรรทุกของหน่วยเสบียง เดินลัดทุ่งมาเรื่อยๆ กลิ่นนี่..." ลู่ถิงสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาเป็นประกายวาววโรจน์ราวกับเด็กน้อยที่เจอของเล่นชิ้นโปรด "หอมมาก หอมจนพี่นึกว่าตัวเองฝันไป ซูหยิน... น้องกำลังทำอะไรกินดึกดื่นป่านนี้?" "ซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมค่ะ" ซูหยินเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างภาคภูมิใจ เธอหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดมือที่เปื้อนแป้ง ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้สามีเพื่อสำรวจความเรียบร้อย "คุณคงหิวล่ะสิคะ นั่งรอแป๊บเดียว เดี๋ยวฉันจัดการนึ่งชุดแรกให้ชิมเป็นคนแรกเลย รับรองว่าอร่อยจนคุณลืมข้าวต้มหม้อเก่าที่บ้านใหญ่ไปเลยค่ะ" คำพูดพาดพิงถึง 'บ้านใหญ่' ทำให้มุมปากหนาของลู่ถิงกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขารู้ดีว่าแม่และน้องชายตัวดีของเขาชอบสร้างความลำบากใจให้ภรรยาขนาดไหน แต่พอดูจากท่าทีที่มั่นอกมั่นใจและประกายตาเป็นประกายของซูหยินในตอนนี้ เขากลับรู้สึกว่าภรรยาของเขาในยามนี้น่ามองและมีเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ "ถ้าอร่อยถูกปากพี่... น้องจะยอมให้พี่หอมแก้มสักทีไหมล่ะ" ลู่ถิงกระซิบเสียงต่ำด้วยความเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ทีจะได้เห็นจากนายทหารผู้เคร่งขรึม "ฝันไปเถอะค่ะ ไปล้างหน้าล้างตาก่อนไป ลูกๆ หลับกันหมดแล้ว อย่าส่งเสียงดังให้เป่าเป้ากับเป่าเป้ยตื่นเชียวนะคะ" ซูหยินค้อนขวับให้สามีวงใหญ่ แต่ม้มปากกลับอมยิ้มจนปิดไม่มิด ในขณะที่ทั้งสองกำลังหยอกล้อกันอย่างอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศยามดึกที่ควรจะเงียบสงบ กลิ่นหอมอันเย้ายวนของหมูสับติดมันคลุกเคล้าพริกไทยดำและซีอิ๊วขาวหมักสูตรพิเศษจากมิติลับ ก็ลอยฟุ้งไปตามสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านทะลุรั้วบ้านออกไปไกลโพ้น... ณ บ้านหลังถัดไป... ป้าจางที่เพิ่งลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ถึงกับต้องหยุดเดิน สูดจมูกฟุดฟิดเข้าเต็มปอด ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง "กลิ่นอะไรวะเนี่ย? หอมฉุนชวนน้ำลายสอชะมัด... หรือว่าบ้านนังสะภานั้นมันแอบต้มกระดูกหมูอีกแล้ว?" ไม่เพียงแต่ป้าจางเท่านั้น ชาวบ้านอีกหลายคนที่เดินผ่านละแวกใกล้เคียงต่างก็ต้องหยุดเดิน ยกมือขึ้นกลืนน้ำลายเอื้อมมือเก้อกลางอากาศโดยไม่รู้ตัว บางคนถึงกับบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิดที่ไม่ได้กิน ขณะที่บางคนเริ่มคิดวางแผนว่ารุ่งเช้าจะต้องแวะมาสืบให้ได้ว่าสะใภ้รองตระกูลลู่ทำอะไรกินกันแน่ถึงได้หอมทะลักไปทั่วทั้งซอยเช่นนี้! กลับมาที่ห้องครัวของซูหยิน แป้งซาลาเปากลมโตสีขาวนวลถูกปั้นขึ้นรูปอย่างประณีตเรียงรายเต็มเข่งไม้ไผ่ ซูหยินจัดการยกขึ้นตั้งบนหม้อต้มน้ำเดือดพลั่าน ปิดฝาให้สนิทเพื่อรอเวลาความสุกงอม ผ่านไปสิบห้านาที... ไอความร้อนพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว ลู่ถิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้แต่ในสนามรบที่อดอยากเขาก็ไม่เคยรู้สึกหิวโหยเท่านี้มาก่อน ซูหยินใช้ผ้าจับหูหม้อค่อยๆ เปิดฝาออก ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่เพดาน เผยให้เห็นซาลาเปาผิวเนียนนุ่ม ลูกใหญ่เท่าฝ่ามือ แป้งขึ้นฟูสวยงาม ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนแทบทนไม่ไหว "เสร็จแล้วค่ะ... ซาลาเปาไส้ทะลักมื้อแรกของพวกเรา" ซูหยินหยิบตะหลิวไม้อย่างระมัดระวังเพื่อตักซาลาเปาลูกแรกใส่จานยื่นให้สามี ลู่ถิงรับจานมาด้วยมือสั่นเทาเล็กน้อย เขาไม่รอช้า ใช้มือเปล่าบีบซาลาเปานุ่มๆ ออกเป็นสองซีก ทันใดนั้น... น้ำซุปข้นคลั่กสีอำพันก็ทะลักไหลเยิ้มออกมาพร้อมกับไอน้ำร้อนฉ่าและกลิ่นหอมของเห็ดหอมกับหมูสับที่อัดแน่นเต็มคำ! ดวงตาของลู่ถิงเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อก้มลงมองซาลาเปาในมือ ทว่า... ในจังหวะที่เขากำลังจะอ้าปากกัดคำแรกนั้นเอง เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดที่แผดลั่นมาจากหน้าบ้านของแม่สามีจอมเคี่ยว! "อีสะใภ้ตัวแสบ! ดึกดื่นป่านนี้แกทำอะไรกินกันวะ กลิ่นถึงได้ลอยไปรบกวนชาวบ้านเขาครึ่งหมู่บ้าน เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ หรืออยากให้ฉันพังประตูเข้าไปตบสั่งสอนแก!" รอยยิ้มบนใบหน้าของซูหยินแข็งค้างในเสี้ยววินาที ก่อนที่แววตาของเธอจะเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นและดุดัน ลู่ถิงวางจานซาลาเปาลงบนโต๊ะช้าๆ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงลงจนน่ากลัว สันจรามขบเข้าหากันแน่น ซูหยินหันมามองสามีที่เพิ่งกลับบ้านได้ไม่ถึงสิบนาที มุมปากยกยิ้มเหยียดหยามอย่างท้าทาย "ดูท่าทาง... แม่สามีผู้ประเสริฐของคุณคงไม่ได้มาแค่ทวงซาลาเปาฟรีๆ แน่เสียแล้วล่ะค่ะ..." ซูหยินเอ่ยเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะฟาดฟันทุกเมื่อ ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%