สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 21

สมรภูมิเดือดกลางเมืองร้าง

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
“ถ้าขืนนายยังเล็งพลาดเป้าอีกแค่นิ้วเดียว ผมจะถือว่าตั้งใจลอบสังหารผมนะ, หัวหน้าฟีนิกซ์” เสียงกระซิบติดตลกดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นควันและเศษซากคอนกรีตที่ถล่มลงมาทับถมกัน คีย์ ดีดตัวหลบกระสุนเวทมนตร์สีม่วงเข้มที่พุ่งเฉียดหัวไหล่ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงระเบิดทำให้เส้นผมสีดำสนิทของเขาปลิวไสว รอยยิ้มมุมปากยังคงกวนประสาทตามสไตล์ แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวจะกำลังเดือดระอุราวกับนรกแตกก็ตาม ฟีนิกซ์ไม่แม้แต่จะชายตา ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำกระชับปืนพกลำกล้องสั้นคู่ใจไว้แน่น ดวงตาสีฟ้าคมกริบกวาดมองไปเบื้องหน้า—ใจกลางเมืองร้างที่เคยเป็นมหานครอันรุ่งเรือง บัดนี้กลายเป็นสนามรบปิดตายระหว่างสองหน่วยงาน และ ‘ตัวแปร’ ที่ไม่ควรมีชีวิตอยู่ “หุบปากแล้วเก็บกระสุนนัดสุดท้ายไว้ใช้ซะ, คีย์” ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน ขณะพุ่งตัวเข้าไปประชิดแผ่นหลังของสไนเปอร์หนุ่มเพื่อใช้กำแพงปูนพังๆ เป็นโล่กำบัง “ถ้าไม่อยากตายก่อนจะได้เคลียร์เรื่องคาใจ” “โอ้ เป็นห่วงผมเหรอครับเนี่ย? ดีใจจัง นึกว่าท่านหัวหน้าจะอยากให้ผมโดนยิงตายซะอีก” คีย์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมฉายแววระยิบระยับ แม้สถานการณ์จะบีบคั้นจนแทบไม่มีอากาศหายใจ แต่เขากลับพบว่าการได้มายืนหลังชนกับคนเจ้าระเบียบคนนี้ เป็นความตื่นเต้นเดียวที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาไปแล้วกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งคู่ คือร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิท รอยแยกมิติสีดำทะมرافยยังคงหมุนวนอยู่เบื้องหลังราวกับปากอสูร ใบหน้านั้น... ใบหน้าที่ทั้งคีย์และฟีนิกซ์จำได้แม่นยำ ไม่ใช่แค่เพราะตำแหน่งในอดีต แต่มันคือภาพฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนพวกเขามาตลอดสามปีเต็ม *เรย์*... อดีตหัวหน้าหน่วยจู่โจมผู้เสียสละชีพปิดรอยแยกมิติในดันเจี้ยนระดับ S แต่ในตอนนี้ เขากลับยืนอยู่ตรงนั้น สวมรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งไม่ถึงดวงตา และมองดูพวกเขาราวกับมดปลวก “ตกใจอะไรกันครับ? หน้าตาเหมือนเห็นผีเลยนะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทัก น้ำเสียงนั้นยังคงอบอุ่นเหมือนวันเก่า ทว่าแฝงไว้ด้วยไอสังหารที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวดิ่งวูบลงจนน่ากลัว เรย์ก้าวเท้าออกจากความมืด ช้าๆ ทว่ามั่นคง รองเท้าคอมแบตเหยียบลงบนเศษซากปรักหักพังเกิดเสียงดัง *กรอบแกรบ* บาดแก้วหู คีย์หุบยิ้มทันที แววตากวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว นิ้วเรียวที่วางอยู่บนไกปืนสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความทรงจำที่พรั่งพรูขึ้นมา ปมในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันด้วยเสียงหัวอกและมุกตลก ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยเจ้าของรอยยิ้มตรงหน้า “เป็นไปไม่ได้...” ฟีนิกซ์พึมพำ น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและเยือกเย็นมาตลอดกลับสั่นพร่าเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “นายตายไปแล้ว... ฉันเห็นกับตาว่านายจมดิ่งไปกับแรงระเบิดนั้น!” “ความตายมันก็แค่คำนิยามของคนที่อ่อนแอ, ฟีนิกซ์” เรย์หยุดเดิน ห่างจากพวกเขาไม่ถึงสิบเมตร ดวงตาสีเทาคู่สวยคู่นั้นกวาดมองคนทั้งสองด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา “ส่วนพวกนาย... สองปีที่ผ่านมา คงสนุกกันมากสินะกับการสืบทอดเจตนารมณ์ปลอมๆ นั่น” บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเรย์ จนคีย์ต้องขยับตัวไปก้าวหนึ่งเพื่อบังฟีนิกซ์ไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ แม้ปากจะชอบกัดกันแค่ไหน แต่ในนาทีเป็นตายนี้ สัญชาตญาณนักล่าของสไนเปอร์หนุ่มบอกชัดเจนว่าเป้าหมายตรงหน้าอันตรายเกินกว่าจะรับมือคนเดียว “เจตนารมณ์จะปลอมหรือไม่ปลอม นายไม่มีสิทธิ์มาตัดสินคนที่ตายไปแล้ว... เอ้ย คนที่รอดกลับมาแบบหน้าด้านๆ แบบนี้หรอกนะ” คีย์ยักไหล่ ฝืนพ่นคำพูดกวนๆ ออกไปเพื่อกลบเกลื่อนความรุ่มร้อนในอก แต่สายตากลับจดจ้องทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างไม่กะพริบ “ว่าแต่... กลับมาทั้งที ไม่คิดจะทักทายกันด้วยอ้อมกอดหน่อยเหรอครับ? หรือว่ารสนิยมเปลี่ยนไปชอบแทงข้างหลังแทนซะแล้ว” เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรู้สึก “นายยังปากดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ, คีย์... น่าเสียดาย ที่ความปากดีแบบนั้น จะช่วยชีวิตนายได้อีกไม่นานหรอก” สิ้นเสียงนั้น ร่างของเรย์ก็หายวับไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วเหนือมนุษย์! “ระวัง!” ฟีนิกซ์ตะโกนลั่น พร้อมกับกระชากแขนคีย์ให้หลบไปอีกทางพร้อมกัน แรงลมจากการพุ่งชนกระแทกเข้ากับกำแพงด้านหลังจนพังครืน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ฉากแอคชั่นสุดระห่ำเริ่มต้นขึ้นในเสี้ยววินาที ฟีนิกซ์สะบัดมือยิงกระสุนแสงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ขณะที่คีย์ใช้จังหวะนี้กลิ้งตัวหลบออกไปตั้งหลักบนซากเสาคอนกรีตสูง เขายกปืนสไนเปอร์คู่ใจขึ้นประทับบ่า เล็งผ่านกล้องเล็งความละเอียดสูง มองหาจุดอ่อนของอดีตสหายร่วมรบที่กลายเป็นศัตรู *เร็วเกินไป... ขยับเร็วกว่าตอนที่อยู่หน่วยเดิมตั้งสามเท่า* คีย์คิดในใจ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม หัวใจเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความท้าทายที่พุ่งพล่าน เบื้องล่าง ฟีนิกซ์กำลังรับมือกับการโจมตีประชิดตัวของเรย์อย่างยากลำบาก ดาบพลังงานแสงสีม่วงพุ่งเข้าฟันซ้ำๆ จนฟีนิกซ์ต้องอาศัยความคล่องตัวหลบหลีกอย่างเฉียดฉิว ร่างเพรียวหอบหายใจถี่ รอยแผลถลอกตามแก้มและแขนเริ่มปรากฏให้เห็น แต่แววตากลับดุดันและเด็ดเดี่ยวไม่มีวันยอมแพ้ “นายฝีมือตกไปนะ, ฟีนิกซ์! ป้องกันได้แค่นี้เองเหรอ?” เรย์เยาะเย้ย พร้อมกับเงื้อมือเตรียมปล่อยหมัดพลังงานเข้าใส่ร่างของหัวหน้าหน่วยกู้ภัยที่กำลังเสียหลัก “หุบปาก!” ฟีนิกซ์กัดฟันกรอด เตรียมรับการโจมตีที่หลบไม่พ้น *ปัง!* กระสุนเจาะเกราะนัดพิเศษพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง ปะทะเข้ากับดาบพลังงานของเรย์จนเกิดประกายไฟสว่างวาบ แรงกระแทกทำให้เรย์ต้องชะงักและถอยหลังไปสามก้าวเพื่อตั้งหลัก ดวงตาสีเทาตวัดขึ้นมองไปยังจุดที่สไนเปอร์หนุ่มประจำการอยู่ คีย์บนยอดเสาปูนลดปืนลงเล็กน้อย ควันบางๆ ลอยออกจากปากกระบอกปืน เขายิ้มหยันส่งไปให้ “เฮ้ ทางนี้ต่างหากล่ะเป้าหมายของนาย อย่าไปแกล้งคนไม่มีทางสู้แบบนั้นสิครับ” เรย์หรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนมุมปากอีกครั้ง “นายคิดว่ากระสุนกระจอกพวกนั้น จะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ, คีย์?” พูดจบ เรย์ก็สะบัดมือสร้างรอยแยกมิติขนาดใหญ่วัยเบื้องหน้า ร่างเงาสัตว์ประหลาดนับสิบตัวพุ่งทะยานออกมาจากความมืด มุ่งตรงเข้าถล่มพื้นที่ที่ฟีนิกซ์และคีย์ยืนอยู่ราวกับฝูงตั๊กแตน “บ้าเอ๊ย มาเป็นกองทัพเลยแฮะ” คีย์สบถเบาๆ ก่อนจะสลับโหมดปืนเป็นกระสุนระเบิดวงกว้าง เขายิงสนับสนุนฟีนิกซ์ที่กำลังจัดการกับพวกมันอย่างดุเดือด เคมีและความเข้าขาของทั้งคู่ทำงานโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ฝุ่นควัน เสียงระเบิด และคราบเลือดผสมผสานกันจนกล ายเป็นสมรภูมิเดือดที่ไร้ซึ่งทางถอย ผ่านไปหลายนาทีที่ยาวนานราวกับหลายชั่วโมง ฝูงอสูรเงาถูกกำจัดจนหมดสิ้น พื้นดินเต็มไปด้วยร่องรอยการทำลายล้าง ฟีนิกซ์ยืนหอบหายใจรดต้นคอ คราบเหงื่อไคลและฝุ่นดินทำให้ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นดูเย้ายวนอย่างประหลาดในสายตาของคีย์ ทว่า... เรย์กลับยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาโดยไร้ริ้วรอยขีดข่วน รอยยิ้มเยือกเย็นนั้นยังคงประดับอยู่บนใบหน้า “เหนื่อยกันรึยังครับ?” เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับไม่ได้เพิ่งผ่านการต่อสู้เป็นตายมา “เพราะความจริง... มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก” ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเมืองร้าง หน้าจอโฮโลแกรมฉุกเฉินที่ข้อมือของฟีนิกซ์กะพริบถี่รัว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบทำลายล้างอัตโนมัติที่ถูกเปิดใช้งานจากศูนย์กลาง ไม่ใช่แค่เรย์... แต่รอยแยกมิติรอบตัวพวกเขากำลังขยายตัวใหญ่ขึ้นนับร้อยจุด! ฟีนิกซ์หน้าถอดสีทันทีเมื่อก้มลงมองหน้าจอ “บ้าน่า... ระบบควบคุมหลักถูกแฮกจากข้างใน... ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาสีเทาคู่นั้นมองทะลุผ่านพวกเขาไปยังเบื้องหลัง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคีย์และฟีนิกซ์เย็นเฉียบลงในพริบตา “ยินดีต้อนรับสู่ ‘แผนล้างบาง’ ของจริง... และคนที่จะกดปุ่มทำลายล้าง ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลหรอกนะ” สิ้นคำพูดนั้น แสงไฟจากรอยแยกมิติก็ดับวูบลงพร้อมกันทุกจุด ความมืดสนิทกลืนกินทุกสิ่งในเสี้ยววินาที และก่อนที่คีย์จะทันได้เหนี่ยวไกนัดตัดสิน มืออุ่นคู่หนึ่งก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังอยู่ข้างหู—ไม่ใช่เสียงของเรย์ และไม่ใช่เสียงของฟีนิกซ์ *“เซอร์ไพรส์... คิดถึงฉันไหมล่ะ, น้องชาย”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าดงกระสุนมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สไนเปอร์สายโหมดกวนกับหน่วยกู้ภัยไร้รอยยิ้ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%