"คุณแม่คะ! คือ... คือมันไม่ใช่อย่างที่แม่คิดนะ! อย่าเพิ่งทำหน้าดุใส่ไทป์แบบนั้นสิคะ!"
ฉันแทบจะกระโดดขวางหน้าไทป์ที่ยืนนิ่งเป็นเสาหินอยู่กลางห้องนั่งเล่น สายตาของคุณแม่ที่มองมามันเย็นเยียบเหมือนแช่แข็งทุกอย่างในรัศมีสามเมตร ไทป์ที่ปกติกวนประสาทคนเก่งนักหนา บัดนี้กลับยืนไหล่ตก ปากคอเราะร้ายนั่นเม้มสนิทจนเป็นเส้นตรง
"คีย์ ถอยไปลูก" เสียงคุณแม่ราบเรียบ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสิบ "แม่แค่อยากรู้ว่า 'วิศวกรฝึกหัด' คนนี้ มีดีอะไรถึงกล้ามาวนเวียนอยู่แถวนี้ไม่เลิกรา แถมยังทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของลูกชายแม่ซะขนาดนี้"
"แม่ครับ..." ฉันพยายามจะแย้ง แต่ไทป์กลับขยับตัวก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ของเขาบังมิดสายตาที่กดดันของคุณแม่ เขาไม่ได้พูดเล่นกวนประสาทเหมือนทุกที แววตาคมกริบของเขามีความมุ่งมั่นบางอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณน้าครับ" ไทป์เริ่ม เสียงเขาไม่ได้สั่นแม้แต่นิด "ผมรู้ว่าการที่ผมมาปรากฏตัวที่นี่โดยไม่บอกกล่าวแบบนี้ มันทำให้คุณน้าตกใจ แต่ผมขอเวลาสักห้านาที... ไม่สิ แค่ช่วงเวลาที่คีย์ยังไม่โกรธจนไล่ผมไปไกลๆ ก็พอครับ"
ฉันใจเต้นไม่เป็นจังหวะ มือเย็นเฉียบจนต้องกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น บรรยากาศมันตึงเครียดจนเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตอยู่รอบตัว แต่แล้วไทป์ก็หันมาสบตาฉัน สายตาที่เคยแพรวพราวไปด้วยความทะเล้น บัดนี้กลับกลายเป็นความอ่อนโยนที่ลึกซึ้งจนฉันแทบหยุดหายใจ
"คีย์" เขาเรียกชื่อฉันเบาๆ "เราอยู่ด้วยกันมานานพอที่จะรู้ว่าผมเป็นคนยังไง และผมก็น่าจะรู้ดีว่าคีย์ปากแข็งแค่ไหน"
"ไทป์! อย่าเพิ่งมาพูดเรื่องนี้ตอนนี้ได้ไหม!" ฉันโวยวายกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า
"ถ้าไม่พูดตอนนี้ ก็อาจจะไม่มีโอกาสแล้ว เพราะคุณน้าคงไม่ปล่อยให้ผมอยู่ใกล้ลูกชายสุดที่รักของท่านแน่ๆ" ไทป์ยิ้มบางๆ แล้วหันกลับไปหาแม่ของฉันอีกครั้ง "ที่ผ่านมา ผมอาจจะดูเป็นคนกะล่อน เป็นพวกฉวยโอกาส แต่ความรู้สึกที่ผมมีให้คีย์... มันไม่เคยเป็นเรื่องล้อเล่นเลยสักวินาทีเดียวครับ"
เงียบ... ห้องทั้งห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ฉันมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนเคียงข้างกันมาตลอดช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุดในชีวิต เขาไม่ใช่แค่ไทป์จอมกวนตีนอีกต่อไปแล้ว
"ผมชอบคีย์ครับ ไม่ใช่เพราะความน่ารักหรือความขี้โวยวายของเขาหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะ... คีย์คือคนเดียวที่มองเห็นตัวตนจริงๆ ของผม ในวันที่ผมไม่มีอะไรเลย คีย์คือความอบอุ่นที่ผมไม่อยากเสียไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็จะไม่ปล่อยมือคีย์เด็ดขาด แม้ว่าคนที่จะต้องมาเป็นกำแพงขวางทางผมจะเป็นคุณน้าก็ตาม"
คำพูดของเขามันดังสะท้อนอยู่ในหัวใจของฉัน น้ำตาแห่งความรู้สึกที่อัดอั้นมานานเริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้า คนที่ปากร้ายที่สุด คนที่ชอบแกล้งให้ฉันหงุดหงิดที่สุด กลับกลายเป็นคนที่กล้าปกป้องความรู้สึกของฉันมากที่สุดในเวลาที่วิกฤตที่สุด
คุณแม่ถอนหายใจยาว สายตาที่เคยดุดันค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความนิ่งเฉยที่อ่านไม่ออก ท่านเดินเลี่ยงไปนั่งที่โซฟาตัวยาว ก่อนจะบุ้ยปากให้เราสองคนนั่งลง
"งั้นก็พิสูจน์ให้ดูสิ" คุณแม่พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ "ว่าความรักของเธอน่ะ มันไม่ได้มีแค่คำพูดสวยหรูที่เอาไว้หยอดลูกชายฉันไปวันๆ"
ไทป์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ฉัน มือหนาของเขาค่อยๆ เอื้อมมากุมมือฉันไว้ใต้โต๊ะ สัมผัสที่คุ้นเคยทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้หยดเผาะลงมา ฉันรีบยกมือขึ้นปาดมันอย่างลนลาน แต่ไทป์กลับดึงมือฉันไปวางบนตักของเขาแทน เขาไม่ได้สนใจแม่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเลยสักนิด
"ร้องไห้ทำไมครับคนเก่ง" เขาเช็ดน้ำตาให้ฉันอย่างเบามือ "ไหนบอกว่าไม่แพ้ทางไง กลายเป็นแพ้ทางน้ำตาตัวเองซะงั้น"
"ไอ้บ้าไทป์... กวนประสาทจริงๆ เลย" ฉันสะอื้นฮัก พยายามตีแขนเขาแต่เขากลับรวบมือฉันไว้แน่นกว่าเดิม
"ปากแข็งจังนะ" เขาขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "รู้ไหมว่าตอนที่เห็นคุณน้ามาที่นี่ ผมกลัวแค่ไหน... ไม่ใช่กลัวโดนด่าหรอกนะ แต่กลัวว่าคีย์จะต้องลำบากใจเพราะผม"
บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือของฉันก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ฉันหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย ในขณะที่ไทป์ยังคงจ้องหน้าฉันไม่วางตา
หน้าจอแสดงข้อความจากกลุ่ม 'เดอะแก๊งวิศวะ' ที่ไทป์ดึงฉันเข้ากลุ่มไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ข้อความล่าสุดจากไทป์ที่ส่งเข้ามาเมื่อสามวินาทีก่อนทำให้ฉันต้องเบิกตากว้าง
[Type]: "แม่ผมมาถึงหน้าหอพักคีย์แล้วนะทุกคน เตรียมใจไว้ด้วย ว่าวันนี้ผมอาจจะได้เปิดตัวลูกเขยอย่างเป็นทางการ หรือไม่ก็อาจจะโดนไล่ออกจากบ้านคีย์แบบไม่เป็นท่า ใครว่างช่วยมาเป็นสักขีพยานด้วย!"
ฉันเงยหน้าขึ้นมองไทป์ที่ยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะหันไปมองประตูห้องที่จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะดังรัวๆ เหมือนคนร้อนใจอยู่หน้าห้อง
"ไทป์... นี่แกเรียกใครมา!"
ไทป์ไม่ได้ตอบ แต่กลับหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความสุดท้ายในแชทกลุ่มอีกครั้ง ก่อนจะวางมือถือลงบนโต๊ะแล้วหันมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระทึกใจ
"คีย์... หันไปดูที่หน้าประตูสิ... แล้วจะรู้ว่าทำไมวันนี้ผมถึงกล้าสารภาพทุกอย่าง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามเรื่องราววุ่นๆ ของสองคนนี้มาจนถึงตอนนี้นะคะ!
ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม•ตอนที่ 36
น้ำตาของคนปากแข็ง
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะอย่ามาทำตัวน่ารักใส่คนอย่างผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!