คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว!•ตอนที่ 3

สะบัดหน้าใส่แม่สามีจอมสูบเลือด

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้ยัยสะใภ้ตัวดี! แกซ่อนของกินอะไรไว้ข้างใน! อย่าคิดว่าฉันไม่ได้กลิ่นนะ!" เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน พร้อมกับแรงกระแทกจากภายนอกที่ทำให้กลอนไม้เก่าๆ สั่นสะเทือนจนฝุ่นผงร่วงกราวลงมา หลินซูหยินขมวดคิ้วมุ่น วางตะหลิวไม้ในมือลงบนเคาน์เตอร์ครัวด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเย็นชาไร้ความเกรงกลัว นางเพิ่งจะเคี่ยวซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงในมิติลับจนเปื่อยนุ่มละมุนลิ้น กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวกับซีอิ๊วชั้นดีและเครื่องเทศอบอวลอบอุ่นไปทั่วห้องครัวขนาดเล็ก แต่ไม่ทันที่ลูกแฝดจะได้ลิ้มลองความอร่อย แม่สามีตัวแสบอย่าง "นางจาง" ก็ยกพวกมาทุบเรือนเสียแล้ว ที่หน้าต่างครัว เป่าเปาและเป่าเป้ยสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ สองหนูน้อยวัยสามขวบวิ่งเข้ามาซุกชายเสื้อของมารดาอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตคลอด้วยหยาดน้ำตาด้วยความหวาดกลัวเสียงคำรามปานฟ้าผ่าของย่าตัวเอง "แม่จ๋า... ย่ามาอีกแล้ว เป่าเปากลัว..." เด็กชายตัวกลมซุกหน้าลงกับขาแม่ ตัวสั่นเทาเล็กน้อย ซูหยินรีบย่อตัวลง ลูบศีรษะลูกแฝดด้วยความรักและทะนุถนอม รอยยิ้มอ่อนโยนถูกส่งให้เด็กทั้งสองก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวเด็ดเดี่ยวเมื่อหันไปมองบานประตูหน้าบ้าน "เป่าเปา เป่าเป้ย ไม่ต้องกลัวนะคะ อยู่กับแม่ไม่มีใครทำอะไรลูกได้ทั้งนั้น ลูกนั่งรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวแม่จัดการเองค่ะ" น้ำเสียงของนางหนักแน่นและทรงพลังจนเด็กน้อยทั้งสองพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง ซูหยินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปัดเศษแป้งบนผ้ากันเปื้อนออกลวกๆ ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปที่ประตูไม้ ปึง! ปึง! ปึง! "อีสะใภ้อกตัญญู! แกหูหนวกหรือไงวะ! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้! บ้านนี้เป็นของตระกูลลู่ แกเอาเงินจากไหนมาซื้อเนื้อหมูทำอาหารกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ ฮึ? คิดจะแอบกินคนเดียวในขณะที่แม่สามีคนนี้ต้องกินน้ำต้มผักกัดก้อนเกลืออย่างนั้นเรอะ!" เสียงแหลมสูงของนางจางแผดลั่นทะลุประตูไม้เข้ามา พร้อมกับเสียงสมุนบริวารอย่างสะใภ้รองที่คอยเออออห่อหมกอยู่ไม่ห่าง แกร๊ก... เสียงกลอนประตูถูกปลดล็อกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันชั่วขณะ นางจางที่กำลังง้างมือเตรียมจะทุบซ้ำถึงกับเซถลาไปข้างหน้าเกือบล้มหน้าคะมำ เมื่อจู่ๆ ประตูไม้ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้สัญญาณเตือน ภาพของหลินซูหยินที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู ใบหน้างดงามนิ่งสงบแต่แววตากลับคมกริบราวน้ำแข็งขั้วโลก ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที นางจางตั้งหลักได้ก็อ้าปากเตรียมจะด่ากราดทันทีตามนิสัยเดิม "นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงปล่อยให้ฉันยืนตากแดด..." "หุบปากซะ! ย่าแก่กะโหลกละกะลา!" ซูหยินสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบคมจนนางจางสำลักน้ำลายตัวเองหน้าดำหน้าแดง "แก... แกกล้าด่าฉันเหรอ!" นางจางชี้หน้าสะใภ้ตัวแสบ ตัวสั่นด้วยความโกรธจัดจนเนื้อหน้ากระตุก "นังเด็กเปรต! แกเป็นใครถึงกล้าขึ้นเสียงใส่ฉัน สามีแกไม่อยู่แล้วทำเป็นปีกกล้าขาแข็งเรอะ! เอาเนื้อหมูและอาหารทั้งหมดในครัวของแกออกมาเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นฉันจะประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าแกมันสะใภ้ชั่ว ร่านกินของดีคนเดียวขณะที่แม่สามีหิวโหย!" คำขู่ปนคราบน้ำลายย้อยทำให้ซูหยินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวนั้นกลับสร้างความขนลุกให้แก่ผู้ฟังอย่างน่าประหลาด นางกวาดยืนมองนางจางและสะภ้ยรองที่ชะเง้อคอพยายามชะโงกหน้ามองเข้าไปในบ้านด้วยสายตาสกปรกโลภโมโทสาล "หิวโหย? บ้านใหญ่กินข้าวขาวอิ่มหนำสำราญจนไขมันจุกคอหอย แต่ยังมีหน้ามาแบมือขอส่วนบุญจากบ้านรองที่สามีฉันเอาเลือดแลกเงินกลับมาเนี่ยนะ? หน้าหนาเกินไปหน่อยไหมคะคุณแม่สามี" ซูหยินก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวนางจางทีละน้อย บีบให้อีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "แก... แกพูดจาอะไรแบบนี้! นั่นมันสมบัติของตระกูลลู่!" นางจางเสียงสั่นแต่ยังคงความอวดดี "สมบัติบ้านป้าท่านสิคะ!" ซูหยินสวนกลับเสียงดังฟังชัดจนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่แอบชะเง้อดูเหตุการณ์ต่างสะดุ้ง "เงินที่สามีฉันส่งมาแต่ละบาท เป็นเงินเดือนจากคราบเหงื่อไคลในค่ายทหาร ไม่เคยตกถึงท้องพวกท่านสักแดงเดียว แถมพวกท่านยังเคยสูบเงินก้อนสุดท้ายไปจนพวกเราเกือบอดตาย! วันนี้ฉันจะทำอะไรกินในบ้านของฉัน มันเรื่องอะไรที่คนหน้าเลือดอย่างพวกท่านจะต้องมาวุ่นวาย!" "แก... นังสะใภ้อัปมงคล! ฉันจะฟ้องลูกชายฉัน..." "ฟ้องเลยค่ะ! เชิญ!" ซูหยินตะคอกกลับเสียงกร้าว ดวงตาวาววโรจน์จนนางจางสะดุ้งโหยงถอยหลังไปชนสะใภ้รองจนล้มกลิ้งไม่เป็นท่า "บอกลู่ถิงด้วยซ้ำว่าแม่บังเกิดเกล้าของเขามาขโมยข้าวของและรังแกเมียกับลูกอย่างไรบ้าง! ดูซิว่าทหารหาญผู้รักความยุติธรรมเขาจะเอาปี๊บคลุมหัวหนีอายุนต์ไหนที่มีแม่เห็นแก่ตัวไร้ยางอายแบบนี้!" ความเงียบกริบปกคลุมไปทั่วบริเวณ นางจางหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัวคำขู่ของสะใภ้ นางไม่เคยคิดเลยว่านังผู้หญิงอ่อนแอคนนี้จะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน กล้าต่อปากต่อคำแถมยังวาจาเชือดเฉือนบาดลึกถึงกระดูกดำเช่นนี้ "จำใส่กะโหลกหนาๆ ของพวกท่านไว้นะคะ..." ซูหยินโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงพลัง "ถ้าพวกท่านยังกล้ามาเหยียบหน้าประตูบ้านฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว คราวนี้ฉันจะไม่แค่ไล่ตะเพิด แต่น้ำมันเดือดๆ ในกระทะของฉัน อาจจะไปทักทายหน้าตาอันไร้ยางอายของพวกท่านแทน! ไสหัวไป!" สิ้นเสียงตวาดก้อง ซูหยินก็สะบัดหน้าใส่ ปิดประตูไม้เสียงดังสนั่นปัง! จนฝุ่นละอองกระจาย นางจางที่ตั้งตัวไม่ทันถึงกับกรีดร้องโวยวายด้วยความแค้นเคืองอยู่หน้าบ้าน ทว่าซูหยินหาได้ใส่ใจแม้แต่น้อย นางหันหลังกลับมาด้วยรอยเหยียดหยิบบนมุมปาก ก่อนจะเดินเข้าครัวไปหาลูกแฝดที่รออยู่ กลิ่นหอมกรุ่นของซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงยังคงลอยอบอวลชวนน้ำลายสอ ซูหยินตักอาหารใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต พร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ หุงขึ้นหมูจากมิติลับ เมนูเลิศรสที่เตรียมไว้เพื่อปรนเปรอความสุขให้ครอบครัวเล็กๆ ของนางกำลังรอให้ลิ้มลอง ทว่า ในขณะที่ซูหยินกำลังจะยกถาดอาหารไปวางที่โต๊ะ เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ไม่ใช่เสียงทุบป่าเถื่อนเช่นเมื่อครู่ หากเป็นเสียงเคาะสามครั้งเบาๆ แต่หนักแน่นและคุ้นเคยอย่างยิ่ง ซูหยินชะงักมือที่ถือถาด หัวใจเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อกวาดสายตาไปที่บานประตูหน้าบ้าน หรือว่า... เขาจะกลับมาแล้ว? ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับซูหยินและครอบครัวในเส้นทางสายความอร่อยและความเข้มข้นนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%