"ห้าสิบเฟิน! นี่เจ้าคิดราคาของแบบนี้ห้าสิบเฟินเลยหรือ! ลมเพชรหึงเข้าตาจนเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร!"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ประจำตระกูลลู่แผดขึ้นจนกระจกหน้าต่างสั่นไหว นางยืนถลึงตาใส่หลินซูหยินที่กำลังยืนสงบนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ขัดเงาวับ ภายในร้าน ‘ซูหยินโกลด์’ ที่เพิ่งเปิดประตูต้อนรับลูกค้าเป็นวันแรก กลิ่นหอมฟุ้งของขนมปังเนยสดผสมผสานกับกลิ่นชาดอกไม้อบอวลไปทั่วบริเวณจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาอดไม่ได้ที่จะชะงักฝีเท้า
หลินซูหยินไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางเพียงแค่คลี่ยิ้มบางที่ดูเย็นชาเสียจนอีกฝ่ายต้องชะงัก "ป้าสะใภ้คะ ถ้าคิดว่าแพงก็วางลงเถอะค่ะ สินค้าชิ้นนี้ฉันนำเข้าพิเศษจากเมืองหลวง แป้งสาลีเนื้อละเอียดระดับที่คนในโรงงานยังไม่มีสิทธิ์ได้เห็น หากป้าคิดว่าเงินห้าสิบเฟินซื้อความพึงพอใจและรสชาติที่ลืมไม่ลงไม่ได้ ก็เชิญร้านค้าสหกรณ์ท้ายหมู่บ้านเถอะค่ะ ที่นั่นแป้งสากๆ กิโลละไม่กี่เฟิน... น่าจะเหมาะกับคนประหยัดอย่างป้ามากกว่า"
คำพูดเนิบนาบแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกทำเอาป้าสะใภ้ใหญ่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด แต่ก่อนที่นางจะได้ก่นด่าอะไรต่อ กลิ่นหอมยั่วใจจากเตาอบด้านหลังร้านก็ส่งกลิ่นฟุ้งกระจายออกมาอีกระลอก คราวนี้เป็นกลิ่นของหมูสามชั้นอบซอสสูตรลับที่ซูหยินใช้เทคนิคจากมิติลับดึงรสชาติออกมาให้เข้มข้นที่สุด
"เอามา! ฉันซื้อ!" หญิงวัยกลางคนอีกคนที่ไม่ใช่ญาติแทรกตัวเข้ามา "ห้าสิบเฟินถือว่าถูกมากถ้าเทียบกับกลิ่นที่หอมขนาดนี้ หลินซูหยิน! ของในถาดนั่นขายเท่าไหร่ ฉันเอาหมด!"
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความชุลมุนทันที ลู่ถิงที่ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ประตูขยับตัวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ มือหนาของเขาจัดการจัดระเบียบฝูงชนด้วยท่าทางทะมัดทะแมง นายทหารหนุ่มไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ก็ทำให้บรรดาญาติจอมจุ้นที่คิดจะมาป่วนร้านต้องถอยกรูด
"พี่ถิงคะ ช่วยหยิบกล่องขนมปังให้คุณป้าท่านนั้นทีค่ะ" ซูหยินเอ่ยสั่งสามีด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ต่างจากตอนที่นางตอกกลับญาติผู้ใหญ่ลิบลับ ลู่ถิงพยักหน้าตอบรับ มือหนาหยิบสินค้าส่งให้ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว ท่าทีของเขาที่แสดงออกว่าสนับสนุนภรรยาอย่างเต็มที่ทำให้ชาวบ้านที่เคยดูถูกซูหยินต้องเริ่มเปลี่ยนความคิด
ในมุมหนึ่งของร้าน เป่าเปาและเป่าเป้ยนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็ก กัดกินคุกกี้เนยที่แม่ทำให้อย่างมีความสุข สองแฝดแก้มกลมโบกไม้โบกมือทักทายลูกค้าด้วยความไร้เดียงสา ใครเห็นก็นึกเอ็นดูจนต้องควักเงินซื้อของติดไม้ติดมือกลับไปมากขึ้น
เวลาผ่านไปจนบ่ายแก่ๆ สินค้าที่เตรียมมาเกือบครึ่งร้านถูกกวาดเรียบ ซูหยินลอบยิ้มในใจเมื่อเห็นจำนวนเงินในลิ้นชักที่มากกว่ารายได้ทั้งเดือนของคนในหมู่บ้านรวมกันเสียอีก การสร้างภาพลักษณ์ ‘ร้านค้าหรูหราเข้าถึงยากแต่รสชาติเป็นเลิศ’ นั้นได้ผลเกินคาด
ทว่า ในขณะที่ความสุขกำลังอบอวล กลิ่นอายความเย็นเยียบก็แทรกเข้ามาทางประตูหน้าร้าน ร่างของแม่สามีที่ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนตั้งแต่วันที่ซูหยินแยกบ้านเดินอาดๆ เข้ามาในร้าน ใบหน้าของหญิงชราเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"หลินซูหยิน! ร้านก็เปิดใหญ่โต แต่ไม่แบ่งปันคนในตระกูลบ้างเลยหรือ? เจ้าคงลืมไปแล้วกระมังว่าถุงเงินที่เจ้ามีอยู่ทุกวันนี้ มาจากตระกูลลู่!"
เสียงของแม่สามีเรียกสายตาจากลูกค้าที่ยังเหลืออยู่ให้หันมามองเป็นตาเดียว ซูหยินวางตะหลิวในมือลงอย่างช้าๆ นางเช็ดมือด้วยผ้าสะอาดพลางเดินออกมาเผชิญหน้ากับหญิงชราที่พยายามจะใช้อำนาจกดขี่ลูกสะใภ้ต่อหน้าธารกำนัล
"แบ่งปันหรือคะ?" ซูหยินแค่นหัวเราะ "วันแรกที่ฉันเริ่มตั้งตัว แม่เคยหยิบยื่นแม้แต่ข้าวสารสักกำมือให้ฉันกับลูกๆ บ้างไหม? หรือแม่รอแต่จะมาสูบเลือดสูบเนื้อในวันที่ฉันรวยแล้วเท่านั้น?"
"แก! นังสะใภ้เนรคุณ!" แม่สามีเงื้อมมือขึ้นหมายจะตบ แต่ข้อมือของนางกลับถูกมือแกร่งของลู่ถิงคว้าไว้กลางอากาศอย่างรวดเร็ว
"แม่ครับ" เสียงของลู่ถิงต่ำและกดดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ถ้าแม่มาเพื่อซื้อของ ผมยินดีต้อนรับในฐานะลูกค้า แต่ถ้าแม่มาเพื่อรังแกภรรยาผม... ผมคงต้องเชิญแม่กลับไปก่อนที่ผมจะแจ้งความข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สิน"
แม่สามีตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้น นางหันมามองหน้าบุตรชายที่นางเคยภูมิใจ บัดนี้เขาปกป้องคนนอกตระกูลอย่างหลินซูหยินจนไม่เห็นหัวแม่บังเกิดเกล้า แต่ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น เสียงกริ่งหน้าร้านกลับดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับชายวัยกลางคนในชุดเสื้อกั๊กสีเข้มที่ดูภูมิฐานเดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน
เขามองไปรอบร้านด้วยสายตาประเมิน ก่อนจะหยุดสายตาที่ซูหยินแล้วเผยยิ้มที่ทำให้ทุกคนในร้านต้องหยุดหายใจ "คุณหลินซูหยินใช่ไหมครับ? ผมมาจากสำนักงานจัดหาสินค้าพิเศษของภาครัฐ เราได้รับรายงานว่าสินค้าที่นี่มีคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปหลายเท่า... เราต้องการเจรจาซื้อสัญญาสิทธิการขายผูกขาดกับคุณตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป"
คำพูดของชายแปลกหน้าทำให้ร้านทั้งร้านเงียบสนิทลงในพริบตา ความเงียบนี้ไม่ใช่ความสงบ แต่เป็นความตกตะลึงที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของซูหยินไปตลอดกาล เพราะการเซ็นสัญญานี้หมายถึงการเข้าสู่โลกการค้าที่ใหญ่กว่าหมู่บ้านแห่งนี้หลายร้อยเท่า และมันอาจหมายถึงภัยเงียบที่ซูหยินยังไม่ทันได้เตรียมตัวรับมือ
และในจังหวะที่ซูหยินกำลังจะอ้าปากตอบตกลง ประตูร้านก็ถูกผลักเปิดออกกว้างอีกครั้ง... หญิงสาวในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่ซูหยินรู้ทันทีว่า... เรื่องราวความสงบสุขของนางกำลังจะจบลงตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" มาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว!•ตอนที่ 33
เปิดร้านค้า 'ซูหยินโกลด์' วันแรก
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกแฝดกับมิติลับยุค 80: สะใภ้ตัวแสบขอรวยเงียบๆ คนเดียว! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!